คอลัมน์ "TKO" โดย "น็อกเอาต์ แมน"
ถือเป็นประเด็น "ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์" ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับดราม่าการแบนมวยเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปี ห้ามชกมวยโดยเด็ดขาด ซึ่งข้อกำหนดดังกล่าวนั้นเป็นความคิดที่มาจาก คณะกรรมการสิทธิมนุษย์ชน กระทรวงพัฒนาสังคมมนุษย์
เรื่องราวดังกล่าวถูกหยิบยกมาพูดถึงกันอย่างแพร่หลายในวงการมวยของไทย หลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ากฎนี้เปรียบเสมือนการ "คุมกำเนิด" มวยไทย ตัดรากแก้วของมวยไทยในระดับภูธร และที่สำคัญคือเป็นการ "ปิดกั้น" ความฝันของเด็กๆ
หากกฎหมายฉบับนี้ผ่าน มันจะกลายเป็นว่าแทนที่จะส่งเสริมให้เด็กมีพื้นที่สำคัญพัฒนาฝีมือแม่ไม้มวยไทยเพื่อให้เติบโตมาหากินเป็นอาชีพ และต่อกรกับคู่ชกชาวต่างชาติที่ช่วงหลังพัฒนาขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด เด็กๆ เหล่านั้น จะ "ร้างสังเวียน" และไม่มีโอกาสได้สร้างกระดูดมวยเลย
ทุกวันนี้ถ้าเราดูตามรายการต่างๆ นักมวยไทยแทบจะสู้ต่างชาติไม่ค่อยจะได้อยู่แล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องของสรีระร่างกาย แต่นักสู้ชาวต่างชาติเขารู้วิธีการฝึกซ้อม และใช้แม่ไม้มวยไทยได้ดีไม่แพ้นักชกคนไทยแท้ๆ เลยด้วยซ้ำ เพราะพวกเขาเหล่านั้นทุกวันนี้เริ่มต้นซ้อมมวย และทำการแข่งขันกันตั้งแต่เด็ก ไม่ต่างจากคนไทยเลยแม้แต่น้อย
"เสี่ยโบ๊ท" ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์ชื่อดังจากค่ายเพชรยินดี ออกมาแสดงความคิดเห็นแบบตรงไปตรงมาเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยระบุว่า "ข้อมูลที่ได้มาระบุว่า กระทรวงแรงงานขอประเทศสหรัฐอเมริกา บอกว่ามวยไทยคือการค้ามนุษย์ ทำให้ประเทศไทยถูกจัดอันดับว่าใช้แรงงานเด็ก ผมก็ถามว่านักวิชาการ นักสิทธิมนุษยชน ทำไมไม่ไปอธิบายให้เขาเข้าใจว่าเด็กที่มาชกมวยไม่มีใครถูกบังคับมาชก"
"เขากำลังพยายามที่จะทำแต่เชื่อว่าจะไม่สำเร็จ เพราะเราทำแบบนี้มาตั้งแต่บรรพบุรุษเราแล้ว แต่หากเกิดขึ้นจริงผมจะเป็นแกนนำบุกสภา ไปยื่นหนังสือให้ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยโปรดเห็นใจ และเมตตานักมวยเหล่านี้"
ด้าน สมรักษ์ คำสิงห์ อดีตฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกของไทย ที่เติบโตมากับมวยไทยตั้งแต่อายุยังน้อย ก็ได้พูดถึงประเด็นนี้ ว่า "ต่อไปนี้โปรโมเตอร์ต้องจัดมวยแก่แล้วนะครับ เพราะมวยเด็กจะไม่มีให้จัดแล้ว ผมว่ามันก็เป็นความพยายามของคนบางกลุ่ม คนกลุ่มนี้ผมว่าเรามีเจตนาอยากจะล้มล้างมวยไทยให้ออกจากประเทศไทยไปเลย มันไม่เกี่ยวกับเรื่องมวยเด็กนะ คนพวกนี้ต้องการทำลายระบบมวยไทย ไม่ให้มวยไทยในประเทศไทยมีอยู่"
แม้จะมีข้อมูลทางการแพทย์ต่างๆ จากฝั่งที่เห็นควรให้มีกฎหมายดังกล่าว ระบุในทำนองว่า การให้เด็กอายุต่ำกว่า 15 ต่อยมวย มีหลักฐานทางการแพทย์ชัดเจนว่า เพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เด็กได้รับบาดเจ็บทางสมองซ้ำๆ ซึ่งส่งผลต่อระดับสติปัญญาของเด็กในอนาคตทำให้เด็ก ระดับสติปัญญาถดถอยลงเรื่อยเรื่อย
แต่อีกฝั่งก็โต้แย้งทันทีว่ามันสามารถหาสิ่งมาป้องกันได้ ทั้งในเรื่องของกติกาการชกสำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปี หรือการใช้เฮดการ์ด การป้องกันต่างๆ ที่จะต้องแตกต่างกับมวยผู้ใหญ่ทั่วไป และมันจะไม่ใช่ปัญหาในการนำเด็กอายุน้อยขึ้นสังเวียนชกมวย
ที่สำคัญเด็กบ้านนอก ยากไร้ และคนที่ไม่ค่อยมีโอกาสดีๆ ในชีวิต ช่วงที่ผ่านมาหลายคนก็ใช้กีฬามวยเป็นแหล่งทำมาหากิน ยอมขึ้นชกในมวยระดับภูธร เพื่อแลกกับค่าตัวหลัก 200-300 บาท แค่นี้พวกเขาก็ดูจะมีความสุขที่ได้ช่วยครอบครัวหาเงินด้วยตัวเอง แต่เมื่อใดที่มีการปิดกั้นจากกฎหมายฉบับดังกล่าวขึ้นมาจริงๆ คำถามตัวโตๆ มันก็จะเกิดขึ้นทันทีว่า "เด็กพวกนั้นจะทำอย่างไร"


