xs
xsm
sm
md
lg

“ภูมิ” พิชญภูมิ วัชรคุณ ดาวรุ่งไอซ์ฮอกกี้ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น เก่งทั้งกีฬา-การเรียน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



แม้ว่าทีมฮอกกี้น้ำแข็งเยาวชนทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี จะจบการแข่งขันรายการ Pan Pacific Series 2026 ที่ประเทศนิวซีแลนด์ ด้วยอันดับ 4 แต่หนึ่งในนักกีฬาดาวรุ่งที่ได้รับความสนใจจากแฟนกีฬาและโลกออนไลน์ไม่น้อย คือ “ภูมิ” พิชญภูมิ วัชรคุณ นักกีฬาไอซ์ฮอกกี้เยาวชนทีมชาติไทย ลูกชายของ “แม่ตุ๊ก” ชนกวนันท์ รักชีพ และ “พ่อบ๊วย” เชษฐวุฒิ วัชรคุณ

หากพูดถึงเรื่องของสายเลือดนักกีฬา เชื่อว่าหลายคนคงไม่แปลกใจ เพราะคุณพ่อบ๊วยเคยเป็นนักกีฬารักบี้ระดับทีมชาติไทยมาก่อน และดูเหมือนว่า “ลูกไม้จะหล่นไม่ไกลต้น” เมื่อพิชญภูมิได้รับความชื่นชอบและพรสวรรค์ด้านกีฬามาอย่างเต็มเปี่ยม แม้เส้นทางที่เลือกเดินจะไม่ใช่กีฬารักบี้เหมือนคุณพ่อ แต่เป็นอีกหนึ่งกีฬาที่ต้องใช้ทั้งความแข็งแกร่ง ความเร็ว ทักษะ และความกล้าหาญอย่าง ฮอกกี้น้ำแข็ง

นอกจากไอซ์ฮอกกี้แล้ว “น้องภูมิ” ยังเป็นเด็กที่รักและสนใจกีฬาหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ฟุตบอล เทนนิส กอล์ฟ และแบดมินตัน ซึ่งล้วนเป็นกีฬาที่เคยผ่านประสบการณ์มาแล้วทั้งสิ้น


แต่กีฬาที่กลายมาเป็นความรักและเป้าหมายสำคัญในชีวิตของเขา คือฮอกกี้น้ำแข็ง ซึ่งมีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2020 ขณะที่พิชญภูมิอายุเพียง 9 ขวบ

“แม่ตุ๊ก” ชนกวนันท์ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของลูกชายว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นจากการที่ภูมิได้มีโอกาสลองเล่นสเก็ตน้ำแข็ง จนเริ่มมีความชำนาญในการเดินและวิ่งบนลานน้ำแข็ง ก่อนที่เขาจะสังเกตเห็นอีกฝั่งของลานมีการเรียนการสอนกีฬาฮอกกี้น้ำแข็ง

ด้วยความสนใจ เด็กชายภูมิจึงบอกกับคุณแม่ว่าอยากลองเล่นกีฬาชนิดนี้ แต่กว่าจะได้เริ่มต้นอย่างจริงจังก็ต้องใช้เวลาอยู่พอสมควร

ระหว่างนั้น สิ่งที่เด็กชายคนหนึ่งทำคือการยืนเกาะขอบสนามเพื่อเฝ้ามองรุ่นพี่เล่น บางครั้งก็แอบจับไม้ฮอกกี้ของนักกีฬารุ่นพี่มาลองเล่นเองตามประสาเด็กที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากลอง

ความสนใจเล็กๆ ในวันนั้น กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางนักกีฬาในวันนี้


หลังจากได้เริ่มเรียนรู้พื้นฐานของกีฬาไอซ์ฮอกกี้อย่างจริงจัง แม่ตุ๊กยอมรับว่าในช่วงแรกยังเป็น “มือใหม่” สำหรับกีฬาชนิดนี้ และแทบไม่รู้เลยว่าควรเริ่มต้นอย่างไร

แต่สิ่งสำคัญคือการได้รับน้ำใจและความช่วยเหลือจากผู้ปกครองในวงการไอซ์ฮอกกี้หลายคน ทั้งการช่วยแต่งตัว สวมชุดเกราะ การแบ่งปันเสื้อผ้าและอุปกรณ์ รวมถึงคำแนะนำต่างๆ ที่ช่วยให้แม่ตุ๊กค่อยๆ เรียนรู้โลกของกีฬาน้ำแข็งไปพร้อมกับลูกชาย

จากนั้นพิชญภูมิได้ฝึกซ้อมและเรียนรู้กับโค้ชหลายคนในวงการ ทั้ง โค้ชมายด์ โค้ชเต้ย และโค้ชหมู ก่อนจะเข้ามาอยู่กับทีมยักษา โดยมี โค้ชก๊อก คอยดูแลและพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง

เส้นทางของเขายังได้ก้าวต่อไปกับทีม ไอซ์เบรกเกอร์ ในช่วงที่มี “ดร.เก๋” สุวรรณา ศิลปอาชา เป็นประธานสโมสร ซึ่งเปิดโอกาสให้ดาวรุ่งรายนี้ได้เรียนรู้และฝึกซ้อมร่วมกับผู้เล่นและโค้ชระดับสูง อย่าง มาซาโตะ และรุ่นพี่อีกหลายคนในทีม

ทุกช่วงเวลาของการฝึกซ้อมจึงกลายเป็นประสบการณ์สำคัญ ที่ค่อยๆ หล่อหลอมเด็กชายคนหนึ่งให้กลายเป็นนักกีฬาที่มีเป้าหมายชัดเจนมากขึ้น

ด้วยความจริงจัง ความมุ่งมั่น และการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลาเพียงประมาณ 6 ปี พิชญภูมิก็สามารถก้าวขึ้นมาติดทีมฮอกกี้น้ำแข็งเยาวชนทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ได้เป็นครั้งแรก


สำหรับบทบาทในสนาม “ภูมิ” ถือเป็นผู้เล่นเกมรุกที่น่าจับตามอง สามารถเล่นได้ทั้งในตำแหน่ง ปีกซ้าย และเซนเตอร์ มีหน้าที่สำคัญในการขับเคลื่อนเกมรุก รวมถึงสร้างโอกาสและผลิตสกอร์ให้กับทีม

การได้ลงแข่งขันในรายการระดับนานาชาติอย่าง Pan Pacific Series 2026 ที่ประเทศนิวซีแลนด์ จึงถือเป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญของดาวรุ่งไทย แม้ผลงานของทีมจะจบลงด้วยอันดับ 4 แต่ประสบการณ์จากการเผชิญหน้ากับทีมชั้นนำจากนิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย และฮ่องกง ย่อมเป็นก้าวสำคัญสำหรับการพัฒนาต่อไปในอนาคต

อีกหนึ่งเรื่องที่น่าชื่นชมไม่แพ้ผลงานด้านกีฬา คือความสามารถด้านการเรียนของ “น้องภูมิ”

ปัจจุบันพิชญภูมิกำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และยังสามารถสอบติด Japan Aviation Academy (JAA) หรือโรงเรียนการบินญี่ปุ่น ได้อีกด้วย

ถือเป็นภาพสะท้อนของเยาวชนคนหนึ่งที่สามารถจัดสมดุลระหว่างการเป็นนักกีฬาและการศึกษาได้อย่างน่าชื่นชม เพราะการก้าวขึ้นมาเป็นนักกีฬาทีมชาติไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้ทั้งเวลาในการฝึกซ้อม การเดินทาง การแข่งขัน และการดูแลสภาพร่างกาย ขณะเดียวกันก็ยังต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่ด้านการเรียน

แต่สำหรับ “ภูมิ” พิชญภูมิ วัชรคุณ เขากำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า หากมีความมุ่งมั่นและบริหารจัดการชีวิตได้ดี ความฝันด้านกีฬาและเป้าหมายทางการศึกษา สามารถเดินควบคู่กันไปได้