xs
xsm
sm
md
lg

การส่งเสริมการออม

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

โดย ชาลอต โทณวณิก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

ในระยะนี้จะได้ยินเกี่ยวกับเรื่องการรณรงค์ให้เกิดการออมเงินกันมาก โดยเริ่มจากธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ได้มีการปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก รวมถึงมีการปรับระยะเวลาการฝากเงิน จนในปัจจุบันจะมีสูงสุดถึง 48 เดือนแล้ว จากนั้นมาทางกรุงเทพมหานครเองก็มีการรณรงค์ด้านการออมของประชาชน โดยมีการทำกิจกรรมในการสร้างวัฒนธรรมการออมให้กับชุมชนต่างๆ และล่าสุดก็มีข่าวว่าทางกระทรวงการคลังมีแนวความคิดที่จะมีการส่งเสริมให้มีการออมโดยเป็นการออมภาคบังคับ คือจะให้มีการหักเงินได้ของลูกจ้างและข้าราชการเพิ่มเติม พูดกันไว้ว่าที่ 3% เพื่อตั้งกองทุนคล้ายๆกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดชัดเจนว่าเป็นอย่างไรบ้าง

โดยส่วนตัวแล้วดิฉันเห็นว่าการส่งเสริมให้เกิดการออมเป็นการดี เพราะเป็นการสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต โดยตัวของเราเอง ซึ่งยังมีคนอีกมากที่หวังว่าในชีวิตนี้จะมีความฟลุคเข้ามา จึงไม่ได้ออมแต่จะเป็นการหวังรวยมากกว่า คือไปทุ่มเทซื้อหวยหรือลอตเตอรี่ เพื่อหวังตูมเดียวสบายตลอดชาติ ซึ่งดิฉันว่าการที่ชีวิตจะมีความหวังรวยหวังฟลุคบ้างก็เป็นการสร้างความตื่นเต้นให้กับชีวิต ซึ่งจะแบ่งเงินบางส่วนไปลุ้นบ้างก็คงไม่เป็นไร แต่หากทุ่มหมดตัวทุกงวดๆแล้ว หากลองจดว่าทุกงวดซื้อไปเท่าไหร่ เผลอๆ 3 ปี 5 ปี ได้เงินมากกว่าถูกรางวัลใหญ่ๆ อีก

การออมนั้นน่าที่จะมีการปลูกฝังกันตั้งแต่วัยเยาว์เลย โดยที่ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรที่จะมีโครงการส่งเสริมระยะยาว เมื่อดิฉันเด็กๆ (นานมากแล้ว) การออมก็คือการหยอดกระปุกออมสิน ซึ่งโดยมากจะเป็นรูปหมู เรียกกันว่าหมูออมสิน โดยที่ฝรั่งก็มีเหมือนกัน เรียกกันว่า piggy bank และเมื่อสะสมได้จำนวนหนึ่งก็จะนำไปฝากธนาคารซึ่งก็คือธนาคารออมสิน ที่ดิฉันกล้าพูดได้ว่าคนที่อายุ 30 ปีขึ้นไป ธนาคารแรกที่รู้จักและมีประสบการณ์ในการเป็นลูกค้าในฐานะผู้ฝากเงินก็คือ ธนาคารออมสินนั่นเอง แต่ในระยะหลังธนาคารอื่นๆก็มีการจัด segment ในการหาลูกค้ากลุ่มเด็กเพิ่มขึ้น ทำให้เด็กรุ่นหลังก็อาจจะมีประสบการณ์แรกจากธนาคารอื่นๆ

ประชาชนไทยโดยเฉพาะในเขตนอกกรุงเทพมหานครไปแล้ว อาจจะมีความเข้าใจว่าการออมก็คือการฝากเงินกับธนาคารเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว การออมยังมีอีกหลายวิธีคือ การออมผ่านการประกันชีวิต ซึ่งจะมีทั้งประเภทที่เป็นการฝากเงินมีกำหนดระยะเวลาและมีระยะเวลาการจ่ายคืน ซึ่งในปัจจุบันบริษัทประกันได้มีการออกโครงการการออม

ซึ่งปัจจุบันการออมผ่านบริษัทประกันชีวิตก็มีความสะดวก เพราะท่านไม่ต้องวิ่งไปหาตัวแทนประกันชีวิตที่บางครั้งไม่ทราบจะติดต่อใคร และการคุยหารือก็จะเป็นเรื่องค่อนข้างส่วนตัว ในปัจจุบันแทบทุกธนาคารได้มีการจับมือกับบริษัทประกันชีวิต มีการให้คำแนะนำด้านการประกันต่างๆ รวมถึงการออมผ่านบริษัทประกัน ซึ่งเรียกการให้บริการประเภทนี้ว่า bancassurance ซึ่งจะให้ความสะดวกแก่ท่าน โดยใกล้ธนาคารไหนก็ลองไปสอบถามรายละเอียด หรือโดยมากก็จะมี call center ให้ข้อมูลเบื้องต้นทางโทรศัพท์อยู่

การออมอีกประเภท หรือบางที่อาจจะถือเป็นการลงทุนก็คือ การออมผ่านหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (Mutual Fund) ที่จะนำเงินออมของเราไปลงทุน มีทั้งความเสี่ยงมาก ความเสี่ยงน้อย และผลตอบแทนก็จะมากน้อยต่างกัน และยังมีบางประเภทที่สามารถจะช่วยประหยัดภาษีเงินได้ได้ ตามที่เคยได้เขียนถึงมาแล้ว

ที่กล่าวมานั้นเป็นการออมแบบพื้นฐานและไม่ยุ่งยากนัก แต่ยังมีการออมโดยการซื้อพันธบัตร หรือตั๋วเงิน ฯลฯ ที่อาจจะต้องศึกษามากขึ้น และควรจะออมเป็นเงินก้อนใหญ่ๆ เพราะจะไม่ค่อยมีขายปลีก คงจะหาโอกาสเขียนถึงต่อไป

ดิฉันยังมีความเชื่ออยู่ว่า วินัยในการออมนั้นต้องมีการปูพื้นฐานและสร้างขึ้นมา ขณะเดียวกับการให้ความรู้แก่ประชาชนก็เป็นสิ่งจำเป็น เพราะแม้แต่ในต่างประเทศก็ได้มีปัญหาเกิดขึ้นคือ ประชาชนเริ่มเกษียณโดยไม่มีเงินเก็บ และชีวิตที่เหลือต่อไปก็ยังไม่รู้จะเป็นไปอย่างไร ส่วนการที่จะมีการบังคับออมนั้น จะช่วยการออมได้แค่ไหนก็คงจะแล้วแต่มุมมองของแต่ละบุคคลค่ะ

หมายเหตุ: ได้มีผู้อ่านขอรายละเอียดของ broker ขายบ้านมือสองในงาน “มหกรรมบ้านมือสองแห่งชาติ” วันที่ 9-11 กันยายน 2548 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งท่านสามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.reic.or.th

สนใจสอบถามข้อมูลสามารถส่งมาได้ที่ dcharlotte@krungsri.com หรือ หมายเลขโทรสาร 02-683-1604
กำลังโหลดความคิดเห็น...