“อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ประกาศมาตรการคุมเข้มอาวุธปืน เตรียมห้ามนำปืนออกจากบ้าน 100% ย้ำไม่มีข้อยกเว้นแม้แต่นักกีฬายิงปืน ขณะที่ “สกล วรรณพงษ์” นายกสมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทย ขานรับนโยบาย พร้อมกำชับนักกีฬาและผู้ปกครองปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแนวทางการควบคุมอาวุธปืน โดยเตรียมออกมาตรการห้ามนำอาวุธปืนออกจากบ้านโดยเด็ดขาด 100% พร้อมยืนยันว่า มาตรการดังกล่าวจะไม่มีข้อยกเว้น แม้แต่ในกรณีของนักกีฬายิงปืนที่มีความจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนสำหรับการฝึกซ้อมและแข่งขัน
สำหรับแนวทางปฏิบัติที่กำหนดไว้ ประกอบด้วย
1. ตรวจสอบจำนวนปืนและกระสุน ภายในสโมสรหรือสนามยิงปืนแต่ละแห่งอย่างละเอียด
2. สนามยิงปืนเป็นผู้เก็บรักษาอาวุธปืน หากนักกีฬาต้องการฝึกซ้อม จะต้องมาใช้ปืนที่ฝากไว้กับสนามยิงปืน และไม่สามารถนำปืนกลับไปเก็บไว้ที่บ้านได้
3. นักกีฬาต้องลงทะเบียนการซื้อกระสุนสำหรับการฝึกซ้อม โดยจำนวนกระสุนที่ซื้อและใช้ต้องถูกต้องและสามารถตรวจสอบได้ตรงกับข้อมูลของสนามยิงปืน
4. เมื่อเสร็จสิ้นการฝึกซ้อมต้องฝากปืนไว้ที่สนามยิงปืน ไม่อนุญาตให้นำกลับบ้าน และไม่สามารถนำเหตุผลเรื่องการเพิ่งเดินทางกลับจากการฝึกซ้อมมาเป็นข้อยกเว้นได้
นายอนุทินกล่าวว่า ที่ผ่านมามีการอ้างเหตุผลเกี่ยวกับการเดินทางไปฝึกซ้อมเพื่อพกพาอาวุธปืนกันอย่างแพร่หลาย แต่จากนี้จะไม่มีเหตุผลดังกล่าวเป็นข้อยกเว้น พร้อมย้ำว่าประเทศอื่น ๆ ก็มีมาตรการควบคุมอาวุธปืนอย่างเข้มงวดเช่นกัน
“ตอนนี้ก็อ้างกันทั่วไปหมด บอกเพิ่งไปซ้อมมาทั้งนั้น วันนี้ก็คือไม่มีเหตุผล ชาวบ้านมีปืนไม่ได้ ประเทศอื่นเขาก็ทำมาหมดแล้ว ใครมีอาวุธปืนกฎหมายรุนแรงถึงขั้นประหารชีวิตเลยด้วยซ้ำ”
ด้าน สกล วรรณพงษ์ นายกสมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ พร้อมให้ความร่วมมือกับนโยบายของนายกรัฐมนตรี โดยในช่วงเช้าวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้ออกประกาศแจ้งเตือนนักกีฬาและผู้ปกครองเกี่ยวกับการพกพาอาวุธปืนมายังสนามฝึกซ้อมแล้ว
สกลกล่าวว่า นักกีฬาและผู้ปกครองไม่มีใครคัดค้านมาตรการดังกล่าว เนื่องจากตามปกตินักกีฬาก็ให้ความระมัดระวังเกี่ยวกับการครอบครองและการเก็บรักษาอาวุธปืนอยู่แล้ว โดยสนามยิงปืนมีห้องสำหรับฝากอาวุธ และนักกีฬาส่วนใหญ่ก็ใช้บริการฝากปืนอยู่เป็นประจำ แม้ที่ผ่านมาอาจมีนักกีฬาบางส่วนที่นำปืนจากบ้านมาฝึกซ้อมก็ตาม
จากนี้สมาคมฯ จะดำเนินการออกมาตรการให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล เพื่อควบคุมการนำอาวุธปืนออกจากสนามและลดความเสี่ยงจากการพกพาอาวุธปืนในชีวิตประจำวัน
นอกจากนี้ นายกสมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทย และอดีตผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ยังชี้แจงถึงลักษณะอาวุธปืนที่นักกีฬาใช้ในการฝึกซ้อมและแข่งขันว่า เป็นปืนที่มีลักษณะเฉพาะสำหรับการแข่งขันกีฬา และแตกต่างจากอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุทั่วไป โดยเป็นอาวุธปืนที่ออกแบบตามมาตรฐานการแข่งขันและได้รับการรับรองจาก สหพันธ์กีฬายิงปืนนานาชาติ (ISSF)
สำหรับชนิดปืนที่ใช้ในการแข่งขันมีทั้งปืนลมที่ใช้กระสุนขนาด .177 และปืนลูกกรดขนาด .22 ซึ่งเป็นอุปกรณ์กีฬาที่ใช้ในระบบการแข่งขันยิงปืน และมีข้อกำหนดเฉพาะตามกติกาของสหพันธ์กีฬายิงปืนนานาชาติ
ทั้งนี้ สมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทยยืนยันพร้อมให้ความร่วมมือกับมาตรการของภาครัฐ และจะกำกับดูแลนักกีฬาให้ปฏิบัติตามแนวทางการเก็บรักษาและใช้ปืนภายในสนามอย่างเคร่งครัด


