กีฬาเอ็กซ์สตรีมถือว่าเป็นหนึ่งในกีฬามาแรงของเอเชียนเกมส์ 2026 ที่โดนใจเด็กเจนใหม่ ด้วยความท้าทาย ฟรีสไตล์ และสนุก ทำให้กีฬานี้ได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มเด็กวัยรุ่น ซึ่งนอกจากความกล้าแล้ว สิ่งสำคัญอย่างมากคือวินัยในการฝึกซ้อม ความพร้อมของร่างกาย และการกินอาหารตามหลักโภชนาการกีฬาเพื่อสุขภาพที่ดี ‘ชัย’ ธวัชชัย เซี่ยงอึ่ง นักกีฬาสเกตบอร์ดทีมชาติ ได้แชร์เส้นทางสายเอ็กซ์สตรีมสร้างความสตรอง ร่วมกับการนำหลักโภชนาการกีฬาที่ได้รับคำแนะนำจากอายิโนะโมะโต๊ะ ประเทศไทยมาปรับใช้จริง ให้อาหารสุขภาพดีได้อร่อยด้วย
ทั้งนี้ โครงการวิคตอรี่ โปรเจค ประเทศไทย บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) สนับสนุนนักกีฬาไทยด้วยโภชนาการกีฬาแบบครบวงจรทั้งร่างกายและจิตใจผ่านโครงการวิคตอรี่ โปรเจคประเทศไทย โดยอายิโนะโมะโต๊ะได้เสิร์ฟเมนูข้าวปั้นพลังงาน (Power Ball) สไตล์ไทย ๆ จำนวน 700 ชิ้น ณ Thai House พร้อมทั้งสนับสนุนผลิตภัณฑ์อะมิโนไวทัล (aminoVITAL) และกาแฟเบอร์ดี้ 3 in 1 เพื่อเสริมศักยภาพทัพนักกีฬาไทยตลอดการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026
“ชัย” ธวัชชัย เซี่ยงอึ่ง นักกีฬาสเกตบอร์ดทีมชาติไทย เผยว่าเส้นทางสู่การเป็นนักกีฬา จากการลองเล่นกีฬาตามความชอบสู่เส้นทางความฝันว่า “ตอนเด็กผมอยู่สุราษฎร์ธานี เห็นพี่ๆเล่นบีเอ็มเอ็กซ์ บีบอย และสเกตบอร์ด ที่สวนสาธารณะฝั่งตรงข้ามร้านของพ่อแม่ ก็ลองเล่นทั้งสามอย่าง แต่สุดท้ายชอบสเกตบอร์ดที่สุด เลยเล่นต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ครับ เราเล่นกีฬาเพื่อออกกำลังกาย เล่นเพื่อสนุกสนาน หรือว่าเล่นด้วยกันเพื่อเมกเฟรนด์กับเพื่อนก็ได้ครับ ไม่จำเป็นต้องเล่นให้มันเครียดตลอดเวลา เพราะมันเป็นกีฬาที่เล่นแล้วสนุก”
“ชัย” ได้แชร์ประสบการณ์จริงจากการเข้าร่วมโครงการวิคตอรี่ โปรเจคประเทศไทย ว่า “โภชนาการกีฬาได้เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันและการซ้อม การเข้าใจว่าร่างกายต้องการอะไร ช่วยให้ผมเลือกรับประทานอาหารได้เหมาะสมและเตรียมร่างกายได้ดีขึ้น”
“สเกตบอร์ดเป็นกีฬาที่ค่อนข้างฟรีสไตล์ครับ นักกีฬาไม่จำเป็นต้องน้ำหนักเยอะหรือน้ำหนักน้อย แต่ที่สำคัญก็คือร่างกายต้องแข็งแรงและสตรอง เพื่อที่เวลาเรารับแรงกระแทก หรือเราล้มพลาด ร่างกายตรงนั้นจะเป็นตัวรับแรงกระแทก เพื่อให้เราบาดเจ็บน้อยลง การที่ร่างกายจะสตรองก็ต้องเกี่ยวกับเรื่องการกิน การกินอาหารที่ดีก็ต้องกินให้เหมาะกับนักกีฬาของแต่ละคน เพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรงสุขภาพดีครับ”
“หนึ่งในประสบการณ์ที่ผมชอบคือการได้มาที่ Ajinomoto Victory Canteen อาหารที่นี่อร่อย และยังเป็นสถานที่ที่ผมได้พบปะและใช้เวลาร่วมกับเพื่อนๆพี่ๆ นักกีฬา การได้นั่งรับประทานอาหารและเล่นเกมด้วยกันทำให้ผมรู้สึกสนุกและผ่อนคลาย อายิโนะโมะโต๊ะไม่ได้ซัพพอร์ตแค่โภชนาการที่ดีเท่านั้น แต่ยังช่วยเติมกำลังใจอีกด้วยโครงการวิคตอรี่ โปรเจค ทำให้ผมรู้สึกมีความพร้อมมากขึ้นทั้งกายและจิตใจ และสำหรับเอเชียนเกมส์ 2026 นี้ เป้าหมายของผมคือการทำให้ดีที่สุดและเต็มที่ในทุกการแข่งขันครับ”
นางสาวจิดาภา ศรีชวนะ นักกำหนดอาหารวิชาชีพ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “จากอินไซต์นักกีฬาไทยส่วนใหญ่บอกว่าการจัดเตรียมอาหารที่มีโภชนาการเหมาะสมเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะในช่วงระหว่างเตรียมการแข่งขันที่มีเวลาค่อนข้างจำกัด สำหรับน้องชัย ช่วงที่มีการฝึกเวทเทรนนิ่งหนักๆ ควรเน้นอาหารโปรตีนสูง จึงให้คำแนะนำความรู้ด้านโภชนาการ ให้นักกีฬารู้จักแหล่งอาหารที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นค่ะ เช่น โปรตีน นอกจากอกไก่ก็กินเป็นไข่ เต้าหู้ หรือว่าปลาแทนได้ ทำให้เขาสามารถรับประทานอาหารได้อย่างหลากหลาย เหมาะกับความต้องการของร่างกาย”
“จากการทำงานอย่างใกล้ชิดและยาวนานของโครงการวิคตอรี่ โปรเจคในประเทศไทยร่วมกับ กกท. และน้องๆ นักกีฬา เราได้ยกระดับการดูแลด้านโภชนาการกีฬาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งตอบความต้องการของนักกีฬาด้วยการออกแบบโภชนาการที่สามารถเลือกปรับ (Customize) ให้สอดคล้องกับตารางฝึกซ้อมควบคู่กับเมนูที่นักกีฬาชื่นชอบ หัวใจสำคัญคือให้นักกีฬาเรียนรู้และเข้าใจมากขึ้นว่า อาหารที่เหมาะกับตัวเองควรจะมีองค์ประกอบอย่างไร เป้าหมายของเราในระยะยาวก็คืออยากให้น้องๆ นักกีฬาสามารถที่จะนำความรู้ไปเลือกและจัดการเรื่องอาหารของตัวเองได้อย่างเหมาะสมค่ะ”
“นอกเหนือจากการดูแลเรื่องอาหารแล้ว เรายังให้ความสำคัญมาก ๆ กับการซัพพอร์ตด้านจิตใจให้กับนักกีฬา ผ่านกิจกรรมและเกมต่าง ๆ ที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดระหว่างฝึกซ้อมจนเกิดเป็นคอมมิวนิตี้ที่อบอุ่น และความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างนักกีฬาด้วยกันและทางอายิโนะโมะโต๊ะ”
ตลอดช่วงการแข่งขัน เอเชียนเกมส์ 2026 โครงการวิคตอรี่ โปรเจค ประเทศไทยได้สนับสนุน เมนูข้าวปั้นพลังงาน (Power Ball) สไตล์ไทยๆ อย่าง ต้มยำ ผัดกะเพรา พะโล้ แกงเขียวหวาน และลาบ ที่เติมความอร่อยกลมกล่อมด้วยผลิตภัณฑ์รสดีเมนู โดยจัดเสิร์ฟนักกีฬา ณ Thai House ควบคู่ไปกับการสนับสนุนผลิตภัณฑ์อะมิโนไวทัลจำนวนมากกว่า 100,000 ชิ้น และกาแฟเบอร์ดี้ 3 in 1 แก่ กกท. และสมาคมกีฬาต่าง ๆ
โดยมีเมนูพิเศษเฉพาะวันเปิดบูท คือ มื้ออาหารแห่งชัยชนะWinning Meals ภายใต้แนวคิด “Taste of Home, Power to Win” สำหรับนักกีฬาที่มาเยือน Thai House โดยนำเสนอในรูปแบบ Thai x Nagoya Fusion เป็นเบนโตะที่ผสานรสชาติอาหารไทยที่คุ้นเคยกับวัตถุดิบที่เป็นเอกลักษณ์ของนาโกย่าอย่างมิโสะที่ทำจากถั่วเหลืองหมักแบบดั้งเดิม อุดมด้วยโปรตีนและรสอูมามิ เพื่อสร้างสร้างสรรค์เมนูสุดพิเศษ โดยใน 1 เซต มีอาหาร 8 อย่าง มีข้าวกล้องผสมข้าวญี่ปุ่นข้าวผัดต้มยำ ไก่ผัดมะเขือมิโสะโหระพา ปลาม้วนผักกาด ไข่ไส้ผัก ไก่ย่างมิโสะ พะโล้ผักดองสไตล์นาโกย่า และแกงจืดไก่เต้าหู้ ที่อร่อย
มีประโยชน์
“เราเชื่อว่ารสชาติที่คุ้นเคยจากบ้านไม่เพียงช่วยให้นักกีฬาเพลิดเพลินกับมื้ออาหาร แต่ยังช่วยสร้างความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย และสบายใจเมื่อต้องแข่งขันอยู่ไกลบ้านสะท้อนแนวคิด “Taste of Home, Power to Win” ที่ใช้พลังของอาหารในการสนับสนุนทั้งความพร้อมทางร่างกายและจิตใจของนักกีฬา” นางสาวจิดาภากล่าว
นางสาวจิดาภา แนะนำเพิ่มเติมว่า “สำหรับเด็กรุ่นใหม่ที่มีนักกีฬาเป็นต้นแบบ ที่อยากจะแนะนำก็คือ ให้เรียนรู้วิธีคิดเรื่องของการกินอาหารจากนักกีฬา ว่าอาหารเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมร่างกายให้พร้อมในทุกๆ วัน พื้นฐานสำคัญก็คืออยากให้กินอาหารให้หลากหลาย สมดุล กินให้เพียงพอกับกิจกรรมที่ทำ โดยเฉพาะคนที่เล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย ควรที่จะให้ความสำคัญกับการกินอาหารก่อนทำกิจกรรม การดื่มน้ำให้เพียงพอ และการกินอาหารหลังออกกำลังกาย เพื่อเติมสารอาหารให้กับร่างกายได้อย่างครบถ้วน อีกเรื่องที่สำคัญก็คือ ไม่อยากให้มองว่าอาหารเพื่อสุขภาพต้องเป็นอาหารที่ไม่อร่อย หรือจำเป็นต้องควบคุมตัวเองอย่างเคร่งครัดเสมอไป อาหารที่ดีควรมีทั้งคุณค่าทางโภชนาการ ความอร่อย และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเรา เพราะสิ่งสำคัญที่สุดก็คือการสร้างพฤติกรรมที่สามารถทำต่อเนื่องได้ในระยะยาว”


