สมาคมกีฬาเฮถ้วนหน้า "บิ๊กเอ" การันตี ปี 70 งบประมาณพัฒนากีฬาไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมาแน่นอน หลังเข้าหารือกับ "รัฐมนตรีกีฬา" ได้ข้อยืนยันมาเอง พร้อมย้ำอยากให้รัฐบาลส่งเสริมกีฬามากกว่านี้ หลังทำผลงานสุดปังในเอเชียนเกมส์ 2026 ชี้ ต้องรีบต่อยอดเพื่อให้ไปได้ไกลกว่าเดิม ยันยังไม่มีการใช้วิธีตัดเกรด และยังจะไม่มีการนำเกณฑ์การแบ่งเกรด A B C D มาใช้พิจารณาในการให้เงินในปีหน้าด้วย จึงขอให้ทุกสมาคมกีฬาสบายใจได้
"บิ๊กเอ" ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ออกมาเปิดเผยหลังเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการบริหาร ครั้งที่ 5 ประจำปีพ.ศ. 2569 ที่คณะกรรมการโอลิมปิคฯ เมื่อวันที่ 29 ต.ค.69 ว่า ในการประชุมครั้งนี้ตนได้แจ้งเรื่องสำคัญให้ที่ประชุมได้ทราบเกี่ยวกับงบประมาณประจำปีที่แต่ละสมาคมกีฬาจะได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติว่า หลังจากที่มีเสียงสะท้อนจากทุกสมาคมกีฬาเกี่ยวกับการสนับสนุนงบประมาณของกองทุนฯ ตามหลักเกณฑ์ที่มีผลให้ทุกสมาคมฯจะได้น้อยเกินไป และมีการแบ่งเกรดสมาคมโดยใช้ AI การประเมิน แทนที่แบบเดิม ซึ่งพิจารณาโดยฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และได้แบ่งกลุ่มสมาคมกีฬาออกเป็น 4 กลุ่มหลัก จัดสรรงบไว้แบบตายตัว เช่นกลุ่มบนสุดจะได้ 35 ล้านบาท รองลงไป 17.5 ล้านบาท เป็นต้น
ล่าสุด ผศ.พิมล ได้กล่าวว่า หลังจากที่ตนได้มีโอกาสพบกับ "รัฐมนตรีเอ" นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึง "รองต่อ" ปรีชา ลาลุน รองผู้ว่ากกท. ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศ ในระหว่างที่เดินทางไปทำงานในต่างประเทศด้วยกัน จึงได้หารือเรื่องนี้ร่วมกัน ซึ่งรัฐมนตรี ได้รับฟังและเจ้าใจในปัญหานี้ พร้อมยืนยันว่า ในปีหน้า คือพ.ศ. 2570 จะพยายามหางบประมาณมาจ่ายเพื่อให้ทุกสมาคมกีฬาได้รับเงินงบประมาณไม่น้อยกว่าปีที่แล้ว คือพ.ศ.2568 ซึ่งยังไม่มีการใช้วิธีตัดเกรด และยังจะไม่มีการนำเกณฑ์การแบ่งเกรด A B C D มาใช้พิจารณาในการให้เงินในปีหน้าด้วย จึงขอให้ทุกสมาคมกีฬาสบายใจได้ เพราะได้ร่วมหารือ และได้รับคำยืนยันจาก นายสุรศักดิ์ แล้ว
นอกจากนั้น ผศ.พิมล ยังกล่าวอีกว่า อยากให้รัฐบาลให้ความสนใจ และสนับสนุนวงการกีฬามากขึ้น เพราะเห็นได้ชัดว่า ทำผลงานดีขึ้นชัดเจน สะท้อนจากกีฬาเอเชียนเกมส์ 2026 ที่กวาดมาได้ถึง 18 เหรียญทอง, 13 เหรียญเงิน และ 21 เหรียญทองแดง รวมเป็น 52 เหรียญ นอกจากนั้น ยังสร้างประวัติศาสตร์ในหลายชนิดกีฬา เช่น "บิว" ภูริพล บุญสอน คว้า 2 เหรียญทอง และ สร้างสถิติใหม่ เป็นนักกีฬายอดเยี่ยมในเอเชียนเกมส์คนแรก และผลงานสมาคมกรีฑาฯโดดเด่น, แบดมินตัน ชายเดี่ยวที่ "เจ้าวิว" กุลวุฒิ วิทิตศานต์ คว้าเหรียญทองมาครองสำเร็จ ทั้งที่ไม่เคยมีใครเคยเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศด้วยซ้ำ เช่นเดียวกับ ขี่ม้า ประเภทอีเวนติ้ง ทีมชาย ที่ได้เหรียญทองเช่นกัน และยังมีอีกหลายประเภทกีฬาที่แม้ไม่ได้เหรียญรางวัล แต่ก็ทำสถิติดีขึ้นอย่างชัดเจน ทางภาครัฐจึงน่าจะสนับสนุนมากกว่านี้ เพื่อต่อยอดให้วงการกีฬาไทยก้าวหน้าต่อไป


