xs
xsm
sm
md
lg

“ราชประชานุเคราะห์ 30” ม้ามืดจากแม่อาย ล้มยักษ์ใหญ่ผงาดบัลลังก์รักบี้เยาวชน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



จากเด็กชายขอบสุดแดนสยาม สู่แชมป์ประเทศไทย! “ราชประชานุเคราะห์ 30” ม้ามืดจากแม่อาย ล้มยักษ์ใหญ่ผงาดบัลลังก์รักบี้เยาวชน

ระยะทางกว่า 800 กิโลเมตร ไม่อาจขวางความฝันของเด็กชายจาก อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เมื่อโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 30 สร้างปรากฏการณ์สุดเหลือเชื่อ ส่งทีมรักบี้ 7 คน รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปีชาย ลงชิงชัยเป็นครั้งแรก ก่อนผงาดคว้าแชมป์ประเทศไทย พร้อมโค่นยักษ์ใหญ่อย่างโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยด้วยสกอร์ 19-12 จุด ตอกย้ำให้เห็นว่า ความสำเร็จในกีฬารักบี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่โรงเรียนชื่อดังหรือเมืองใหญ่ หากมีโอกาส การสนับสนุน และความมุ่งมั่นมากพอ เด็กจากพื้นที่ห่างไกลก็สามารถก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดได้เช่นกัน

การแข่งขันรักบี้ฟุตบอล 7 คนเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปีชาย ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ คลอง 6 กลายเป็นเวทีแจ้งเกิดของทีมม้ามืดจากภาคเหนืออย่างโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 30 จังหวัดเชียงใหม่ ที่เดินทางไกลจากอำเภอแม่อาย เพื่อมาพิสูจน์ฝีมือกับบรรดาทีมชั้นนำของประเทศ

แม้จะเป็นการลงแข่งขันระดับประเทศครั้งแรก แต่เด็กๆ จากราชประชานุเคราะห์ 30 กลับไม่ได้ลงสนามด้วยความหวาดหวั่น พวกเขาแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ ก่อนเดินหน้าฝ่าด่านคู่แข่งสำคัญอย่างโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย และ ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัย จนสร้างผลงานเหนือความคาดหมาย คว้าแชมป์ประเทศไทยมาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะชัยชนะเหนือวชิราวุธวิทยาลัย 19-12 จุด ที่กลายเป็นไฮไลต์สำคัญของการแข่งขัน

แต่เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน หากเป็นผลจากการวางรากฐาน การเปิดโอกาส และความร่วมมือของคนหลายฝ่าย ที่เชื่อมั่นว่าเด็กๆ จากพื้นที่ห่างไกลก็มีศักยภาพที่จะเติบโตเป็นนักกีฬาคุณภาพได้


จุดเริ่มต้นจากนโยบายพัฒนาเยาวชน สู่การสร้างทีมรักบี้ในพื้นที่ห่างไกล

ย้อนกลับไปก่อนจะมีทีมรักบี้ของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 30 จังหวัดเชียงใหม่ โรงเรียนแห่งนี้ยังไม่มีทีมกีฬาชนิดนี้อย่างเป็นรูปธรรม จนกระทั่งแนวทางการพัฒนารักบี้เยาวชนของ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่มุ่งขยายฐานนักกีฬาและสร้างโอกาสให้เยาวชนเข้าถึงกีฬารักบี้ได้มากที่สุด นำไปสู่แนวคิดการพัฒนานักกีฬาจากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ทั่วประเทศ โดยมีประธานภูมิภาคทั้ง 4 ภาคร่วมผลักดัน

ต่อมา พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี ประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มีนโยบายให้โรงเรียนราชประชานุเคราะห์นำกีฬารักบี้เข้ามาฝึกสอนนักเรียน เพื่อเปิดพื้นที่การเรียนรู้และพัฒนาทักษะกีฬาให้กับเยาวชน

นางณัฐสุดา นาลอ ผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 30 จังหวัดเชียงใหม่ จึงรับนโยบายดังกล่าวมาขับเคลื่อนอย่างจริงจัง พร้อมมอบหมายให้ “ครูบาส” นายเกียรติพงษ์ ปันวัง ครูพลศึกษาของโรงเรียน เป็นผู้ริเริ่มสร้างทีมรักบี้ขึ้นมา

ความท้าทายสำคัญคือ ครูบาสไม่ได้มีพื้นฐานในกีฬารักบี้มาก่อน เพราะเดิมเป็นอดีตนักกีฬาลีลาศ และสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตเชียงใหม่ แต่แทนที่จะปล่อยให้ข้อจำกัดกลายเป็นอุปสรรค เขาเลือกที่จะเรียนรู้กีฬาชนิดใหม่อย่างจริงจัง เพื่อส่งต่อโอกาสให้กับลูกศิษย์ของตัวเอง

ครูบาสเข้ารับการอบรมจากโครงการพัฒนาผู้ฝึกสอนระดับภูมิภาค ภาคเหนือ ซึ่งสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ร่วมกับจังหวัดเชียงราย และนายเกียรติชัย นพตากูล ประธานสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ภาคเหนือ จัดขึ้น เพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะการฝึกสอน ก่อนนำสิ่งที่ได้เรียนรู้กลับมาสร้างทีมรักบี้ของโรงเรียน

จากจุดเริ่มต้นที่แทบไม่มีความรู้เฉพาะทาง วันนี้ครูบาสสามารถถ่ายทอดพื้นฐานการเล่นรักบี้ให้กับเด็กๆ ได้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การรับ-ส่งลูก การทำความเข้าใจกติกา ไปจนถึงวิธีการเล่นและการทำคะแนน นี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนว่า การพัฒนาผู้ฝึกสอนมีความสำคัญไม่แพ้การพัฒนาตัวนักกีฬา เพราะเมื่อครูมีความรู้ เด็กๆ ก็ได้รับโอกาสเติบโตตามไปด้วย


จากเสารักบี้ที่ทำขึ้นเอง สู่สนามแห่งความฝันของเด็กแม่อาย

หากพูดถึงทีมรักบี้ระดับประเทศ หลายคนอาจนึกถึงสนามฝึกซ้อมที่ได้มาตรฐาน อุปกรณ์ครบครัน และระบบการฝึกที่พร้อมสรรพ แต่สำหรับราชประชานุเคราะห์ 30 เส้นทางเริ่มต้นจากทรัพยากรเท่าที่มี และความร่วมมือของคนในชุมชน

อุปกรณ์ฝึกซ้อมได้รับการสนับสนุนจากนายเกียรติชัย นพตากูล ขณะที่เสารักบี้ของโรงเรียนเกิดจากน้ำใจของคนในพื้นที่ ซึ่งช่วยกันเข้าไปหาไม้เพื่อนำมาทำเป็นเสาสำหรับฝึกซ้อมให้กับนักเรียน

เสารักบี้ที่สร้างขึ้นจากแรงกายของคนในชุมชน จึงมีความหมายมากกว่าอุปกรณ์กีฬา เพราะเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมแรงร่วมใจที่ช่วยกันผลักดันให้เด็กๆ ได้มีสนามสำหรับเรียนรู้ ฝึกฝน และไล่ตามความฝัน

ขณะเดียวกัน การเดินทางจากอำเภอแม่อายเข้ามาแข่งขันในตัวเมืองเชียงใหม่ทุกครั้ง ก็เป็นอีกหนึ่งบททดสอบของนักกีฬาและผู้ฝึกสอน แต่ระยะทางไม่ได้ทำให้พวกเขาหยุดพัฒนา กลับยิ่งเป็นแรงผลักดันให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ประสบการณ์การแข่งขัน และเตรียมพร้อมสำหรับเวทีที่ใหญ่ขึ้น

สำหรับทีมรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี แม้จะเพิ่งส่งลงแข่งขันเป็นครั้งแรก แต่เด็กๆ ยังได้ฝึกซ้อมร่วมกับนักกีฬารุ่นพี่ภายในโรงเรียน ซึ่งช่วยเพิ่มทั้งความแข็งแกร่งทางร่างกาย ความอดทน และความเข้าใจในเกมการแข่งขัน


ประธานรักบี้ภาคเหนือชื่นชม เด็กมีหัวใจนักสู้ พร้อมยกความสำเร็จให้ทุกฝ่าย

นายเกียรติชัย นพตากูล ประธานสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ภาคเหนือ เปิดเผยว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 30 ให้การสนับสนุนทีมรักบี้เป็นอย่างดี ขณะที่นักกีฬาทุกคนมีจิตใจนักสู้ แม้ต้องเดินทางไกลจากอำเภอแม่อายเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในเมืองเชียงใหม่อยู่เสมอ

“ครูบาสแม้จะไม่ใช่คนในวงการรักบี้มาก่อน แต่ก็เรียนรู้กีฬารักบี้จนสามารถนำไปถ่ายทอดให้เด็กๆ ในโรงเรียนได้ ส่วนทีมยู-12 นั้นเป็นครั้งแรกที่ส่งเข้าร่วมแข่งขัน แต่การฝึกซ้อมนั้นได้ประกบทีมกับบรรดารุ่นพี่ในโรงเรียน ทำให้เด็กๆ มีความแข็งแกร่งทั้งด้านร่างกายและจิตใจ”

นายเกียรติชัยยังกล่าวถึงผลงานในสนามว่า ทีมรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปีของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 30 สามารถเอาชนะทีมชั้นนำอย่างวชิราวุธวิทยาลัยและ ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัย ก่อนก้าวขึ้นเป็นแชมป์ประเทศไทย โดยมองว่าความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากความสามารถและความแข็งแกร่งของนักกีฬาเป็นสำคัญ


แชมป์ที่มากกว่าถ้วยรางวัล คือบทพิสูจน์ของการพัฒนารักบี้ไทย

การคว้าแชมป์ประเทศไทยของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 30 จังหวัดเชียงใหม่ ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จของนักกีฬารุ่นอายุไม่เกิน 12 ปีเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของการสร้างระบบพัฒนากีฬาที่เริ่มต้นจากการเปิดโอกาสให้เด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกลได้เข้าถึงการฝึกซ้อมอย่างจริงจัง

ตั้งแต่นโยบายของสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย การสนับสนุนของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์และผู้บริหารโรงเรียน การพัฒนาความรู้ของผู้ฝึกสอน ไปจนถึงน้ำใจจากผู้สนับสนุนและคนในชุมชน ทุกส่วนล้วนเป็นองค์ประกอบที่ช่วยให้ทีมเล็กๆ ทีมหนึ่งมีโอกาสก้าวขึ้นมาประสบความสำเร็จบนเวทีระดับประเทศ

ความสำเร็จของราชประชานุเคราะห์ 30 จึงเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า การพัฒนากีฬาไม่จำเป็นต้องเริ่มจากความพร้อมที่สมบูรณ์แบบเสมอไป แต่ต้องเริ่มจากการมองเห็นศักยภาพของเยาวชน มีคนพร้อมสนับสนุน และมีผู้ฝึกสอนที่ไม่หยุดเรียนรู้

จากเด็กชายในอำเภอแม่อาย สู่การเป็นแชมป์รักบี้ประเทศไทย พวกเขาได้แสดงให้เห็นแล้วว่า ชื่อเสียงของโรงเรียนหรือระยะทางจากสนามแข่งขันไม่ใช่ตัวกำหนดความสำเร็จ

วันนี้ถ้วยแชมป์ที่ราชประชานุเคราะห์ 30 นำกลับไปเชียงใหม่ จึงมีความหมายมากกว่าชัยชนะในสนาม เพราะเป็นทั้งรางวัลแห่งความพยายาม ความภาคภูมิใจของโรงเรียนและชุมชน ตลอดจนแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนจากพื้นที่อื่นๆ ว่า หากได้รับโอกาสและการพัฒนาอย่างถูกทาง พวกเขาก็สามารถก้าวขึ้นมายืนบนจุดสูงสุดของวงการกีฬาไทยได้เช่นกัน

และนี่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวบทใหม่ เพราะสำหรับเด็กๆ จากแม่อาย แชมป์ประเทศไทยครั้งแรกไม่ได้เป็นแค่ปลายทางของความฝัน แต่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ไกลกว่าเดิมในโลกของกีฬารักบี้