xs
xsm
sm
md
lg

ตราไก่โหดจัดสมราคาทีมเต็ง / คอลัมน์ “Final Whistle" โดย "ผู้เล่นคนที่ 12"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คอลัมน์ “Final Whistle" โดย "ผู้เล่นคนที่ 12"

คีเลียน เอ็มบัปเป แข้งจากสโมสร "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด กลายเป็นดาวยิงสูงสุดของศึกฟุตบอลโลก นับเฉพาะการแข่งขันแบบน็อกเอาท์ หลังเหมา 2 ประตูเกมต้อน สวีเดน 3-0 รอบ 32 ทีมสุดท้าย เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมาตามเวลาไทย

10 ประตู - คีเลียน เอ็มบัปเป (ฝรั่งเศส)
8 ประตู - ลีโอไนดัส (บราซิล), โรนัลโด้ (บราซิล)
7 ประตู - จุสต์ ฟองแต็ง (ฝรั่งเศส), วาวา (บราซิล), โอลดริช นีเยดลี (เชเคีย), เปเล (บราซิล)
6 ประตู - ยูเซบิโอ (โปรตุเกส), จอร์จี ซาโรซี (ฮังการี), แกรี ลินีเกอร์ (อังกฤษ), โรแบร์โต บาจโจ (อิตาลี)
5 ประตู - ซิลวิโอ ปิโอลา (อิตาลี) , ยูลา เซนเกลเลอร์ (ฮังการี), เฮลมุต ราห์น (เยอรมันตะวันตก), โธมัส มุลเลอร์ (เยอรมนี), เวสลีย์ สไนจ์เดอร์ (เนเธอร์แลนด์ส), ลิโอเนล เมสซี (อาร์เจนตินา), มิโรสลาฟ โคลเซ (เยอรมนี) ดูน้อยลง

นอกจากนี้เแนวรุกของฝรั่งเศสกำลังโหดลงตัวและน่าเกรงขามสุดๆ ในศึกฟุตบอลโลก 2026 หลังชัยชนะเหนือสวีเดน 3-0ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย ทำให้ฝรั่งเศสยิงไปแล้วถึง 14 ประตู จากการลงเล่น 4 นัด

ฝรั่งเศสกำลังลุ้นสร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมแรกของโลกที่ยิง 3 ประตูขึ้นไป 5 นัดติดในฟุตบอลโลก หากในรอบ 16 ทีม ที่จะพบกับปารากวัย

นอกจากนี้บรรดาผู้เล่นแนวรุกของ ฝรั่งเศสยังระเบิดฟอร์มมีส่วนร่วมกับการทำประตูทั้งยิงและจ่ายกันถ้วนหน้า

คิลียัน เอ็มบัปเป้ : 6 ประตู 2 แอสซิสต์
อุสมาน เดมเบเล่ : 4 ประตู 2 แอสซิสต์
ไมเคิล โอลิเซ่ : 5 แอสซิสต์
แบรดลีย์ บาร์โคล่า : 2 ประตู 1 แอสซิสต์
เดเซเร่ ดูเอ้ : 1 ประตู ดูน้อยลง

ขณะเดียวกันการขับเคี่ยวแย่งตำแหน่งดาวยิง เวิลด์ คัพ 2026 ก็เข้มข้นไม่แพ้กัน ลิโอเนล เมสซี่ แชมป์เก่า อาร์เจนติน่า ยิงไปแล้ว 6 ประตูมากที่สุดเท่า เอ็มบัปเป้ ตามด้วย เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ จากนอร์เวย์ 5 ประตูและ วินิซิอุส จูเนียร์ จากบราซิลกับ เดมเบเล่ เท่ากันที่ 3 ประตู

ส่วนตำแหน่งดาวยิงสูงสุด เวิลด์ คัพ ตลอดกาลเวลานี้ เมสซี่ นำอยู่ที่ 19 ประตู ตามมาด้วย เอ็มบัปเป้ 18 ประตู ซึ่งแน่นอนว่าฟุตบอลโลกหนนี้น่าจะเป็นครั้งสุดท้ายของแข้ง อาร์เจนติน่า ขณะที่ เอ็มบัปเป้ เพิ่งวัย 27 ปี ยังมีโอกาสอีกใน 4 ปีข้างหน้า ดังนั้นอาจะไม่ต้องไปโฟกัสตรงนี้มากนัก

รอบ 16 ทีมสุดท้ายทราบโฉมหน้าทีมที่จะเจอกันหลายคู่แล้วนอกจาก ปารากวัย กับ ฝรั่งเศส ก็มี แคนาดา กับ โมร็อกโก ในสายบน ส่วนสายล่างน่าดูไม่แพ้กันคือ นอร์เวย์ เจอกับ บราซิล รวมถึง เม็กซิโก ที่เข้ารอบมาเช่นกัน เรียกได้ว่าปีนี้เจ้าภาพยังมาดีเข้าถึงด่านนี้แล้ว 2 ทีม