xs
xsm
sm
md
lg

รักมวยไทยแบบไหนก็ไม่ผิด / คอลัมน์ "TKO" โดย "น็อกเอาต์ แมน"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คอลัมน์ "TKO" โดย "น็อกเอาต์ แมน"

ในช่วงที่ผ่านมา มีการพูดถึงมวยไทย 3 ยก และมวยไทย 5 ยกอย่างกว้างขวาง หลายคนมองว่า มวยไทย 5 ยกคือรากฐาน คือเสน่ห์ดั้งเดิมที่ควรอนุรักษ์ เพราะเป็นรูปแบบที่อยู่คู่เวทีมวยไทยมาอย่างยาวนาน

แต่ผู้ชมมวยไทยในวันนี้ไม่ได้มีเพียงกลุ่มเดียว แฟนมวยบางกลุ่มอาจรักมวยไทย 5 ยก เพราะชอบจังหวะ ชั้นเชิง ขณะเดียวกัน ก็มีแฟนอีกจำนวนมากที่ชอบรูปแบบ 3 ยก ซึ่งกระชับ เร้าใจ และเข้าใจง่ายกว่า

ดังนั้น การอนุรักษ์มวยไทย จึงไม่ควรหมายถึงการบอกว่ามีเพียงรูปแบบเดียวเท่านั้น ที่ถูกต้อง มวยไทย 5 ยก คือราก มวยไทย 3 ยก คืออีกหนึ่งประตูที่พาคนกลุ่มใหม่เข้ามารู้จักมวยไทย ทั้งสองรูปแบบสามารถอยู่ร่วมกันได้ และต่างก็มีบทบาทในการพามวยไทยเติบโตในแบบของตัวเอง

ทุกคนมีสิทธิ์เลือก นักกีฬามีสิทธิ์เลือกสไตล์การชกที่ถนัด และเหมาะกับตัวเอง ผู้ชมก็มีสิทธิ์เลือกชมการแข่งขันที่ถูกจริต และได้ติดตามนักกีฬาที่ตัวเองชื่นชอบ ส่วนผู้จัดการแข่งขันก็มีสิทธิ์ได้รับความเป็นธรรมเช่นกัน

เบื้องหลังรายการหนึ่ง ไม่ได้มีแค่เสียงระฆังบนเวที การจัดการแข่งขันศิลปะการต่อสู้ระดับอาชีพไม่ได้จบแค่การจับคู่แล้วให้นักกีฬาขึ้นเวที รายการมีทั้งต้นทุน ความรับผิดชอบ และระบบสนับสนุนจำนวนมาก เพื่อให้การแข่งขันเกิดขึ้นอย่างปลอดภัย มีมาตรฐาน และช่วยต่อยอดอาชีพของนักกีฬา

ค่าตอบแทนมีผลต่อการตัดสินใจ นักกีฬาย่อมมองหาค่าตอบแทนที่เหมาะสม บางรายการมีค่าตอบแทนที่สูง และยังมีโบนัสตามหลักเกณฑ์ของรายการ นอกจากนี้ ยังอาจมีโบนัสพิเศษที่ผู้จัดมอบให้ตามดุลยพินิจ

ซึ่งที่ผ่านมาแฟน ๆ ได้เห็นนักกีฬาจำนวนมากปลดหนี้สิน ซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือเริ่มต้นสร้างความมั่นคงให้ชีวิตได้จริงจากโบนัสพิเศษนี้ ยิ่งมีโบนัสให้ลุ้นทุกอีเวนต์ ยิ่งเป็นแรงจูงใจสำคัญสำหรับนักกีฬาที่กำลังสร้างชื่อ ซึ่งอาจยังไม่มีโอกาสได้มีชื่อในอีเวนต์ใหญ่ๆ

ขณะเดียวกันก็ต้องอย่ามองข้ามความปลอดภัย ในกีฬาการต่อสู้ การบาดเจ็บอาจไม่ได้จบแค่การประคบน้ำแข็ง บางกรณีต้องเอกซเรย์ ทำ MRI ผ่าตัด หรือรักษาต่อเนื่อง ซึ่งค่าใช้จ่ายอาจสูงตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลักล้าน

ผู้จัดที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักกีฬา จึงเลือกรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้เอง นั่นคือภาระต้นทุนจริง แต่ช่วยให้นักกีฬาขึ้นเวทีได้อย่างสบายใจ

ส่วนชื่อเสียงก็คือการต่อยอดอนาคต ทุกวันนี้นักกีฬาและค่ายมวยที่มองการณ์ไกล ไม่ได้มองแค่ค่าตอบแทนเพียงอย่างเดียว รายการที่มีฐานผู้ชมจำนวนมาก มีการถ่ายทอดสดไปยังหลายประเทศ มีระบบการตลาดที่แข็งแกร่ง มีการผลิตข่าวและคอนเทนต์ รวมถึงมีเครือข่ายสื่อที่ช่วยขยายการรับรู้ไปสู่แฟนๆ ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้มีส่วนช่วยเพิ่มมูลค่า ให้นักกีฬาโดยตรง

นักกีฬาหลายคนได้แฟนคลับ และได้รับความสนใจจากสปอนเซอร์ รับงานอีเวนต์ ขายสินค้า หรือมีโอกาสต่อยอดอาชีพ ชื่อเสียงเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองโดยไม่มีระบบสนับสนุน

วงการมวยไทย จะเติบโตอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ต้องมีนักกีฬาที่เก่งมากขึ้น แต่ต้องมีระบบที่เป็นธรรมกับทุกฝ่ายด้วย นักกีฬาที่อยากเติบโตไปสู่ระดับสากล ฝีมืออาจพาไปถึงโอกาสได้ แต่ความเป็น “มืออาชีพ” จะเป็นสิ่งที่ทำให้ความน่าเชื่อถือที่มีต่อตัวนักกีฬายืนหยัดได้นาน

ในทุกวงการอาชีพ เมื่อแต่ละฝ่ายตกลงทำงานร่วมกัน เพราะมองเห็นโอกาสและประโยชน์ที่จะได้รับ ก็ย่อมมาพร้อมข้อตกลง เมื่อครบพันธะต่อกันแล้ว จะต่อสัญญาหรือแยกย้ายไปเติบโตในเส้นทางใหม่ ก็เป็นเรื่องปกติ

ข้อตกลง จึงไม่ได้มีไว้เพื่อปิดกั้นใคร แต่เป็นเรื่องพื้นฐาน ที่วงการกีฬาอาชีพทำกันเป็นเรื่องปกติเพื่อรักษาความเป็นธรรมของทุกฝ่าย

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่จะทำให้มวยไทยเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ใช่การทำให้คนรักมวยไทยต้องแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แต่คือการเคารพกันในความแตกต่าง เคารพกติกา เคารพข้อตกลง และเคารพสิทธิ์ของทุกฝ่าย