xs
xsm
sm
md
lg

“พรอนงค์ เพชรล้ำ” ความสำเร็จในชีวิตไม่ได้วัดด้วยจำนวนถ้วยแชมป์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เส้นทางชีวิตของนักกีฬาอาชีพไม่ได้มีเพียงการแข่งขันและชัยชนะ แต่ยังเต็มไปด้วยการเดินทาง การเรียนรู้ และประสบการณ์ที่หล่อหลอมให้แต่ละคนเติบโตขึ้น โดยเฉพาะกีฬากอล์ฟอาชีพที่ต้องเดินทางตระเวนแข่งขันไปทั่วโลกและห่างไกลบ้านเป็นเวลานาน เพื่อไล่ตามความฝันและเป้าหมายบนเส้นทางสายอาชีพ

หนึ่งในนั้นคือ "แหวน" พรอนงค์ เพชรล้ำ ซึ่งเพิ่งหวนคืนบรรลังก์แชมป์อีกครั้งจากชัยชนะในรายการ ฮีโร วีเมนส์ อินเดียน โอเพ่น ที่ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมจารึกชื่อเป็นนักกอล์ฟคนแรกที่คว้าแชมป์รายการนี้ได้ถึง 4 สมัย นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จสำคัญที่เติมเต็มเส้นทางอาชีพของเธอ

เป็นนักกอล์ฟไทยคนที่สามที่ก้าวเข้าสู่แอลพีจีเอ ทัวร์ ในฐานะสมาชิก ต่อจาก "โปรฝน" รัศมี กัลยานมิตตา และ "โปรอุ๋ย" วิรดา (นิราพาธพงศ์พร) โกมุทบุตร ตลอดเส้นทางที่โลดแล่นอยู่ในแอลพีจีเอ ทัวร์ มาอย่างยาวนาน เธอไม่ได้เก็บเกี่ยวเพียงความสำเร็จจากการแข่งขันเท่านั้น แต่ยังได้เรียนรู้ทั้งวัฒนธรรม ภาษา และวิถีชีวิตของผู้คนในหลากหลายประเทศ ซึ่งเป็นประสบการณ์ล้ำค่าที่ไม่อาจประเมินเป็นตัวเงินได้

พรอนงค์เกิดเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2532 เป็นบุตรคนสุดท้องของคุณพ่อดุสิตและคุณแม่เพลินพุฒ มีพี่น้อง 3 คน ได้แก่ "แวว" พรพรรณ เพชรล้ำ พี่สาวคนโต และ "โปรวาว" พรพงษ์ เพชรล้ำ พี่ชายที่เคยเป็นนักกอล์ฟอาชีพและทำหน้าที่แคดดี้ให้กับพรอนงค์ในช่วงหนึ่งของเส้นทางการแข่งขัน

จุดเริ่มต้นบนเส้นทางกอล์ฟของพรอนงค์เกิดขึ้นตั้งแต่อายุเพียง 9 ขวบ โดยมีคุณพ่อเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้เธอได้รู้จักและฝึกฝนกีฬาชนิดนี้ แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องภูมิลำเนาที่อยู่ห่างไกลจากสนามฝึกซ้อม แต่ด้วยความมุ่งมั่น เธอสามารถพัฒนาฝีมือจนก้าวขึ้นมาโลดแล่นในระดับเยาวชนและสมัครเล่น รวมถึงมีโอกาสรับใช้ทีมชาติไทยในการแข่งขันรายการควีนสิริกิติ์ คัพก่อนตัดสินใจก้าวสู่เส้นทางนักกอล์ฟอาชีพในปี 2006 และประเดิมคว้าแชมป์อาชีพรายการแรกที่ฮ่องกง ในการแข่งขันเลดีส์ เอเชียน กอล์ฟ ทัวร์


สองปีต่อมา ในปี 2008 พรอนงค์จบอันดับ 34 ร่วม จากการแข่งขันรอบคัดเลือกแอลพีจีเอ ทัวร์ ทำให้ได้รับสิทธิ์เข้าเป็นสมาชิกในปี 2009 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่ได้สิทธิ์ลงแข่งขันครบทั้งฤดูกาล เธอจึงหันไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในฟิวเจอร์ ทัวร์ หรือเอปสัน ทัวร์ในปัจจุบัน ก่อนคว้าทัวร์การ์ดได้อีกครั้งในปี 2010 และก้าวขึ้นมาแข่งขันในแอลพีจีเอ ทัวร์อย่างเต็มตัวตั้งแต่ปี 2011

นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ตั้งแต่กลับขึ้นไปแอลพีจีเอเต็มฤดูกาลในปี 2011 พรอนงค์ไม่เคยเสียทัวร์การ์ด และโลดแล่นอยู่บนเวทีแอลพีจีเอ ทัวร์มาอย่างต่อเนื่อง รวมระยะเวลาถึง 17 ปี สะท้อนให้เห็นถึงความสม่ำเสมอและความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานการเล่นระดับสูง ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นของนักกอล์ฟหญิงจากทั่วโลก

ตลอดเส้นทางนักกอล์ฟอาชีพที่เดินทางแข่งขันในหลายทวีป พรอนงค์คว้าแชมป์มาแล้วรวม 23 รายการ ประกอบด้วย เลดีส์ เอเชียน กอล์ฟ ทัวร์ 9 รายการ, เลดีส์ ยูโรเปียน ทัวร์ 3 รายการ, ออลไทยแลนด์ กอล์ฟ ทัวร์ 5 รายการ, ไทยแอลพีจีเอ 5 รายการ และเอปสัน ทัวร์ 1 รายการ นอกจากนี้ ยังเคยคว้าแชมป์เอชบีซี บราซิล คัพ เมื่อปี 2012 ซึ่งเป็นรายการที่จัดร่วมกับแอลพีจีเอ ทัวร์ แต่ไม่ได้รับการนับเป็นแชมป์อย่างเป็นทางการหรือรวมเงินรางวัลในสถิติของแอลพีจีเอ ทัวร์

นอกเหนือจากความสำเร็จในระดับบุคคล พรอนงค์ยังมีโอกาสเป็นตัวแทนประเทศไทยลงแข่งขันในรายการระดับนานาชาติหลายรายการ ทั้งอินเตอร์เนชันแนล คราวน์ 3 ครั้ง ในปี 2014, 2016 และ 2018 รวมถึงการแข่งขันอมตะ เฟรนด์ชิพ คัพ ระหว่างทีมไทยกับทีมญี่ปุ่น ในปี 2018 รวมถึงการได้ร่วมทีมชาติไทยลงแข่งขันกีฬากอล์ฟในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ริโอ เกมส์ 2016 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่กีฬากอล์ฟกลับมาบรรจุในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกอีกครั้งในรอบ 112 ปี

ความสำเร็จจากการเล่นกอล์ฟอาชีพไม่เพียงสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเธอเท่านั้น แต่ยังช่วยให้พรอนงค์สามารถดูแลตัวเองและครอบครัวได้อย่างมั่นคง ตลอดจนต่อยอดไปสู่การทำธุรกิจหลากหลายอย่างในจังหวัดชัยภูมิบ้านเกิด หนึ่งในนั้นคือ "โปรแหวน วอเตอร์ปาร์ค" สวนน้ำในเขตอำเภอเกษตรสมบูรณ์ ซึ่งอยู่ติดกับอำเภอภูเขียว บ้านเกิดของโปรแหวน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความสุขและคืนกำไรให้กับชุมชน เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ และคนในพื้นที่ได้มีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและเล่นน้ำ เนื่องจากเป็นพื้นที่ห่างไกลจากแหล่งท่องเที่ยวและสวนสนุกขนาดใหญ่


เมื่อพูดถึงชีวิตการเป็นนักกอล์ฟอาชีพ โดยเฉพาะช่วงแรกของการเดินทางไปแข่งขันในสหรัฐอเมริกา พรอนงค์เล่าถึงความท้าทายที่ต้องเผชิญว่า "อุปสรรคช่วงแรกตอนเข้าทัวร์ก็จะเป็นเรื่องสภาพอากาศ และสนามที่ใหม่มากสำหรับช่วงแรก ต้องออกซ้อมสนาม จดรายละเอียดแต่ละสนาม เพราะเป็นการเล่นครั้งแรกของสนามนั้น ๆ การเดินทางไกลและอยู่ไกลบ้านนาน ๆ ก็มีผลค่ะ แต่แหวนยังดีที่มีพี่จุ๊บ (ผู้จัดการ) และช่วงแรกมีคุณพ่อบ้าง โค้ชบ้าง หรือพี่ชายบ้าง สลับกันเดินทางไปด้วยตลอด เลยไม่ค่อยมีอาการคิดถึงบ้าน"

การเดินทางไปแข่งขันในต่างประเทศไม่ใช่เพียงการปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศ สนามแข่งขัน หรือความแตกต่างของแต่ละพื้นที่เท่านั้น แต่ยังเป็นการเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตด้วยตัวเอง มีวินัย และรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา

โปรสาวจากจังหวัดชัยภูมิยังเล่าถึงสิ่งที่ได้รับจากการก้าวเข้าสู่เส้นทางนักกอล์ฟอาชีพว่า "การก้าวเข้าสู่กอล์ฟอาชีพนี้ทำให้ได้หลายอย่างเลย ได้อาชีพที่ทำให้ชีวิตมั่นคงขึ้น หลักๆ อาชีพนี้ทำให้ครอบครัวอยู่อย่างสบายขึ้น ได้ความมีวินัยในตัวเอง เพื่อจะทำอาชีพนี้ให้ดีต่อไป และได้เพื่อนหลากหลายชาติที่เราเจอกันในทัวร์"

แม้พรอนงค์จะเป็นหนึ่งในนักกอล์ฟหญิงไทยที่มีประสบการณ์บนเวทีระดับโลกมาอย่างยาวนาน และเป็นนักกอล์ฟมากประสบการณ์คนหนึ่ง แต่เธอยังไม่เคยคว้าแชมป์รายการอย่างเป็นทางการของแอลพีจีเอ ทัวร์ อย่างไรก็ตาม สำหรับโปรแหวนแล้ว ความสำเร็จในชีวิตไม่ได้ถูกวัดด้วยจำนวนถ้วยแชมป์เพียงอย่างเดียว

เธออธิบายถึงสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่าชัยชนะในสนามว่า "สิ่งที่มากกว่าแชมป์ของแหวนคือได้เล่นกีฬาที่เราชอบมาเรื่อย ๆ ได้มีโอกาสทำผลงานดีๆ ขึ้นมาบ้าง และก็ยังสนุกกับการแข่งขัน อยากฝากถึงน้องๆ ว่าอยากให้สนุกกับการแข่งขัน แพ้ชนะเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ แต่สิ่งที่เราโฟกัสได้คือเราเวิร์กอะไรอยู่แล้วมั่นใจ ก็ทำสิ่งนั้นซ้ำๆ ให้สม่ำเสมอและเชื่อในตัวเองค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคน"


จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดเส้นทางอาชีพ ทั้งการเดินทางไปแข่งขันในต่างประเทศ การปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่แตกต่าง ตลอดจนการรับมือกับความกดดันและการแข่งขันกับนักกอล์ฟระดับโลก พรอนงค์มีข้อคิดฝากถึงเยาวชนรุ่นใหม่ที่ใฝ่ฝันอยากก้าวขึ้นมาเป็นนักกอล์ฟอาชีพ เพื่อสร้างอนาคตและดูแลครอบครัวด้วยความสามารถของตัวเอง

เส้นทางชีวิตนักกอล์ฟอาชีพของพรอนงค์ เพชรล้ำ จึงไม่ได้มีความหมายเพียงการเดินทางจากสนามหนึ่งไปสู่อีกสนามหนึ่ง หรือการมุ่งมั่นไล่ล่าความสำเร็จบนเวทีระดับโลกเท่านั้น หากแต่ทุกการเดินทางยังเป็นโอกาสให้เธอได้เรียนรู้ภาษา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละประเทศ นำประสบการณ์เหล่านั้นมาปรับใช้และพัฒนาชีวิตให้ดียิ่งขึ้น

สำหรับโปรแหวนแล้ว ชัยชนะอาจเป็นหนึ่งในเป้าหมายของนักกีฬา แต่สิ่งที่ได้รับระหว่างทาง ทั้งประสบการณ์ มิตรภาพ ความมั่นคงของครอบครัว และโอกาสในการแบ่งปันความสุขคืนสู่บ้านเกิด ล้วนเป็นคุณค่าที่ทำให้การเดินทางบนเส้นทางสายกอล์ฟอาชีพมีความหมายมากกว่าผลการแข่งขัน

และนี่คือเรื่องราวของนักกอล์ฟหญิงไทยคนหนึ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ชีวิตนักกีฬาไม่ได้มีเพียงเส้นชัยหรือถ้วยแชมป์ เพราะบางครั้งคุณค่าที่แท้จริงของการเดินทาง อาจอยู่ที่สิ่งที่เราได้เรียนรู้และสิ่งที่เราสามารถส่งต่อให้คนรุ่นหลัง