ทัพไทยปิดฉากเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ไอจิ-นาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ด้วยผลงานคว้ารวม 18 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน 21 เหรียญทองแดง จากทั้งหมด 23 ชนิดกีฬา จบด้วยอันดับที่ 7 ของการแข่งขัน และหากนับเฉพาะในอาเซียน ก็เป็นอันดับที่ 1 ในภูมิภาค และเป็นชาติเดียวในอาเซียนที่จบ 10 อันดับแรกเป็นที่แน่นอนแล้ว แม้จะเหลือการแข่งขันอีก 1 วัน ในช่วงสายวันอาทิตย์ ที่ 4 ตุลาคม 2569 จากอีเวนท์กีฬาขี่ม้า แต่ไม่มีนักกีฬาไทยลงทำการแข่งขัน โดยในช่วงค่ำวันเดียวกันนั้นก็จะมีพิธีปิดการแข่งขันด้วย
เอเชียนเกมส์หนนี้ ทัพนักกีฬาจีนยังคงไร้เทียมทานเช่นเดิม ครองเจ้าเหรียญทองอีกครั้ง เป็นสมัยที่ 12 ติดต่อกัน โดยหลังจบการแข่งขันวันเสาร์ ที่ 3 ตุลาคม 2569 กวาดรวม 169 เหรียญทอง 89 เหรียญเงิน 83 เหรียญทอง
เจ้าภาพญี่ปุ่น คว้าอันดับ 2 มี 83 เหรียญทอง 95 เหรียญเงิน 91 เหรียญทองแดง, อันดับ 3 เกาหลีใต้ 39 เหรียญทอง 43 เหรียญเงิน 68 เหรียญทองแดง, อันดับ 4 อินเดีย 21 เหรียญทอง 27 เหรียญเงิน 37 เหรียญทองแดง และอันดับ 5 อุซเบกิสถาน 21 เหรียญทอง 25 เหรียญเงิน 24 เหรียญทองทองแดง
สำหรับผลงานของทัพนักกีฬาไทยที่โดดเด่น 18 เหรียญทอง สมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทยและสมาคมกีฬาเทคบอลแห่งประเทศไทย ทำผลงานยอดเยี่ยม โดยกรีฑากวาดไป 3 เหรียญทอง ซึ่ง 2 เหรียญทอง มาจาก “บิว” ภูริพล บุญสอน ในรายการวิ่ง 100 และ 200 เมตรชาย คว้านักกีฬายอดเยี่ยมประจำมหกรรมครั้งนี้ไปครองด้วย จากการคว้าเหรียญทองและทุบสถิติเป็นว่าเล่น และวิ่ง 400 เมตรชาย จอชชัว โรเบิร์ต แอทคินสัน และยังได้อีก 2 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดงด้วย ส่วน เทคบอล กวาดไปเรียบ 3 เหรียญทอง ที่ส่งแข่งขัน ก็คือ ชายคู่, หญิงคู่ และคู่ผสม
ด้านสมาคมกีฬาเซปักตะกร้อฯ คว้าได้ 2 เหรียญทอง จากทีมชุดหญิงและทีมเดี่ยวชาย โดยได้อีก 2 เหรียญเงิน จากทีมชุดชายและทีม 4 คนหญิง ขณะที่สมาคมกีฬาเรือใบแห่งประเทศไทย ไม่น้อยหน้า ทำได้ 2 เหรียญทอง จาก โซเฟีย เกล มอนโกโมรี่ ในเรือใบ ILCA6 และ "ปิ่น" ปิ่นชนก คล้ายสมบูรณ์ ดาวรุ่งวัย 16 ปี ที่ทำได้จากเรือใบ Girls' Dinghy (คลาส ILCA4) แถมยังได้อีก 1 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดงด้วย
ขณะที่สมาคมกีฬาแบดมินตันฯ ได้มา 1 เหรียญทอง 1 เหรียญทองแดง เหรียญทองมาจาก “วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์ ที่คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์ชายเดียวเหรียญแรกของไทยในเอเชียนเกมส์ นับตั้งแต่มีบรรจุแข่งขันในปี 1962 พร้อมฉลองขึ้นครองมือ 1 โลกอีกครั้ง และยังได้อีก 1 เหรียญทองแดงจากทีมหญิง
สมาคมกีฬามวยสากลฯ คว้ามาได้ 1 เหรียญทองโทน จาก "โฟกัส" ณัฐนิชา จงโปร่งกลาง รุ่น 54 กก.หญิง, สมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย ได้มา 1 เหรียญทองและ 1 เหรียญเงิน โดยเหรียญทอง ได้จากทีมอีเวนต์ติ้ง ส่วนสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลฯ ได้มา 1 เหรียญทอง 1 เหรียญทองแดง โดย เหรียญทองของทีมไทยในรอบ 28 ปี ได้จาก “ไบรท์" ธาราวดี นาราพรลภัส และ "เบสท์" วรพีรชยากร ก้องภพศรุตาวดี ในประเภททีมหญิง
ด้านสมาคมกีฬาอีสปอร์ต คว้ามา 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง 1 เหรียญทอง มาจากทีมพับจี โมบาย, สมาคมกีฬายูยิตสูแห่งประเทศไทย ได้มา 1 เหรียญทอง 2 เหรียญทองแดง โดย 1 เหรียญทอง มาจาก “ปุ๊ก“ อรภา เสนาธรรม รุ่น 63 กก.หญิง, สมาคมกีฬามิกซ์มาเชียลอาร์ทฯ ได้มา 1 เหรียญทอง จาก “แอมป์" กัญจุฑา ภัทรบุญซ่อน รุ่น 54 กก.หญิง, สมาคมกีฬาเทควันโดฯ ได้มา 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง ซึ่งเหรียญทองมาจาก “หยู” บัลลังก์ ทับทิมแดง ในรุ่น 68 กก.ชาย ซึ่งก็เป็นเหรียญทองสมัยที่ 2 ของเจ้าตัว และเหรียญทองปิดท้าย เหรียญที่ 18 ของทัพนักกีฬาไทย ด้วย


