คณะกรรมาธิการฝ่ายคุ้มครองความปลอดภัยและความเท่าเทียมทางเพศในกีฬาร่วมมือกับคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดโครงการอบรมสัมมนาวิชาการ “Safeguarding in Sports : From Policy to Practice” ภายใต้แนวคิด “การคุ้มครอง และสร้างความปลอดภัยในกีฬา จากนโยบาย สู่การปฏิบัติ” เมื่อวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 เวลา 08.30–16.30 น. ณ ห้อง Convention Hall โรงแรมเดอะ แกรนด์ โฟร์วิงส์ กรุงเทพฯ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ, ดร.สุวรรณา ศิลปอาชา รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ พร้อมด้วย คุณนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมพิธีเปิดและกล่าวถึงความร่วมมือและความสำคัญของการขับเคลื่อนงานด้าน Safeguarding ในวงการกีฬา
การอบรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนแนวทางด้าน National Safeguarding in Sport Policy หรือ “นโยบายความปลอดภัยทางกีฬาแห่งชาติ” ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งสร้างความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางการปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในวงการกีฬาไทย เพื่อให้กีฬาเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย เท่าเทียม และเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคน
โครงการดังกล่าวถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการสร้างระบบกีฬาไทยที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองนักกีฬาและบุคลากรในทุกระดับ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน รวมถึงการป้องกันการล่วงละเมิด การคุกคาม และความรุนแรงในวงการกีฬา ตลอดจนการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในกีฬาได้อย่างปลอดภัย
ภายในงานจะมีการแลกเปลี่ยนความรู้จากผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายมิติ ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่ Safeguarding in Sport การคุ้มครองและสร้างความปลอดภัยในกีฬา, Digital Safety & Cyberbullying in Sports ความปลอดภัยในโลกดิจิทัลและการป้องกัน Cyberbullying ในวงการกีฬา, Rights & Well-being of Athletes สิทธิและสวัสดิภาพของนักกีฬา, Gender Equality & Protection against GBV in Sports ความเท่าเทียมทางเพศและการป้องกันความรุนแรงบนพื้นฐานเพศในกีฬา, Protect Young Athletes การคุ้มครองเด็กและเยาวชนในวงการกีฬา, From Policy to Practice การผลักดันนโยบาย สังคม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไปสู่การปฏิบัติจริง
ตลอดการอบรมยังเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับแนวทางการสร้างระบบกีฬาไทยที่ปลอดภัย โดยเชื่อมโยงการทำงานของภาครัฐ ภาคกีฬา ภาคสังคม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้แนวคิดเรื่อง Safeguarding สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในองค์กรกีฬาและในระดับปฏิบัติการ
คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมทางกีฬาที่นักกีฬา เด็กและเยาวชน โค้ช ผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ และบุคลากรทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างปลอดภัย โดยการจัดอบรมครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งกลไกในการสร้างความเข้าใจร่วมกัน และนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสู่การพัฒนานโยบายและระบบการคุ้มครองในวงการกีฬาไทย
แนวทางสำคัญของงานคือการเชื่อมโยงความร่วมมือจาก ภาครัฐ ภาคกีฬา ภาคสังคม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อเปลี่ยน “นโยบาย” ให้กลายเป็น “การปฏิบัติ” อย่างเป็นรูปธรรม และสร้างมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่สามารถนำไปใช้ได้อย่างต่อเนื่อง
ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ กล่าวหลังพิธีเปิดว่า "โอลิมปิกแห่งประเทศไทยก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ แล้วก็ผมก็ได้รับมอบหมายให้ทางคุณเก๋ซึ่งก็แอคทีฟมาก"
"แล้วก็วันนี้ก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ กับทางคุณเก๋ที่จัดงานนี้ก็เปิดตัวดีมาก"
ขณะเดียวกันหัวเรือใหญ่อย่าง "ด็อกเตอร์เก๋" ดร.สุวรรณา ศิลปอาชา ก็ได้กล่าวเสริมว่า "ท่านประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย แล้วก็ท่านรองประธาน ท่านเลขาธิการบอกให้เก๋ได้ดำเนินการในการดูแลนักกีฬาค่ะ เพราะว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่พวกเราคนกีฬาเนี่ยจะต้องมาใส่ใจ"
"เรามองแต่ผลลัพธ์ที่เราจะได้ เรามองแต่พวกเราสมาคมกีฬา เราคิดว่าเราจะทำเหรียญยังไงให้กับประเทศไทย มันเลยทำให้พวกเราเนี่ยลืมมองไปว่าสุขภาพจิตหรือว่าสภาพจิตใจของพวกเขา"
"เก๋มีเคสเข้ามาเยอะมากค่ะ อันนี้ต้องบอกตรงๆ ว่ามีเคสที่นักกีฬาถูกทำร้ายเยอะมาก แล้วก็มา ณ วันนี้เนี่ยเราอยากจะทำตรงนี้อย่างจริงจัง สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้คือเป็น การป้องกัน"
"เราต้องให้ความสำคัญกับกับเรื่องนี้ เพราะว่ามันคือพื้นที่ที่ปลอดภัยของนักกีฬาทุกคนค่ะ เขาจะมาเล่นกีฬา เขาจะต้องมีพื้นที่ที่ปลอดภัย ผู้ปกครองจะต้องมั่นใจว่านักกีฬาหรือลูกของเขานี่ยมาอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย"
"พวกเราคนกีฬา ผู้บริหารกีฬา หน้าที่พวกเรา นอกเหนือจากจะทำเหรียญให้ประเทศไทยแล้ว เราจะต้องดูแลวัตถุดิบของเราหรือว่านักกีฬาของเรา เพื่อที่จะมั่นใจว่าเขาจะสามารถทำชื่อเสียงให้ประเทศไทยได้อย่างสง่างามค่ะ"
โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับ ประกาศนียบัตร (E-Certificate) ภายหลังการอบรม
โครงการ Safeguarding in Sports : From Policy to Practice จึงถือเป็นอีกหนึ่งก้าวของวงการกีฬาไทยในการสร้างวัฒนธรรมใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย สิทธิ ความเท่าเทียม และสวัสดิภาพของทุกคน เพื่อให้สนามกีฬาและพื้นที่ทางการกีฬาเป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเติบโต เรียนรู้ และทำตามความฝันได้อย่างมั่นใจ


