xs
xsm
sm
md
lg

เคย “อกหัก” สองครั้ง สู่วันที่ฝันเป็นจริง! เส้นทาง 14 ปีของสาวไทย กับตั๋วโอลิมปิกที่รอคอย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กว่าจะถึงวันที่ “วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย” ได้ไปโอลิมปิก พวกเธอต้องผ่านความผิดหวังมาแล้วถึง 2 ครั้ง

2012 : ความหวังที่ฝากไว้กับ “ญี่ปุ่น”

ย้อนกลับไปในการคัดเลือกโอลิมปิก 2012 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ทีมสาวไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยหนึ่งในเกมที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือการเอาชนะ เซอร์เบีย 3-0 เซต ทั้งที่ในเวลานั้นเซอร์เบียเป็นหนึ่งในทีมชั้นนำของโลก

ก่อนเข้าสู่เกมสุดท้าย ไทยเอาชนะคิวบา 3-1 เซต เก็บเพิ่มเป็น 12 คะแนน และขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 4 ของตาราง แต่การจะได้ตั๋วไปโอลิมปิกลอนดอนยังไม่อยู่ในมือของพวกเธอ

ไทยต้องทำได้เพียงอย่างเดียว…คือ นั่งลุ้นผลของ “ญี่ปุ่น” หากญี่ปุ่นสามารถเอาชนะเซอร์เบียได้ หรือแพ้ในสกอร์ที่ไม่ใช่ 2-3 โอกาสของไทยจะยังเปิดกว้าง

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นฝันร้าย ญี่ปุ่นแพ้เซอร์เบีย 2-3 เซต 25-18, 21-25, 25-19, 21-25 และ 9-15 ผลการแข่งขันดังกล่าวทำให้ไทยจบอันดับ 5 และพลาดโอลิมปิก 2012 ไปอย่างเฉียดฉิว

มันคือความเจ็บปวดของทีมที่ทำทุกอย่างของตัวเองจนหมดแล้ว แต่สุดท้ายต้องฝากชะตาไว้กับผลการแข่งขันของทีมอื่น

2016 : เมื่อความหวังกลับมา แต่จบลงด้วยเกมที่คนไทยไม่มีวันลืม

ครั้งนี้สถานการณ์ยิ่งบีบหัวใจ เพราะคู่แข่งสำคัญคือ ญี่ปุ่น เจ้าภาพ และเป็นทีมที่เคยเกี่ยวข้องกับความฝันที่ดับลงของไทยเมื่อ 4 ปีก่อน

ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2559 กลายเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนที่แฟนวอลเลย์บอลไทยจดจำ ไทยสู้กับญี่ปุ่นแบบสุดชีวิต ก่อนพ่ายไปอย่างหวุดหวิด 2-3 เซต 25-20, 23-25, 25-23, 23-25 และ 13-15

แต่สิ่งที่ทำให้เกมนี้ถูกพูดถึงไปทั่วประเทศ ไม่ใช่แค่ผลแพ้ชนะ หากเป็นเหตุการณ์ช่วงท้ายเกม โดยเฉพาะปัญหาจากระบบ FIVB Tablet ที่ใช้สำหรับการเปลี่ยนตัวและการขอชาเลนจ์ รวมถึงจังหวะที่ทีมไทยพยายามประท้วงการทำงานของระบบ ก่อนที่ “โค้ชอ๊อด” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร จะถูกใบแดงถึง 2 ครั้ง และญี่ปุ่นได้คะแนนสำคัญในช่วงตัดสิน

เกมนั้นกลายเป็นหนึ่งในแมตช์ที่สร้างคำถามมากที่สุดในประวัติศาสตร์วอลเลย์บอลไทย

กระแสวิพากษ์วิจารณ์พุ่งไปถึงการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน และเหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นประเด็นใหญ่ในโลกออนไลน์ จนมีการเรียกร้องให้ชี้แจงการตัดสิน

จาก “ความเจ็บปวด” สู่การสร้างทีมรุ่นใหม่ จากรุ่นของ ปลื้มจิตร์ ถินขาว, อรอุมา สิทธิรักษ์, นุศรา ต้อมคำ และเพื่อนร่วมทีม สู่การผลัดใบของนักกีฬารุ่นใหม่

2026 : ไม่ต้องลุ้นใครอีกแล้ว!

วันที่ 30 สิงหาคม 2569 กลายเป็นวันที่ประวัติศาสตร์วอลเลย์บอลไทยต้องจารึก

ทีมสาวไทยลงเล่นรอบชิงชนะเลิศศึกชิงแชมป์เอเชีย 2026 พบกับเจ้าภาพ จีน และแม้จะตกเป็นฝ่ายตาม 1-2 เซต แต่ยังสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะได้ 3-2 เซต 25-20, 11-25, 23-25, 25-18 และ 15-10 ชัยชนะครั้งนี้ไม่ได้มีความหมายแค่การคว้าแชมป์เอเชีย แต่มันคือ…“ตั๋วโอลิมปิก” ที่ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยรอคอยมายาวนาน

เส้นทางของพวกเธอในทัวร์นาเมนต์นี้ไม่ธรรมดา เพราะก่อนจะมาถึงรอบชิงชนะเลิศ ไทยต้องผ่านด่านสำคัญอย่าง เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ก่อนจะปิดฉากด้วยการล้มจีนในรอบชิงชนะเลิศ

จากปี 2012 ที่ต้องนั่งลุ้นให้ญี่ปุ่นช่วย จากปี 2016 ที่ต้องพ่ายญี่ปุ่นในเกมสุดดราม่า มาถึงปี 2026 ไทยไม่ต้องรอให้ใครช่วยอีกแล้ว ไม่ต้องลุ้นผลของทีมอื่น ไม่ต้องฝากความหวังไว้กับคะแนนของใคร และไม่ต้องถามอีกว่า…“เมื่อไหร่เราจะได้ไปโอลิมปิก?”

เพราะวันนี้คำตอบชัดเจนแล้ว วอลเลย์บอลสาวไทยไปโอลิมปิก! และที่สำคัญ ตั๋วใบนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย

แต่มาจากการเอาชนะ เกาหลีใต้ – ญี่ปุ่น – จีน สามมหาอำนาจแห่งเอเชีย