บริษัท Golf Course Specialists Co., Ltd. ผู้เชี่ยวชาญด้านสนามหญ้า โพสต์ชี้แจงหลัง เข้าไปเจาะวัดอัตราการระบายน้ำ ที่สนามราชมังกีฬาสถาน เมื่อ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังจากพบปัญหาน้ำขังสะสม ก่อนแมตช์นัดชนะเลิศ อาเซียน คัพ 2026 ระหว่าง ไทย กับ เวียดนาม จะมีขึ้นวันเสาร์ ที่ 22 ส.ค.นี้ ซึ่งผลลัพธ์จากการเจาะลึกลงไป 8 นิ้ว ชี้ชัดว่าระบบระบายน้ำเดิม แทบไม่ทำงาน โดยตอนนี้ชั้นทรายและชั้นรากหญ้า (Rootzone) ด้านล่างอมน้ำจนอิ่มตัว 100 เปอร์เซ็นต์ พอฝนตกซ้ำลงมา น้ำใหม่ไม่มีที่ไป จึงล้นอยู่บนผิวหน้าสนาม และหากฝนตกหนักวันแข่งกับเวียดนาม ระบบระบายน้ำอาจรับมือไม่ทัน
ในโพสต์ระบุว่า “เข้าไปวัด Infiltration Rate ที่สนามราชมังคลาฯ เพื่อดูการระบายน้ำ.. หลังจากเมื่อวานน้ำระบายช้ามาก ทั้งๆที่เราได้ coring เปิดไว้แล้วในตอนเช้า สำหรับสนามที่มีระบบระบายน้ำ การเจาะเปิดหน้าจะช่วยทำให้น้ำลงไปสู่ชั่นทราย และเดินทางไปสู่ระบบระบายน้ำได้ง่ายขึ้น
แต่เมื่อเจาะลงไป 8“ พบว่าทราย และชั้น rootzone ฉ่ำน้ำ (saturated) ตลอด.. วัด infiltration rate ได้ 150 มม./ชม. ซึ่งต่ำมาก ( มาตรฐานทั่วไป (BG) อยู่ที่ประมาณ 800 มม./ชม. แต่ มาตรฐานพรีเมียร์ลีก (EPL) ต้องไม่ต่ำกว่า 1,000 มม./ชม.) ลองใส่น้ำลงในรูที่เจาะ ทิ้งไว้ 20-30 นาที น้ำยังไม่ลง.. และลองเช็คน้ำที่ออกจากระบบระบายน้ำเดิมก็จะเห็นการไหลของน้ำตามรูปสุดท้าย
สรุป คือ ระบบระบายน้ำเดิม ทำงานน้อยมาก.. เมื่อฝนตกทุกวันติดต่อกัน น้ำฝนที่เติมลงดินมาเรื่อยๆ ในขณะที่ระบบระบายน้ำไม่ทำงาน น้ำจึง saturated อยู่ในชั้นทราย และเมื่อชั้นทรายมีน้ำ saturated อยู่แล้ว น้ำใหม่ที่ลงไปยังลงไม่ได้ ก็จะเห็นอาการน้ำขัง หรือน้ำฉ่ำเกิดขึ้น”


