การปะทะกันในโลกกีฬาของ “ญี่ปุ่น” กับ “เกาหลีใต้” กลายเป็นกิมมิค ที่น่าสนมากว่าทั้ง 2 ชาตินี้จะหาอะไรมาบลัฟใส่กัน
แต่ถ้าพูดถึง “ข้อบาดหมางในวงการกีฬา ญี่ปุ่น–เกาหลีใต้” ต้องบอกว่าไม่ได้มีแค่เรื่องผลการแข่งขัน แต่หลายเหตุการณ์เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์การล่าอาณานิคมของญี่ปุ่นในเกาหลีและประเด็นดินแดน ด็อกโด/ทาเคชิมะ ทำให้การแข่งขันระหว่างสองชาติบางครั้งมีความหมายเกินกว่ากีฬา
ถ้าเอาที่เด่นๆ วงการกีฬาจดจำ มีการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอล 2002 ที่ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ต้องการเป็นเจ้าภาพเดี่ยวๆ ก่อนที่ FIFA จะตัดสินใจให้ สองประเทศร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ฟุตบอลโลกแบ่งเจ้าภาพระหว่างสองชาติ
ยังมีอีก 1 เหตุการณ์ ในฟุตบอลโอลิมปิก 2012 ที่โด่งดังที่สุด โดยเกาหลีใต้เอาชนะญี่ปุ่น 2-0 ในรอบชิงเหรียญทองแดง แล้วหลังจบเกม ปาร์ค จง-อู นักฟุตบอลเกาหลีใต้ถือป้ายข้อความเกี่ยวกับด็อกโด ซึ่งมีใจความว่า “ด็อกโดเป็นดินแดนของเรา”
ในเรื่องนี้ IOC มองว่าเป็นการแสดงออกทางการเมืองในสนามแข่งขัน จึงไม่อนุญาตให้เขาเข้าร่วมพิธีรับเหรียญในเวลานั้น และส่งเรื่องให้ FIFA พิจารณา
นอกจากนี้ยังมี ยูโดโอลิมปิก 2012 ในรุ่นไม่เกิน 66 กก. ชาย โช จุน-โฮ ของเกาหลีใต้ พบกับ มาซาชิ เอบินุมะ ของญี่ปุ่น
ตอนแรกกรรมการตัดสินให้ โช จุน-โฮ ชนะ แต่หลังจากมีการประชุมกับกรรมการอีกครั้ง ผลถูกเปลี่ยนให้เอบินุมะเป็นฝ่ายชนะ
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจอย่างมากในฝั่งเกาหลีใต้ และกลายเป็นหนึ่งในการตัดสินยูโดโอลิมปิกที่ถูกพูดถึงมากที่สุด
ส่วนในบริบทของกีฬา เบสบอล ญี่ปุ่น กับ เกาหลีใต้ ถือว่าเป็น “ศึกใหญ่ประจำเอเชีย” เพราะเป็นกีฬายอดฮิตวาระแห่งชาติของทั้ง 2 ประเทศ แต่ในเอเชียนเกมส์เกาหลีใต้ครองความยิ่งใหญ่หลายสมัย ส่วนญี่ปุ่นเป็นแชมป์แค่ครั้งเดียวในปี 1994
แต่เหตุการณ์ดราม่าที่ร้องแรงมากที่สุดต้องยกให้ โอลิมปิก 2020 ที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพ เป็นหนึ่งเหตุการณ์ที่สะท้อนความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์ระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้
โดย ฝั่งเกาหลีใต้ หลังเข้าพักในหมู่บ้านนักกีฬา ได้แขวนป้ายหลายผืนบริเวณที่พัก โดยมีข้อความว่า “ข้าพเจ้ายังได้รับการสนับสนุนและกำลังใจจากประชาชนชาวเกาหลี 50 ล้านคน”
ซึ่งข้อความนี้ดัดแปลงมาจากคำกล่าวอันโด่งดังของ พลเรือเอก อี ซุน-ชิน (Yi Sun-sin) ในสงครามอิมจินช่วงปี 1592–1598 เป็นยุทธนาวีที่ยิ่งใหญ่ที่เกาหลีใช้เรือเต่าขับไล่เรือรบญี่ปุ่น
ทำให้กลุ่มขวาจัดของญี่ปุ่นออกมาประท้วงบริเวณหมู่บ้านนักกีฬาเกาหลีใต้ โดย ชูธงอาทิตย์อุทัย (Rising Sun Flag) ซึ่งเกาหลีใต้และอีกหลายประเทศในเอเชียมองว่าเป็นสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับจักรวรรดินิยมและการทหารของญี่ปุ่นในอดีต
ร้อนถึง IOC ต้องเข้ามาห้ามทั้งสองฝ่าย หลังจากนั้น เกาหลีใต้เปลี่ยนป้ายเป็นข้อความ “เสือกำลังลงมา“ ซึ่งเป็นชื่อเพลงจากกระแสวัฒนธรรมเกาหลีแทน
เหตุการณ์ดราม่าระหว่าง ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ ยังมีต่อเนื่อง ล่าสุดในเอเชียนเกมส์ 2026 เกาหลีใต้ ก็โวยเรื่องการนอนตู้คอนเทนเนอร์ จนเจ้าภาพญี่ปุ่นต้องเปลี่ยนเป็นเรือสำราญ
ทว่าในพิธีต้อนรับบนเรือที่ญี่ปุ่นจัดให้ มีนักแสดงแสดงแต่งกายเป็น โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ ซึ่งเป็นผู้นำการรุกรานเกาหลีของญี่ปุ่นในช่วงปี 1592–1598 ทำให้คณะกรรมการโอลิมปิกและกีฬาของเกาหลีใต้ (KSOC) ยื่นหนังสือประท้วงต่อฝ่ายจัดการแข่งขันและ Olympic Council of Asia เพราะมองว่าการนำบุคคลดังกล่าวมาอยู่ในพิธีเป็นเรื่องอ่อนไหวอย่างมาก
เอเชียนเกมส์ 2026 ยังไม่จบดราม่า ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ เพราะในการเเข่งขันฮอกกี้ชายระหว่างเกาหลีใต้กับบังกลาเทศ นักกีฬาเกาหลีใต้ยืนงงเป็นเเถวหลังฝ่ายจัดเปิดเพลงชาติเกาหลีเหนือก่อนการเเข่งขันจะเริ่มขึ้น
โดยสำนักข่าว Yonhap ของเกาหลีใต้เรียกสถานการณ์นี้ว่า "อุบัติเหตุที่น่าอึดอัดใจ"
"นักกีฬาเกาหลีใต้ยืนวางมือบนหน้าอกต่อหน้าธงชาติเกาหลีใต้ที่โบกสะบัด พวกเขาไม่สามารถซ่อนความงุนงงได้" Yonhap รายงาน


