ผศ.ดร.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาล มีนโยบายนำภารกิจการท่องเที่ยวไปรวมกับวัฒนธรรมและจะมีการแยกกีฬาออกมาจัดตั้งกระทรวงการกีฬาเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนากีฬาของประเทศนั้น
จากนโยบายดังกล่าว ทราบว่าคณะทำงานมีการกำหนดแผนดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ โดยระยะที่ 1 เริ่มจากวันที่ 7 พฤษภาคม - 4 มิถุนายน 2569 ซึ่งในระยะนี้มีการประชุมพิจารณารายละเอียดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และระยะที่ 2 เดือน มิถุนายน - กรกฎาคม 2569 เป็นขั้นตอนสำคัญ โดยเฉพาะการกำหนด Roadmap การเปลี่ยนผ่านสู่กระทรวงการกีฬาด้วยการดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างส่วนราชการและกระบวนการทางกฎหมายในการจัดตั้งกระทรวงการกีฬา ซึ่งสาระสำคัญ ได้แก่การเตรียมการเสนอพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่...) พ.ศ.
ต่อ ครม.พร้อมกับส่งร่างกฎหมายสู่กระบวนการของรัฐสภา
ระยะที่ 3 ซึ่งเป็นระยะสุดท้ายระหว่างเดือนสิงหาคม - ธันวาคม 2569 ประกอบกับเป็นช่วงที่รัฐสภาจะเปิดประชุมสมัยสามัญ (วันที่ 25 สิงหาคม – 22 ธันวาคม 2569) กระบวนการพิจารณาร่างกฎหมายของรัฐสภาก็จะดำเนินการในระหว่างนั้นและหากรัฐสภาผ่านความเห็นชอบก็จะนำไปสู่การจัดตั้งกระทรวงการกีฬาอย่างเป็นทางการภายในเดือน ธันวาคม 2569
ผศ.ดร.รัฐพงศ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับโครงสร้างกระทรวงการกีฬาที่เตรียมการไว้มีการกำหนดหน่วยงานในกำกับประกอบด้วย สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวงการกีฬา กรมพลศึกษา มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ และการกีฬาแห่งประเทศไทย โดยมีบทบาทหน้าที่ การส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาพลศึกษา การกีฬา ทั้งกีฬาขั้นพื้นฐาน กีฬามวลชน กีฬาเป็นเลิศ กีฬาอาชีพ และกิจกรรมนันทนาการ และยังให้ความสำคัญกับการศึกษา วิจัย วิทยาศาสตร์การกีฬา นวัตกรรมและเทคโนโลยีการกีฬา การบริหารจัดการกีฬา และการพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาของประเทศ
ผศ.ดร.รัฐพงศ์ เผยว่า จากโครงสร้างดังกล่าวจะเห็นได้ว่าถึงแม้ในอนาคตประเทศไทยจะมีการจัดตั้งกระทรวงการกีฬาหรือแยกการกีฬาออกมาเป็นเอกเทศแล้วก็ตาม แต่หากพิจารณาถึงบริบทและการเปลี่ยนแปลงที่สอดคล้องกับพัฒนาการของโลกกีฬาในปัจจุบันจะเห็นได้ว่ากระทรวงการกีฬาตามพิมพ์เขียวยังไม่ค่อยจะตอบโจทย์มากนัก ยิ่งย้อนกลับไปในงานเสวนาทางวิชาการเรื่อง “ประเทศไทยกับกระทรวงกีฬาแห่งอนาคต” ซึ่งศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมอโนมา แกรนด์ กรุงเทพและได้เชิญคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากทุกภาคส่วนโดยมีคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล และประธานสหพันธ์แบดมินตันโลกร่วมสะท้อนมุมมองและเสนอแนวทางซึ่งผลการเสวนาศูนย์ฯได้สรุปข้อมูลและสาระสำคัญส่งต่อให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไปแล้วและที่น่าสนใจสาระสำคัญที่คณะวิทยากรเสนอในวงเสวนาวันนั้นถือว่ามีประโยชน์และตอบโจทย์การจัดตั้งกระทรวงกีฬาเพื่อรองรับการพัฒนาและยกระดับการกีฬาของประเทศที่สอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริง
“ขณะเดียวกันหากมองไปที่ร่างหรือพิมพ์เขียวโดยเฉพาะโครงสร้างหรือการแบ่งส่วนราชการของกระทรวงการกีฬา กลับพบว่ายังขาดหน่วยงานหรือฟันเฟืองการขับเคลื่อนการพัฒนาที่สำคัญโดยเฉพาะหน่วยงานซึ่งรับผิดชอบด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา การพัฒนานักกีฬาคนพิการ สถาบันมวยไทย ด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกีฬา รวมทั้ง หน่วยงานที่กำกับดูแลด้านจริยธรรม ธรรมาภิบาล และกฎหมายทางการกีฬา เป็นต้น”
ผศ.ดร.รัฐพงศ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เพื่อให้กระทรวงการกีฬาแห่งอนาคต ซึ่งจะเป็นหนึ่งในเส้นเลือดใหญ่ที่สำคัญสำหรับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตลอดจนสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศได้อย่างแท้จริงก็คงต้องฝากความหวังและมอบการบ้านให้สมาชิกรัฐสภาได้ร่วมพิจารณาเพื่อให้กฎหมายการจัดตั้งกระทรวงการกีฬาของประเทศไทยตอบโจทย์กับบริบทการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลได้อย่างแท้จริง ผศ.ดร.รัฐพงศ์ กล่าวในที่สุด


