แม้ ทีมชาติเวียดนาม ที่เวลานี้กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น มั่นใจสุดขีด หลังเอาชนะทีมชาติไทยในรอบชิงชนะเลิศ คว้าแชมป์อาเซียน 2 สมัยติดต่อกัน รวมถึงทีม U-22 และ U-23 ที่ทำผลงานโดดเด่นจนถูกยกให้เป็นหนึ่งในทีมแถวหน้าของภูมิภาค
แต่เมื่อมองไปยัง เจลีก ญี่ปุ่น กลับเป็นภาพที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เพราะที่ผ่านมา นักเตะไทยอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีราทร บุญมาทัน, สุภโชค สารชาติ และศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ต่างได้รับโอกาสและสร้างผลงานในญี่ปุ่น ขณะที่นักเตะเวียดนามที่เคยไปค้าแข้งแดนอาทิตย์อุทัยยังไม่มีใครสามารถแจ้งเกิดได้อย่างชัดเจน จนกลายเป็นประเด็นที่สื่อญี่ปุ่น The Sporting News หยิบมาวิเคราะห์
บทวิเคราะห์มองว่า ความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่ฝีเท้า เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของระบบฟุตบอล โดยลีกไทยมีการแข่งขันในระดับเอเชียอย่างต่อเนื่อง สโมสรไทยได้พบกับทีมญี่ปุ่นและชาติชั้นนำอยู่เป็นประจำ ทำให้นักเตะมีโอกาสแสดงศักยภาพต่อหน้าแมวมองญี่ปุ่น เปรียบเสมือนการได้ออดิชันในสนามจริง
อีกด้านหนึ่ง นักเตะไทยยังมีเส้นทางสู่เจลีกที่ค่อนข้างชัดเจน หลายรายเริ่มจากสัญญายืมตัว ก่อนพิสูจน์ตัวเองจนได้รับการย้ายถาวร ขณะที่นักเตะเวียดนามรุ่นก่อนที่เคยไปญี่ปุ่นยังไม่สามารถสร้างความสำเร็จได้อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับนักเตะบางรายได้รับค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ที่ดีในประเทศ ทำให้การออกไปค้าแข้งต่างแดนอาจไม่ใช่ทางเลือกที่คุ้มค่าในมุมของตัวนักเตะ
อย่างไรก็ตาม หากนักเตะเวียดนามสามารถสร้างผลงานโดดเด่นในการพบสโมสรญี่ปุ่นบนเวทีเอเชีย ก็อาจช่วยลบภาพจำเดิมและเปิดประตูสู่เจลีกได้มากขึ้นในอนาคต เพราะในตลาดญี่ปุ่นเก่งอาจยังไม่พอ แต่ต้องมีระบบที่พาไปให้คนเห็นและได้รับโอกาสพิสูจน์ตัวเองด้วย


