คอลัมน์ "TKO" โดย "น็อกเอาต์ แมน"
ไฟต์เดือดชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต ระหว่าง นิโค คาร์ริลโล เจ้าของเข็มขัดชาวสกอตแลนด์ กับ นาบิล อานาน ลูกครึ่งไทย-แอลจีเรีย ในรายการ The Inner Circle 43 วันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม 2569 ณ เวทีมวยลุมพินี ถือเป็นมวยคู่รีแมตช์หยุดโลกที่แฟนมวยต่างรอคอย
การเจอกันภาค 2 ครั้งนี้ ถือว่ามีความหมาย และมีประเด็นให้ติดตามมากกว่าเดิมหลายเท่า เพราะปัจจัยหลายๆอย่างที่จะส่งให้การชกระหว่าง นิโค กับ นาบิล จะไม่เหมือนภาคแรกที่เคยได้เจอกันไปก่อนหน้านี้ แน่นอนว่าจะการันตีความเดือดมากขึ้นเป็นทวีคูณ
____________________
- ปูมหลังของไฟต์เดือดภาค 2
นาบิล อานาน ถือเป็นนักชกเพียงคนเดียวในองค์กร ONE ที่เคยยัดเยียดความปราชัยให้กับ นิโค คาร์ริลโล จากการเจอกันหนแรก ชิงเข็มขัดแชมป์โลกมวยไทย ONE รุ่นแบนตัมเวต ซึ่งการรีแมตช์ครั้งนี้จะเป็นการชกในรุ่นพิกัดที่ใหญ่ขึ้น (เฟเธอร์เวต) จึงเป็นโอกาสทองที่ นิโ คจะได้ป้องกันเข็มขัด และสะสางบัญชีแค้นล้างอายอย่างแท้จริง เพราะจะได้ชกแบบที่น้ำหนักของตัวเองเต็มรุ่นเสียที
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ นิโค เคยออกมาเผยว่าสาเหตุที่ตนพ่ายน็อก นาบิล อานาน ในการเจอกันภาคแรก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการลดน้ำหนักเป็นสิบกิโลในช่วงระยะเวลาที่ไม่นาน ทำให้เมื่อถึงไฟต์ชกตนแทบไม่มีแรง ขาสั่นก่อนขึ้นเวที แต่ก็กัดฟันสู้ สุดท้ายก็ต้านทานกำปั้นรุ่นน้องไม่ไหว
โดยตัวของ นาบิล ต้องขยับน้ำหนักขึ้นมาท้าชิงเข็มขัดในรุ่นเฟเธอร์เวต หลังจากเคยขึ้นมาลองพิกัดนี้แล้ว 1 ครั้ง กับกติการคิกบ็อกซิ่ง ซึ่งการได้กลับมาเจอ นิโค อีกครั้งในกติกามวยไทย และพิกัดเฟเธอร์เวต ถือเป็นโอกาสทองที่จะย้ำแผลเก่า และคว้าแชมป์โลกอีกรุ่นมาครอง
____________________
- ปัจจัยในการชี้ขาดแชมป์โลก
นาบิล : ต้องใช้ประโยชน์จากความยาวของแขนขา หรือ "ช่วงชก" ให้เกิดประโยชน์สูงสุด อาศัยการเตะ หรือถีบดักวงนอก เพื่อไม่ให้ นิโค เข้ามาประชิดตัวได้สะดวก หากคุมระยะให้เป็น "เกมยาว" ได้ นิโค จะชกยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่สามารถใช้อาวุธหมัดที่เขาถนัด
นิโค : ต้องไม่เดินเข้าหาแบบทื่อๆ เพราะช่วงชกเป็นรองพอสมควร แต่ต้องใช้ฟุตเวิร์ก และตัดมุมกดดัน เข้าหา เพื่อย่นระยะ และปล่อยหมัดชุดอันรุนแรงที่เขาถนัดเพื่อทำลายล้างจังหวะของ นาบิล อย่างไรก็ดี นิโค จะต้องระวังขาของตัวเองเอาไว้ด้วย เพราะต้องยอมรับว่าจุดอ่อนของกำปั้นสก็อตต์รายนี้ คือมักถูกเจาะยางเป็นประจำ
____________________
- พิกัดน้ำหนัก และแรงปะทะ
การชกในพิกัดรุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ป.) จะเป็นพิกัดที่ นิโค คาร์ริลโล มีความคุ้นเคย สมบูรณ์ และได้เปรียบเรื่องความหนาของโครงสร้างร่างกายมากกว่าไฟต์ก่อนที่ชกกันในรุ่นแบนตัมเวต เพราะไม่ต้องลดน้ำหนักเป็น 10 กิโลกรัม ไม่ต้องฝืนร่างกายของตัวเองเท่าไหร่
สำหรับ นาบิล น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจากการปีนเวตขึ้นมา จะช่วยให้เขามีแรงปะทะดีขึ้น แต่ต้องดูว่าความเร็ว และความพลิ้วไหวอันเป็นจุดขายหลักของเขาว่าจะลดลงไปบ้างหรือไม่ เพราะเมื่อขึ้นมาชกในรุ่นเฟเธอร์เวต หลายสิ่งที่เคยได้เปรียบคู่ชกแบบตอนต่อยแบนตัมเวต ก็ลดน้อยลงไป
หากเกมบีบเข้าสู่วงใน ทั้งคู่ต่างมีศอก และเข่าที่อันตราย แต่หมัดของ นิโค ในระยะประชิดมีพลังทำลายล้างที่สามารถเปลี่ยนเกมได้ในหมัดเดียว (โป้งเดียวจอด) ขณะที่ นาบิล มีแทงเข่าตรงที่น่ากลัวจากส่วนสูงของเขา หากดักจังหวะตอน นิโค พุ่งเข้าหาได้ อาจเกิดช็อตอิมแพ็กต์ใหญ่ในไฟต์นี้ได้ทันที
____________________
- มุมมอง และการคาดการณ์
เชื่อลึกๆว่าไฟต์นี้มีโอกาสจบแบบไม่ครบยกสูงมาก เพราะต่างฝ่ายต่างเป็นนักชกที่มีอาวุธอันตราย โดย นิโค จะต้องเดินหน้าเปิดเกมเข้าใส่ตั้งแต่นาทีแรกๆ ใช้ความหนา และพลังหมัดบังคับให้ นาบิล ต้องถอยจนชนเชือก แล้วปิดบัญชีด้วยอัปเปอร์คัต หรือหมัดตัดลำตัว
ส่วนทางฝั่งของ นาบิล มีโอกาสสูงที่จะใช้การดักชก ทำแต้มอย่างชาญฉลาด เล่นงานคู่แข่งจากวงนอก และควบคุมจังหวะเกมตลอด 5 ยก หรือฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของ นิโค เพื่อดักเข่า สับศอกในจังหวะที่ นิโค บุกเพลินๆ
____________________
แน่นอนว่าคู่นี้ถือเป็นการดวลกันระหว่างนักชกที่มี "พลังทำลายล้าง" ปะทะกับนักชกที่ "ได้เปรียบเรื่องช่วงชก และฝีมือครบเครื่อง" ไฟต์นี้ถือเป็นไฟต์ที่น่าจะตื่นเต้นที่สุดคู่หนึ่งของปี โอกาสแพ้-ชนะเปิดกว้างทั้งสองฝ่าย และมีโอกาสสูงมากที่จะจบแบบไม่ครบยก


