หลังจากสมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทยฯ ประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนมุ่งหน้าสู่ปี 2026-2028 ด้วยการเปิดตัว “เสธ.ดอลลาร์” พล.ต.พัชร รัตตกุล นั่งประธานคณะทำงานขับเคลื่อนกีฬามวยไทย รีแบรนด์นำคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน สร้างตัวตนให้ชัดเจน ปั้นแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี เน้นสร้างรากฐานของเยาวชนพัฒนาบนเส้นทางไปสู่โอลิมปิกเกมส์ โดยหวังเห็นทุกฝ่ายร่วมมือกันการทำงาน ไม่แข่งขัน ไม่ทะเลาะกันเอง
“เสธ.ดอลลาร์” พล.ต.พัชร รัตตกุล นั่งประธานคณะทำงานขับเคลื่อนกีฬามวยไทย สมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทยฯ เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ที่บริษัท หาดทิพย์ จํากัด (มหาชน) แบบเป็นกันเอง
- อยากให้เริ่มเล่าถึงการก้าวเข้ามาสู่การทำงานด้านมวยไทย ?
พล.ต.พัชร รัตตกุล : พื้นฐานของผมไม่ได้เป็นนักมวยไทยมาก่อน และจริง ๆ ก็ไม่ได้ติดตามมวยไทยเท่าไหร่ แต่ถ้าจะมีอะไรที่เชื่อมโยงกับมวยไทย ตอนเด็กๆ ผมเคยเป็นลูกศิษย์อาจารย์เขตร ศรียาภัย ซึ่งท่านเป็นปรมาจารย์ทางด้านมวยไทย และโชคดีที่ท่านเป็นเพื่อนกับคุณปู่ ตอนเด็กๆ ผมก็เลยได้เรียนมวยไทยตั้งแต่เด็ก เป็นมวยไชยา ในเรื่องของกีฬา ตัวผมเองเคยต่อยมวยสากลสมัยเป็นนักเรียนนายร้อย และตอนที่ไปเรียนมหาวิทยาลัยที่อังกฤษก็ต่อยมาพอสมควร เคยได้แชมป์เฟเธอร์เวทของประเทศอังกฤษในระดับมหาวิทยาลัย พื้นฐานมวยผมมีประมาณนี้ แต่ที่เข้ามาเพราะ ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ นายกสมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทยฯ อยากให้มีทีมที่จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนกีฬามวยไทย เนื่องจากปัจจุบันความเข้าใจเรื่องการสร้างนักกีฬามวยไทยสู่ความเป็นเลิศในหมู่ประชาชนคนไทยยังมีน้อย
ภาพจำของมวยไทยส่วนใหญ่ คนไทยจะมองไปที่มวยอาชีพ ไม่ได้มองว่ามันมีกีฬาชนิดหนึ่งคือ กีฬามวยไทย ซึ่งเยาวชนสามารถเล่นได้อย่างปลอดภัย มีมาตรฐาน มี Safety Standard ต่างๆ ดีเท่า ๆ กับกีฬาอื่น เช่น เทควันโด ยูโด หรือคาราเต้
ผม และทีมอยากมาสร้างความรับรู้ตรงนี้ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย เพราะมรดกนี้เหมือนเรามีทุนอยู่แล้ว แต่เรายังใช้ได้ไม่เต็มที่ ถ้ามองไปต่างประเทศ เราจะตกใจว่า ปัจจุบันคนทั่วโลกเข้าสู่เส้นทางกีฬามวยไทยจำนวนมหาศาล หลายล้านคน แต่ประเทศไทยยังไม่มีจำนวนนักกีฬาเพียงพอที่จะสามารถเลือกนักกีฬาได้ อย่างล่าสุดที่ที่เราส่งนักกีฬาทีมชาติไทยไปแข่งขันชิงแชมป์โลก ที่โคโซโว เรามีเพียง 3 คน อันนี้ชี้ชัดว่าเรายังไม่มีจำนวนนักกีฬาเพียงพอ
ในความเป็นจริง เราต้องไปหาจากกลุ่มของมวยอาชีพ ซึ่งจะมาต่อยกีฬามวยไทยสมัครเล่น เอาจริงๆ กติกามันมีข้อแตกต่าง และรายละเอียด ซึ่งเราอาจไม่สามารถไปแข่งขันกับเขาได้ โดยสรุปง่าย ๆ มวยไทยอาชีพกะจะน็อกอย่างเดียว แต่มวยกีฬาจะต้องมีการเก็บคะแนน เหมือนมวยสากลสมัครเล่น ต่อสู้กันคนละอย่าง ผมและทีมอยากมาขับเคลื่อนให้เกิด Awareness (การรับรู้) ให้เกิดความรับรู้ และเกิดความนิยมในหมู่คนไทยด้วยกันเอง ส่งเสริมเยาวชนให้ไปเล่นกีฬานี้ อยากให้กระทรวงศึกษาธิการมีการกำหนดหลักสูตรกีฬามวยไทยเป็นพื้นฐาน เพราะมันเป็นมรดกของเราอยู่แล้ว แต่เรายังไม่ได้ใช้มันอย่างเต็มที่ แทนที่จะเรียนแค่กระบี่กระบอง ก็อยากให้หันมามองว่า นอกจากเส้นทางความเป็นเลิศแล้ว มวยไทยยังเกี่ยวกับการออกกำลังกายและสุขภาพร่างกาย
เราสามารถให้ลูกหลานเล่นได้อย่างปลอดภัย เพราะมี Protective Gear (อุปกรณ์ป้องกัน) มี สนับแข้ง, เกราะลำตัว, เฮดการ์ด และอุปกรณ์ต่างๆ พร้อม ปัจจุบันผู้ปกครองอาจไม่ค่อยสบายใจ ถ้าจะเจียดรายได้เพื่อให้ลูกออกกำลังกาย ก็ส่งไปเล่นเทควันโด หรือยูโด แต่ไม่เคยมองมวยไทย เพราะอาจกลัวว่าลูกจะเป็นอะไรหรือเปล่า
แต่จริง ๆ แล้วไม่เลย นอกจากอุปกรณ์ป้องกันแล้ว ผู้ฝึกสอน กรรมการ หรือโค้ชต่าง ๆ ก็ได้รับการฝึกมา โดยเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก
กีฬามวยไทยถูกบรรจุอยู่ในกีฬาระดับนานาชาติเกือบทุกเวทีทั่วโลกแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ยูธ โอลิมปิก, ยูโรเปี้ยนเกมส์ กีฬาในทวีปต่าง ๆ ทั้งละตินอเมริกา ตะวันออกกลาง โอเชียเนีย และมหกรรมกีฬานานาชาติต่างๆ ยกเว้น โอลิมปิกเกมส์ กับเอเชี่ยนเกมส์ ผมอยากให้คนไทยมองว่า กำลังใจมีความสำคัญสำหรับนักกีฬา และสำหรับความรับรู้ในระดับโลก เราอาจภูมิใจได้แล้วว่ากีฬามวยไทยอยู่ในระดับโลกและอยู่ในมหกรรมกีฬาทั่วโลก เพียงแต่เรายังขาดการสนับสนุนในหลาย ๆ ด้าน
แน่นอนที่สุด ถ้าเราไปอยู่ในโอลิมปิก หรือเอเชี่ยนเกมส์ได้ก็ยิ่งดี นั่นคือเป้าหมายที่เราอยากทำ แต่วันนี้เราต้องทำให้ดีที่สุดในทุกมหกรรมกีฬาที่เราอยู่ มวยไทยเกิดที่ประเทศไทย เป็นของคนไทย แต่เราก็อยากให้คนทั่วโลกรักมวยไทยเหมือนกับที่เรารัก
- หลังจากเข้ามารับตำแหน่งประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเรื่องมวยไทย สิ่งแรกที่อยากลงมือทำคืออะไร ?
พล.ต.พัชร รัตตกุล : ผมทำคนเดียวคงไม่ได้ สิ่งแรกที่อยากทำคือ อยากสร้างความสามัคคีในวงการมวยให้เกิดขึ้น ผมมองว่าเราต้องช่วยกันสนับสนุน เพราะเรามีเป้าหมายเดียวกันคือ ให้คนทั่วโลกรักมวยไทยมากขึ้น มีคนเล่นมวยไทยมากขึ้น และให้คนไทยเองนอกจากจะรักมวยไทยแล้ว ก็ส่งลูกหลานมาเรียนมวยไทยมากขึ้น มันต้องสามัคคีกัน ต้องไม่เตะขัดขากัน ใครทำได้ดี ใครสนับสนุนกีฬาให้มีความรับรู้มากขึ้น เป็นที่นิยมมากขึ้น เราต้องยินดี นักกีฬาไม่ว่าจะเป็นมวยอาชีพหรือมวยสมัครเล่น ถ้าทำได้ดี เราก็ต้องแสดงความยินดีด้วย ผมคิดว่าความสามัคคีเป็นสิ่งเริ่มต้น เป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้มวยไทยไปได้
ประการต่อไปที่ต้องรีบทำคือ การสร้างฐานนักกีฬา และสร้างระบบนิเวศของมวยไทยให้มารองรับการสร้างนักกีฬาเก่งๆ ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต เพราะอนาคตของมวยไทยไม่ได้อยู่ที่นักมวยในวันนี้ แต่อยู่ที่เด็กที่เราจะสร้างมากกว่า เด็กตั้งแต่อายุ 6 ขวบเป็นต้นไปต้องเล่นกีฬามวยไทย ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง หรือ LGBTQ เพราะเรา เปิดกว้างกีฬานี้เราไม่แบ่งเพศ
จำนวนนักกีฬาเป็นประเด็นที่สองที่เราต้องรีบสร้าง ระบบนิเวศ ไม่ว่าจะเป็นการสอน โค้ช กรรมการ วิทยาศาสตร์การกีฬา ต้องนำมาใช้ เพราะเกี่ยวกับเรื่องการป้องกัน, การควบคุมสารต้องห้าม และเรื่องต่างๆ เราต้องพร้อม ค่ายมวยก็เป็นสิ่งที่ผมอยากเห็น ค่ายมวยซึ่งมีอยู่มากมายในเมืองไทย มาเป็นสมาชิกกับสมาคม ช่วยกันส่งเสริม เพราะเส้นทางอาชีพก็เดินได้ แต่เส้นทางสมัครเล่นก็ต้องมีด้วย เพราะมหกรรมกีฬาบนเส้นทางโอลิมปิกที่มีอยู่ทั่วโลกวันนี้ ต้องการนักมวยสมัครเล่น ซึ่งเราไม่มีเลย
อีกประเด็นคือ การสร้างระบบนิเวศ ผลพลอยได้ที่จะออกมาคือ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ จะทำอย่างไรให้เด็กเจน Z หรือเจน Alpha อยากเล่นมวยไทย มันต้องเด่น มันต้องจ๊าบ ไม่ใช่เชย ภาพจำของมวยไทย เราจะมองเรื่องความรุนแรง การพนัน ชีวิตรันทด เด็กต้องลำบากยากเข็ญ แต่ไม่จำเป็นต้องขนาดนั้น เด็กที่พ่อแม่มีเงินก็มาเรียนมวยไทยได้
เราต้องรีแบรนด์ใหม่หมด ซึ่งผมเชื่อว่าทำได้ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่จะเข้ามา เรามีเอกลักษณ์เยอะแยะ ไม่ว่าจะเป็นมงคล ประเจียด กางเกงมวย เราสามารถต่อยอดได้อีกเยอะ แฟชั่นดีไซเนอร์เมืองไทยเก่ง ๆ ทั้งนั้น เราสามารถสร้างอะไรได้อีกเยอะ และทำให้เยาวชนสนใจมวยไทยมากขึ้น
การทำคอนเทนต์รูปแบบสั้นทุกแพลตฟอร์มต้องช่วยกัน ตอนนี้พอผมเริ่มเข้ามาจับเรื่องนี้ ผมตกใจว่าทำไมเมืองนอกเขาไปถึงไหนกันแล้ว คนไทยเราเองไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ถ้าเข้าไปดู เมืองนอกเขาไปไกลมาก เราน่าภูมิใจที่เรามีทุนอันนี้อยู่ในตัว แต่เรายังใช้มันได้ยังไม่เต็มที่เท่านั้นเอง
- เรื่องทีมงานที่มีการผสมผสานคนรุ่นใหม่เข้ามาขับเคลื่อนมวยไทยครั้งนี้ ?
พล.ต.พัชร รัตตกุล : แนวทางที่ ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ นายกสมาคมกีฬามวยไทยฯ ได้กรุณามอบให้คือ สิ่งดี ๆ ที่สมาคมหรือทีมงานได้สร้างมา และทำให้เรามาถึงจุดนี้ได้ เราต้องคงไว้ อย่าลืมว่า การที่กีฬามวยไทยจะถูกบรรจุอยู่ในมหกรรมกีฬาระดับโลกได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย เบื้องหลังการทำงานหลายทศวรรษ เราจะไปลืมไม่ได้ กว่าจะมาถึงวันนี้ เขาทำงานกันมาเยอะมาก แต่ท่านนายกฯ มอบหมายให้ผมว่า เราต้องหาคนรุ่นใหม่มาช่วยกันทำงานด้วย เพราะหลายอย่างเปลี่ยนไป สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป ความรับรู้เปลี่ยนไป เทคโนโลยีเปลี่ยนไป โดยเฉพาะถ้าเราจะต้องไปในเส้นทางโอลิมปิก ซึ่งมีมาตรฐานที่ชัดเจน เราจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนหลายอย่าง เราต้องมีมาตรฐานมวยไทยที่คนทั่วโลกคุยภาษาเดียวกัน
หลายคนจะบอกว่ามวยไทยจะมีมาตรฐานได้อย่างไร เพราะเรามีทั้งมวยโบราณ มวยไชยา มวยอีสาน แต่มันต้องมี ถ้าไม่มีเราก็จะไปแข่งขันกับเขาไม่ได้ มวยอาชีพก็อย่างหนึ่ง แต่มวยสมัครเล่นก็ต้องมีมาตรฐาน การจะคุยกับคนรุ่นใหม่ เราก็ต้องมีทีมงานที่เป็นคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน ที่เข้าใจว่าอะไรทำให้เยาวชนปัจจุบันสนใจ เราจะเชิญบุคลากรจากหลายแขนงเข้ามาร่วมงาน เพื่อทำให้มวยไทยเป็นที่สนใจมากขึ้น
- ในฐานะประธานคณะทำงานขับเคลื่อนมวยไทยฯ เป้าหมายใหญ่คืออะไร ?
พล.ต.พัชร รัตตกุล : เป้าหมายอย่างที่บอกเบื้องต้น โอลิมปิกเกมส์เป็นเป้าหมายที่ผมคิดว่า มวยไทยด้วยความนิยมที่มีอยู่ทั่วโลกในขณะนี้ สมควรจะเป็นกีฬาที่อยู่ในโอลิมปิกได้แล้ว แต่การเข้าโอลิมปิกเกมส์มีปัจจัยหลายอย่าง เราดูเกาหลีใต้ กว่าเขาจะเอาเทควันโดเข้าไปได้ ต้องใช้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ใช่เงินอย่างเดียว เงินเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ต้องได้รับการสนับสนนจากรัฐบาล รวมถึงจากเอกชน และความมุ่งมั่นของคนทั้งประเทศ การเอามวยไทยเข้าโอลิมปิกเป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันทุกฝ่าย
แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ โอลิมปิก 2028 อาจจะเร็วไปหน่อย เพราะเหลือแค่ 2 ปี ส่วนออสเตรเลีย หรือโอลิมปิก 2032 อาจจะเป็นไปได้มากกว่า ประเทศเจ้าภาพก็มีความสำคัญในการเลือกประเภทกีฬา และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็มีความสำคัญ รัฐบาลต้องเข้ามาช่วย เพราะนี่เป็นเรื่องของคนไทยทุกคน จะนิ่งเฉยแล้วมาขอบคุณอย่างเดียวไม่ได้ ต้องออกแรง และออกเงิน ทุกคนอยากเห็นมวยไทย แต่ไม่มีใครทำอะไรเลย มันก็เป็นไปไม่ได้
ถ้าทุกคนทำอย่างที่พูด ผมเชื่อว่าโอลิมปิกเข้าได้แน่ๆ ไม่ได้ทางใดก็ทางหนึ่ง เพราะคนทั่วโลกพร้อมดูอยู่แล้ว ความนิยมมีอยู่แล้ว มันจะทำให้เยาวชนเห็นชัดเจนว่า นอกจากมีอนาคตในกีฬาสู่ความเป็นเลิศแล้ว ยังสามารถมีเส้นทางไปเล่นอาชีพได้ด้วย
เมื่อทำได้แบบนี้ ผมคิดว่ามันจะเป็นไปได้
- โร้ดแมปที่จะนำมวยไทยไปสู่โอลิมปิก 2032 วางไว้อย่างไร ?
พล.ต.พัชร รัตตกุล : ประการแรกเราต้องมีความพร้อมก่อน ตอนนี้ ระบบนิเวศเรายังไม่ค่อยพร้อม เราต้องเริ่มสร้างนักกีฬาตั้งแต่เล็กๆ ตั้งแต่อายุ 6 ขวบขึ้นไปจนถึงระดับซีเนียร์ เพื่อให้เรามีตัวเลือกในการสร้างทีมชาติไทยที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะไปแข่งขันในมหกรรมกีฬาใด รวมทั้งโอลิมปิกถ้าเราได้เข้าไป
เรื่องที่สองคือ ในระบบนิเวศ เราต้องมีความพร้อมในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ ค่ายมวย โค้ช กรรมการ เราต้องเทรน และนำวิทยาศาสตร์การกีฬา เข้ามาช่วยพัฒนาศักยภาพ และสมรรถภาพของนักกีฬา รวมถึงโภชนาการ ไม่ใช่ปล่อยกันไปตามมีตามเกิด การจะสร้างความเป็นเลิศต้องทำในทุกมิติ
ดังนั้นโร้ดแมป คือ สร้างจำนวนนักกีฬา สร้างระบบนิเวศให้รองรับ และสร้างความรับรู้ เพื่อให้กระแสสังคมทั้งในประเทศและทั่วโลกมากดดันผู้ที่เราอยากให้มาสนับสนุนทั้งภาครัฐ และเอกชนต้องขยับ สื่อมีความหมายมากในการทำให้ทุกคนตื่นตัว และรู้ว่านี่เป็นวาระแห่งชาติแล้ว เราพูดว่ามีมรดกวัฒนธรรมที่เลิศเลอ แต่ไม่มีใครออกแรง มันไม่ได้ หรือมาทะเลาะกันหรือมาหวงว่าอันนี้ของผม มันไม่มีของใคร มันเป็นของคนไทยทุกคน ต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ
- มีความมั่นใจแค่ไหนกับมวยไทยในโอลิมปิกเกมส์ ?
พล.ต.พัชร รัตตกุล : ผมว่าไปได้ แต่หลายมิติ
ประเทศเจ้าภาพสามารถเลือกกีฬาได้ 4 ประเภท ถ้าเขารักเราโดยไม่มีเงื่อนไข
มันก็น่าจะได้ โดยไม่ต้องไปดูอย่างอื่นเลย
แต่เราจะดำเนินไปถึงตรงนั้นอย่างไร เราจะมีนโยบายการต่างประเทศอย่างไร
เราจะเดินหน้ากล้องอย่างไร หลังกล้องอย่างไร มันเป็นงานที่ต้อง
ในเมื่อประชาชนทั่วโลกชอบมวยไทยอยู่แล้ว ผมมองว่าเป็นไปได้ โอลิมปิก 2028
อาจจะเร็วไป แต่ออสเตรเลีย หรือโอลิมปิก 2032 ผมว่ามีสิทธิ์ แม้ไม่มีสิทธิ์
ก็อยากให้คนไทยเข้าใจว่า มหกรรมกีฬาระดับโลก เราก็อยู่ในการแข่งขันอยู่แล้ว
แต่มันไม่มีใครรับรู้ ทีมชาติไทยไม่มีใครรู้ว่าใครคือ ทีมชาติไทย ถ้าช่วยกันโหมโรง
ผมว่ามันเป็นส่วนสำคัญในการทำให้คนอยากมาเข้าทีมชาติ
และทีมชาติที่มีอยู่แล้วก็มีแรงใจในการไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ
- อะไรคือสิ่งที่จะทำให้ประชาชนและรัฐบาลเห็นเป็นรูปธรรมว่า
เรากำลังเดินหน้าโร้ด ทู โอลิมปิก?
พล.ต.พัชร รัตตกุล : ผมคิดว่าการจัดการแข่งขันก็สำคัญ
เพราะมันทำให้ทุกคนมารวมกัน ทั้งนักกีฬาและคนดู
การแข่งขันระดับนานาชาติ อย่างในปีหน้าเราก็จะเริ่มเป็นเจ้าภาพ
มีกีฬาโรงเรียนเวิลด์แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งเราจัดคู่กับกรมพลศึกษาก่อนหน้านั้นปลายปีนี้ก็มีเวิลด์คัพ
ซึ่งสำคัญมาก และน่าจะมีคนต่างชาติเข้ามาร่วมหลายพันคนระดับโรงเรียน เราได้มวลชน
ไม่เฉพาะนักกีฬา แต่ได้พ่อแม่ด้วย เพราะนักกีฬาตัวเล็ก ๆ มาก็มาหมด ทั้งพ่อแม่
พี่เลี้ยง ปู่ย่าตายาย เศรษฐกิจก็จะดีด้วยแล้วก็มี ยูธ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ
ซึ่งโตขึ้นมาอีกหน่อย เราก็จะจัดมันต้องทำนักกีฬาที่เข้าทีมชาติไทยได้ก็ต้องได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
ไม่ใช่ตามมีตามเกิด
เราจะหวังความเป็นเลิศแล้วกินข้าวกะเพราคนละจานก็คงไม่ได้
ต้องเต็มที่กับเขา ทั้งเรื่องโภชนาการ และการต่อต้านสารต้องห้าม
ราต้องพัฒนาสมรรถภาพในทุกวิถีทาง ทั้งการออกกำลังกาย การกิน และทุกอย่างเมื่อเขาได้รับชัยชนะแล้ว
ก็ต้องมีรางวัล หรือแรงจูงใจ ให้เขาอยากทำ ไม่อย่างนั้นจะทำไปทำไมเป็นเลิศได้แต่เรียนแล้วไปแขวนที่บ้านก็คงไม่ใช่เราต้องทำให้เกิดเป็นรูปธรรม
แล้วเยาวชนจะเห็นเอง
- มองอุปสรรคของการผลักดันมวยไทยไปโอลิมปิกอย่างไร ?
พล.ต.พัชร รัตตกุล : ตอนนี้ยังมองไม่เห็นอุปสรรค เห็นแต่โอกาส ผมเพิ่งเริ่มเดิน เพิ่งเริ่มก้าว
ถ้าให้มองตอนนี้ก็กลับมาที่เรื่องเดิม ทุกคนต้องสามัคคีกัน
และต้องเข้าใจบทบาทหน้าที่อย่างชัดเจนอย่ามีความอิจฉาริษยา
เพราะเราทุกคนทำเพื่อกีฬาของเรา ทำเพื่อมวยไทยใครทำได้ดีในแง่ของการต่อยแบบความบันเทิงก็เต็มที่
ใครทำได้ดีในด้านมวยอาชีพก็เต็มที่ของเราคือ กีฬาสู่ความเป็นเลิศ
สายโอลิมปิกยึดธรรมนูญโอลิมปิก
เราต้องรู้บทบาทหน้าที่ของแต่ละคนเมื่อมันชัดเจนและมีความปรองดองกัน
ผมว่าไปได้เร็วกว่านี้เยอะอุปสรรคคือ ความอิจฉาริษยา ต้องไม่มี
- อยากฝากอะไรถึงการขับเคลื่อนมวยไทย ของสมาคมกีฬามวยไทยฯ?
พล.ต.พัชร รัตตกุล :
ฝากไปยังหน่วยงานของรัฐ รวมทั้งรัฐบาล
เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องทำกันจริงจังเพราะไม่ว่าเราจะไปที่ไหน
เราจะได้รับการต้อนรับมากขึ้นถ้ารัฐบาลอยู่หลังเรา
ไม่ใช่ปล่อยเราไปเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันเดี่ยวโดยไม่มีอะไรเลย มันก็เป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าเราจะไปประเทศไหน กระทรวงการต่างประเทศ
ต้องรับรู้และช่วยเหลือ
นี่คือการเปิดใจแบบหมดเปลือกของ “เสธ.ดอลลาร์” พล.ต.พัชร รัตตกุล
ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนกีฬามวยไทย สมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทยฯ
ก่อนจะเริ่มลุยงาน 3 ปีนับจากนี้
เดอะ โชว์ มัส โก ออน...


