ถือเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ ณ เวลานี้ กับเรื่องที่ถูกเปิดเผยผ่านรายการ พุธทอล์ค พุธโทร หลังคุณแม่รายหนึ่ง ออกมาเล่าอุทาหรณ์เตือนภัยสังคม เมื่อลูกชายวัยเพียง 5 ขวบ ที่ส่งไปเรียนแบดมินตันในพื้นที่ต่างจังหวัด ถูกโค้ชผู้สอนกระทำการเข้าข่ายคุกคามและอนาจารเด็กอย่างรุนแรง
คุณแม่ผู้เสียหายเปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นเกิดจากการที่ลูกชายเอ่ยปากขอกับตนตรงๆ ว่า "ขอหยุดเรียนแบดมินตันได้ไหม" ซึ่งในตอนแรกตนยังไม่ทราบสาเหตุ จึงบอกให้ลูกอดทนเรียนไปจนถึงสิ้นเดือนก่อนเนื่องจากได้จ่ายเงินค่าคอร์สไปทั้งหมดแล้ว กระทั่งในที่สุด ลูกชายยอมเปิดปากเล่าความจริงทั้งหมดให้ทางบ้านฟังว่าถูกโค้ชที่คลับกลั่นแกล้งและทำให้อับอายอย่างรุนแรง
พฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นในวันเกิดเหตุ ขณะที่เด็กชายวัย 5 ขวบกำลังนั่งพักดื่มน้ำ มีโค้ชรายหนึ่งซึ่งไม่ใช่โค้ชประจำของน้อง แต่เป็นโค้ชที่รับผิดชอบสอนกลุ่มเด็กที่โตกว่า เดินเข้ามาทักด้วยอุบายว่า "ไม้แร็กเกตของหนูมีรอยนะ เป็นอะไร ไหนลองหยิบมาดูสิ" เมื่อเด็กหลงเชื่อและหันหลังไปหยิบไม้ โค้ชรายนี้ได้ฉวยโอกาสดึงกางเกงกีฬาของเด็กลงมาทันทีจนเห็นอวัยวะเพศและก้นอย่างชัดเจน ซ้ำร้ายกว่านั้น ในบริเวณดังกล่าวมีผู้ใหญ่คนอื่นเห็นเหตุการณ์ด้วย แต่กลับไม่มีใครเข้ามาห้ามปรามหรือช่วยเหลือเด็ก ทว่ากลับหัวเราะชอบใจและมองเป็นเรื่องตลกขบขัน
หลังจากทราบเรื่องราวในคืนนั้นผู้ก่อเหตุได้โทรศัพท์มาหาคุณแม่เพื่อแก้ตัวหน้าตาเฉยว่า "น้องไม่โอเคขนาดนั้นเลยเหรอครับ? ผมก็แค่แกล้งเล่น แกล้งหยอกปกติทั่วไปเอง" พร้อมยอมรับว่าทำพฤติกรรมเช่นนี้มาตลอด ยิ่งไปกว่านั้น ในวันรุ่งขึ้นเมื่อพ่อแม่เดินทางไปเผชิญหน้าเพื่อเคลียร์ปัญหา โค้ชรายนี้ยังคงไม่มีท่าทีสำนึกผิด และได้เปิดโทรศัพท์มือถืออ้างว่าจะเปิดหลักฐานให้ดูว่าเคยแกล้งดึงกางเกงน้องมาก่อนหน้านี้แล้ว
ทว่าสิ่งที่คุณพ่อและคุณแม่เห็นแล้วต้องช็อกหนักคือ ในโทรศัพท์มือถือเครื่องดังกล่าวมีคลิปวิดีโออนาจาร ที่โค้ชรายนี้ตั้งใจตั้งกล้องอัดภาพนาทีที่ดึงกางเกงเด็กจนเห็นกางเกงในและต้นขาด้านในชัดเจน และเมื่อตรวจสอบเพิ่มเติมยังพบคลิปแอบถ่ายลูกชายในลักษณะเดียวกันถูกบันทึกเก็บไว้เป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม แฟนเพจและชาวเน็ตต่างพากันชื่นชมคุณแม่และคุณพ่อที่มีสติในการจัดการปัญหาได้อย่างดีเยี่ยม และที่สำคัญคือการสอนให้ลูกเข้าใจเรื่องสิทธิในร่างกายตัวเอง จนทำให้น้องเข้าใจและเอ่ยปากขอบคุณพ่อแม่บนรถว่า "ขอบคุณหม่ามี้มากนะ ที่ปกป้องหนู"
ขณะที่กระแสวิพากษ์วิจารณ์จากชาวเน็ตต่างรุมประณามพฤติกรรมของโค้ชรายนี้อย่างรุนแรง โดยชี้ชัดว่านี่ไม่ใช่การแกล้งเล่นแบบเด็กๆ แต่คือ การคุกคามทางเพศ และพฤติกรรมการแอบอัดคลิปเด็กเก็บไว้เข้าข่ายพวกโรคใคร่เด็ก หรือ เปโดฟีเลีย พร้อมเรียกร้องให้ทางต้นสังกัดสั่งลงโทษไล่ออกทันที และสนับสนุนให้ครอบครัวดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุดเพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุกับเยาวชนรายอื่นซ้ำอีก
เรื่อง-ภาพ : พุธทอล์คพุธโทร


