สื่อดังของสหรัฐฯ อย่าง นิวยอร์ก โพสต์ ตีข่าวสะเทือนโลก หลังระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีแนวคิดสุดล้ำเตรียมดัน จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) คนปัจจุบัน ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) คนต่อไป
รายงานระบุว่า ทรัมป์ ประทับใจในบทบาทและการทำงานของ บิ๊กบอสฟีฟ่าวัย 56 ปีรายนี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงฟุตบอลโลก 2026 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ซึ่งทั้งคู่มีความใกล้ชิดกันอย่างมาก แถมเมื่อปลายปี 2025 อินฟานติโน่ ยังเคยเสนอชื่อและมอบรางวัล "FIFA Peace Prize" ให้แก่ทรัมป์อีกด้วย
แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับทรัมป์ เผยว่า ทรัมป์ เชื่อว่า อินฟานติ โน่มีเสน่ห์และบารมีมากพอที่จะรวมใจคนทั่วโลกได้ และมองว่า "ในเมื่อบริหารฟีฟ่าที่มีสมาชิกกว่า 200 ชาติได้ การคุม UN ที่มี 193 ชาติก็ไม่ใช่เรื่องยาก"
อย่างไรก็ตาม สื่อต่างประเทศวิเคราะห์ว่าดีลนี้ "เกิดขึ้นได้ยากมาก" ในทางปฏิบัติ เนื่องจากเก้าอี้เลขาฯ UN คนใหม่ที่จะมาแทน อันโตนิโอ กูเตอร์เรส ที่จะหมดวาระสิ้นปี 2026 นี้ ต้องผ่านการเห็นชอบจาก
คณะมนตรีความมั่นคง (UNSC) ซึ่งชาติมหาอำนาจอย่าง จีน หรือ รัสเซีย มีสิทธิ์วีโต้คัดค้านได้ทันที
นอกจากนี้ อินฟานติโน่ เองก็ยังมีแผนจะลงสมัครชิงเก้าอี้ประธานฟีฟ่าต่ออีกสมัยในการเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2027 แถมเรื่องของ "ค่าเหนื่อย" ยังต่างกันลิบลับ เพราะปัจจุบันเจ้านายใหญ่ลูกหนังโลกรับเงินจากฟีฟ่าสูงถึง 6 ล้านดอลลาร์ฯ ต่อปี (ราว 210 ล้านบาท) ขณะที่ตำแหน่งเลขาฯ UN มีเงินเดือนอยู่ที่ราว 418,000 ดอลลาร์ฯ (ราว 14.6 ล้านบาท) เท่านั้น


