xs
xsm
sm
md
lg

ดราม่ารับโอวาทเอเชียนเกมส์ สื่อสับรัฐบาลต้อนรับไม่สมเกียรติ ปล่อยทัพไทยคอแห้ง ไม่มีแม้น้ำดื่ม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กลายเป็นประเด็นร้อนหลังม่านพิธีการสำคัญ เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ในพิธีต้อนรับและมอบโอวาทให้แก่คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เจ้าหน้าที่ และทัพนักกีฬาทีมชาติไทย ก่อนเดินทางไปสู้ศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ณ เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น โดยในงานนี้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ติดภารกิจสำคัญ ณ ประเทศนอร์เวย์ ให้มาเป็นประธานในพิธีแทน พร้อมด้วยผู้บริหารวงการกีฬาเข้าร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง

บรรยากาศของพิธีการเต็มไปด้วยคำอวยพรและหลักคิดอันสวยหรู โดย รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ได้กล่าวแสดงความยินดีและเน้นย้ำให้เหล่านักกีฬาทำหน้าที่เป็นทูตวัฒนธรรม นำเอาขนบธรรมเนียมและเอกลักษณ์อันดีงามของไทยไปเผยแพร่สู่สายตานานาชาติ พร้อมทั้งให้กำลังใจและฝากข้อคิดเรื่องการแข่งขันบนพื้นฐานของความมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย มุ่งสร้างมิตรภาพมากกว่าศัตรู

ทว่าเบื้องหลังกลับมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนาหูจากสื่อมวลชนและผู้คนในวงการกีฬาถึงการต้อนรับที่ไร้น้ำใจอย่างสิ้นเชิง โดยมีการเปิดเผยว่า นักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากสมาคมกีฬา รวมกว่า 279 ชีวิต ต้องตื่นนอนตั้งแต่เช้ามืดและนั่งรถเดินทางมาไกลเพื่อสแตนบายรอที่ทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่เวลา 09.00 น. แต่กลับพบว่าในงานไม่มีการจัดเตรียมอาหารว่าง ขนม หรือแม้กระทั่ง น้ำดื่มสักขวด กาแฟสักแก้ว ไว้รองรับนักกีฬาที่กำลังคอแห้งเลย จนเกิดคำถามตามมาว่าเกิดอะไรขึ้นกับระบบการจัดการพื้นฐานของรัฐบาลชุดนี้

เสียงสะท้อนอันเจ็บปวดจากคนหน้างานระบุว่า เรื่องการเตรียมน้ำดื่มต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองเป็นสิ่งพื้นฐานที่ผู้เกี่ยวข้องควรคิดได้เองโดยสัญชาตญาณ ไม่จำเป็นต้องรอให้นายกรัฐมนตรีลงมาสั่งการ พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตเชิงประชดประชันว่า รัฐบาลมักประกาศตัวว่าสนับสนุนวงการกีฬาอย่างเต็มที่ และผู้ใหญ่มักจะ "เสนอหน้า" มาร่วมยินดีเพื่อแย่งพื้นที่สื่อในวันที่นักกีฬาคว้าเหรียญรางวัลกลับมา แต่ในวันที่นักกีฬาเหน็ดเหนื่อยและต้องการการดูแลใจใส่ขั้นพื้นฐาน รัฐบาลกลับละเลยและต้อนรับได้ไม่สมเกียรติตัวแทนทีมชาติไทยเอาเสียเลย

นอกจากนี้ยังยังวิจารณ์ว่า หากเป้าหมายของการเกณฑ์นักกีฬาข้ามน้ำข้ามทะเลมาที่ทำเนียบรัฐบาล มีเพียงแค่การมานั่งฟังตัวแทนรัฐบาลพูดไม่กี่ประโยค แล้วยืนถ่ายรูปคู่กับผู้ใหญ่เพื่อเป็นภาพประชาสัมพันธ์ โดยที่ระบบการดูแลคนทำงานจริงกลับติดลบเช่นนี้ ในอนาคตอาจไม่มีความจำเป็นต้องให้นักกีฬาเสียเวลาซ้อมอันมีค่ามาร่วมพิธีการแบบเดิมๆ อีกต่อไป แต่ควรเปลี่ยนไปใช้ระบบประชุมออนไลน์อย่าง Zoom แทน เพื่อให้เหล่านักล่าฝันได้โฟกัสกับการเตรียมตัวทำชื่อเสียงให้ประเทศชาติอย่างเต็มที่น่าจะเกิดประโยชน์สูงสุด