แฟนกีฬาในโลกออนไลน์ถกกันสนั่นในกลุ่มชุมชนคนรักการวิ่งกลุ่มหนึ่ง หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งตั้งคำถามในกลุ่ม เกี่ยวกับพฤติกรรมการซ้อมของนักมวยไทยว่า “ผมเห็นนักมวยแถวบ้านวิ่งวอร์ม ใส่รองเท้านันยางตลอด ไม่ก็ผ้าใบปกติ อันนี้มีผลระยะยาวไหมครับ” โดยฝั่งนักมวยย้ำช่วยสร้างกล้ามเนื้อข้อเท้าน่องเหล็ก ส่วนฝั่งนักวิ่งร้องเตือนเสี่ยงเอ็นร้อยหวายพัง-รองช้ำเรื้อรังตอนแก่ ดึงสติคนรักสุขภาพที่คิดจะทำตาม ต้องมีต้นทุนร่างกายแกร่งพอระดับนักมวยอาชีพ
ทั้งนี้หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่ามีทั้งศิษย์เก่าค่ายมวย อดีตนักมวยไทย รวมถึงเจ้าหน้าที่ทหาร เข้ามาคอมเมนต์แชร์ประสบการณ์ตรง โดยหนึ่งในคอมเมนต์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากมาจากอดีตนักมวยไทยที่เข้ามาเผยอินไซต์สุดโหดว่า การวิ่งสไตล์มวยไทยกับการวิ่งเพื่อสุขภาพนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง
คอมเมนต์ดังกล่าวระบุว่า การใส่นันยางหรือผ้าใบพื้นแบนวิ่งขึ้นลงเนินเพื่อเน้นดันอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate) ให้สูงสำหรับการยืนระยะบนเวที 3 นาทีนั้น แลกมาด้วยความเจ็บปวด โดยระบุว่า “เจ็บเท้านี่จึ๊บๆ เลย มันจะเจ็บไปทั้งตัว น่วมไปทั้งตัวจนไม่รู้จะเลือกเจ็บหรือทรมานส่วนไหนดี แต่เชื่อเถอะ วิ่งเจ็บขา เจ็บเท้า กลับมาเจอต่อยท้อง ลืมๆ เท้าไปเลย” สะท้อนว่าสภาพร่างกายที่ถึกทนนั้น ถูกหล่อหลอมมาจากระเบียบวินัยและความจำเป็นของอาชีพ รวมถึงปัจจัยด้านงบประมาณในค่ายมวยภูธรสมัยก่อนที่รองเท้าวิ่งเฉพาะทางเข้าถึงยาก
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่มีผู้ใช้โซเชียลตั้งข้อสังเกตว่า "ทหารใส่คอมแบทวิ่งก็ไม่เห็นเป็นไร" ซึ่งคอมเมนต์นี้ ก็มีทหารอาชีพเข้ามาคอมเมนต์เบรกหัวทิ่ม โดยบอกว่าภาพที่เห็นภายนอกว่าไหวนั้น ภายในบอบช้ำไม่น้อย ก่อนที่ทหารรายหนึ่งเข้ามาตอกย้ำว่า “ผมอาชีพทหาร และเป็นรองช้ำครับ เป็นเพราะพื้นรองเท้าคอมแบทและคัทชูมันแข็ง ยืนนานสะสมหลายปี ทุกวันนี้ต้องหาแผ่นยางพารามารอง แก่ตัวมีผลระยะยาวแน่นอน”
ขณะที่นักวิ่งวัยเก๋าหลายคนเข้ามาคอมเมนต์เปรียบเทียบว่า ตอนอายุ 20 ต้นๆ ใส่นันยางวิ่งหรือเตะบอลวันละ 3-4 ชั่วโมงไม่เคยปวด แต่พออายุมากขึ้น แม้จะลงทุนซื้อรองเท้าวิ่งระดับท็อปคู่ละ 6,000-7,000 บาท วิ่งแค่ชั่วโมงเดียวแต่ลงเท้าผิดท่าเล็กน้อย ก็สามารถเกิดอาการรองช้ำอักเสบ ปวดระบมไปเป็นอาทิตย์ได้เช่นกัน
ทั้งนี้หากยึดตามหลักวิทยาศาสตร์การกีฬาในปัจจุบัน แม้ภาพจำของนักมวยไทยยุคคลาสสิกจะใส่นันยางวิ่งจนได้ข้อเท้าที่แข็งแกร่ง แต่อาการบาดเจ็บสะสมในข้อต่อ เข่า และส้นเท้า (โรคพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบหรือรองช้ำ) เป็นสิ่งที่มีผลเสียในระยะยาว ปัจจุบันยอดมวยไทยระดับโลกหลายคนก็หันมาสวมรองเท้าวิ่งที่มีระบบซับแรงกระแทก (Cushioning) หนาๆ ในช่วงซ้อมวิ่งยาวเพื่อยืดอายุอาชีพนักมวยกัน ส่วนคนธรรมดาที่วิ่งเพื่อสุขภาพ การลงทุนกับรองเท้าวิ่งดีๆ สักคู่ คือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดต่อข้อต่อและหัวเข่าในระยะยาว


