ฃความเคลื่อนไหวทีมตะกร้อทีมชาติไทย ก่อนเข้าสู่การแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 “ไอจิ-นาโกย่า 2026” ยังคงต้องจับตาประเด็นเรื่องการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน หลังชื่อของ โมฮัมเหม็ด ราดี้ (Mohammed Radhi) ผู้ตัดสินที่เคยตกเป็นประเด็นดราม่าในการแข่งขันตะกร้อชิงแชมป์โลก 2026 ปรากฏอยู่ในทีมเจ้าหน้าที่เทคนิค (Technical Officials) ของสหพันธ์ตะกร้อแห่งเอเชีย (ASTAF) สำหรับการแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งนี้
ราดี้ เคยเป็นผู้ตัดสินในเกมรอบชิงชนะเลิศประเภททีมชุดชาย ระหว่างทีมชาติไทยกับมาเลเซีย ในศึกชิงแชมป์โลก 2026 ซึ่งเกิดเหตุการณ์การประท้วงคำตัดสินจากฝ่ายไทย หลังมีจังหวะที่ทีมไทยมองว่าเป็นการตัดสินค้านสายตาหลายครั้ง ก่อนที่นักกีฬาไทยจะตัดสินใจวอล์กเอาต์และไม่แข่งขันต่อ จนนำไปสู่การปรับแพ้ รวมถึงบทลงโทษต่อนักกีฬาไทยทั้งในส่วนของค่าปรับและการพักการแข่งขันชั่วคราว
การปรากฏชื่อของ ราดี้ ในทีมเจ้าหน้าที่เทคนิคของการแข่งขันเอเชียนเกมส์ จึงกลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่แฟนตะกร้อไทยให้ความสนใจ อย่างไรก็ตาม “โค้ชปุ้ย” พรชัย เค้าแก้ว ผู้ฝึกสอนทีมชาย ยืนยันว่า ทีมไทยไม่ได้กังวลกับเรื่องดังกล่าว และได้เตรียมแผนรับมือเอาไว้แล้ว
โค้ชปุ้ย กล่าวว่า การที่ ราดี้ มีชื่ออยู่ในทีมเทคนิคไม่ได้ถือเป็นปัญหา เพราะทีมตะกร้อไทยเตรียมความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจมาอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการพูดคุยกับนักกีฬาเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการแข่งขัน
แม้ในเวลานี้ ราดี้ จะมีชื่ออยู่ในทีมเทคนิค แต่ยังไม่มีชื่อทำหน้าที่ตัดสินในเกมของทีมชาติไทย โดยเบื้องต้นสหพันธ์ตะกร้อโลกมีคำสั่งไม่ให้ ราดี้ ลงทำหน้าที่ตัดสินการแข่งขันของทีมชาติไทย
“จากบทเรียนที่เราได้รับในศึกชิงแชมป์โลก หวังว่านักกีฬาจะนำประสบการณ์จากเกมนั้นมาเป็นบทเรียน เราได้พูดคุยกับนักกีฬาเพื่อเตรียมรับมือ หากเกิดเหตุการณ์การตัดสินที่ไม่เป็นธรรมหรือมีข้อกังขาขึ้นมาจริง ๆ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องมีสมาธิให้มากที่สุด”
โค้ชปุ้ย ยังเน้นย้ำว่า แม้ระหว่างเกมอาจมีเหตุการณ์หรือรายละเอียดบางอย่างที่เข้ามากวนใจนักกีฬา แต่ทุกคนต้องพยายามควบคุมอารมณ์และกลับมาโฟกัสกับเป้าหมายหลักของทีม นั่นคือ การคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์
ขณะที่ ภูตะวัน โสภา หนึ่งในนักตะกร้อทีมชาติไทยที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์การตัดสินของ ราดี้ ในศึกชิงแชมป์โลก กล่าวว่า ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นได้กลายเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับตัวเองและทีม โดยเฉพาะเรื่องการควบคุมอารมณ์และสมาธิในสถานการณ์กดดัน
ภูตะวัน กล่าวว่า จากประสบการณ์ในแมตช์ชิงแชมป์โลก ทำให้ทีมรู้ว่าต้องควบคุมตัวเองและรักษาสมาธิให้อยู่กับเกมให้ได้มากที่สุด เพราะไม่ว่าจะเจอกับปัญหาอะไร นักกีฬาก็ต้องพยายามแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ได้ และเดินหน้าต่อไปจนจบการแข่งขัน
สำหรับการแข่งขันตะกร้อในเอเชียนเกมส์ “ไอจิ-นาโกย่า 2026” ทีมชาติไทยจะลงแข่งขันทั้งหมด 4 อีเวนต์ โดยทีมชายลงชิงชัยในประเภททีมเดี่ยวและทีมชุด ขณะที่ทีมหญิงลงแข่งขันประเภททีมชุดและทีม 4 คน
ด้านสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย ตั้งเป้าหมายสูงสุดเอาไว้ที่ 4 เหรียญทองเต็มจากทั้ง 4 อีเวนต์ ท่ามกลางความคาดหวังของแฟนกีฬาชาวไทย


