“โค้ชโป้ง” อริยะ อมาตยกุล อดีตนักกีฬาและโค้ชแบดมินตันชื่อดัง โพสต์ร่ายระบุถึงฟุตบอลโลกครั้งนี้ ดูหมดความน่าสนใจลงไปไม่น้อยเมื่อเทียบกับอดีต เหตุเพราะมีจำนวนทีมที่เพิ่มมากขึ้นมาถึง 48 ทีม ซึ่งหลายแมตช์ความเข้มข้นเจือจางลงไปเยอะ เพราะคุณภาพทีมแตกต่างกันเกินไป ต่างจากแต่ก่อน โดยเฉพาะยุคที่มี 24 ทีม ทุกทีมผ่านการคัดเลือกมาอย่างเข้มข้น ทุกแมตช์ในรอบสุดท้ายจึงสนุก และดูมีมนต์ขลัง ทำให้แต่ละกลุ่มคือกรุ๊ปออฟเดธ หรือ กลุ่มแห่งความตายของจริง
“โค้ชโป้ง” ร่ายผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว “อริยะ อมาตยะกุล” ว่า “เสน่ห์ของฟุตบอลโลกยุคนี้สำหรับผมลดน้อยลงไปมาก
ผมเกิดในยุคที่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมีแค่ 24 ทีม มันรู้สึกมีมนต์ขลัง ทีมที่ได้เข้ามาเล่นมีแต่หัวกะทิ
มันคือเสน่ห์ของ "ความหายาก" และ "ความเข้มข้น" ที่ฟุตบอลโลกยุคนี้ทำไม่ได้เท่าเดิมแล้ว
ผมมาเริ่มดูบอลโลกจริงจังปี 1986 แต่ละกรุ๊ปคือ "กลุ่มแห่งความตาย" (Group of Death) ของจริง
แทบไม่มีทีมไหนมีพื้นที่ให้หายใจทิ้ง
ทีมระดับท็อปของทวีปเอเชียหรือแอฟริกากว่าจะหลุดเข้าไปได้คือต้องเคี่ยวจนข้น คัดแล้วคัดอีก ยุคนั้นการได้เห็นทีมอย่าง แคเมอรูน บุกไปชนะอาร์เจนตินาในปี 1990 หรือ ซาอุดีอาระเบีย ยิงประตูสุดสวยในปี 1994 มันเลยดูยิ่งใหญ่และน่าจดจำมาก เพราะพวกเขาก้าวขึ้นไปฟัดกับหัวเรือใหญ่ได้แบบสุดประทับใจจริงๆ
พอตัดภาพกลับมาที่ยุคปัจจุบัน มีถึง 48 ทีมในรอบสุดท้าย ความรู้สึกของการเป็น "ทัวร์นาเมนต์ศักดิ์สิทธิ์" มันเลยเจือจางลงไปเยอะ กลายเป็นเหตุผลหลักๆ ที่ทำให้เสน่ห์แบบเดิมหายไป จนสู่โหมด "ดูก็ได้ไม่ดูก็ได้"
ไม่ใช่แค่รอบแบ่งกลุ่มที่ความตื่นเต้นลดลง นัดเปิดสนามยุคก่อน คือ ใส่กันไฟลุก
แต่ยุค 48 ทีมนี้ รอบแรกๆ บางแมตช์อาจจะดูห่างชั้นเกินไป หรือทีมใหญ่เล่นแบบเพลย์เซฟก็ยังเข้ารอบได้
ยุคก่อนการได้ไปบอลโลกคือเกียรติยศสูงสุดของประเทศและนักฟุตบอลคนหนึ่ง แต่พอโควตาเพิ่มขึ้น ความรู้สึกว่ามันเป็น "ของยาก ของแรร์" ก็ลดลง
ฟุตบอลโลกยุคนี้อาจจะตอบโจทย์เรื่อง "ความหลากหลาย" และการกระจายโอกาสให้แฟนบอลทั่วโลกได้มีส่วนร่วมมากขึ้น แต่สำหรับคนที่โตมากับยุคที่ทุกแมตช์คือสงครามของสุดยอดทีม 24 ทีม... มนต์ขลังแบบนั้น มันคงหาไม่ได้อีกแล้วจริงๆ
ส่วนตัวผมประทับใจ "ltaly'90" สุดๆ ทั้งเพลง นักเตะและทีมชาติต่างๆ ต่างทำให้รู้สึกมีมนต์ขลังสุดๆ
มีใครคิดถึงฟุตบอลโลกปีไหนหรือแมตช์ไหนในยุคนั้นเป็นพิเศษไหมครับ?
มาแชร์ความหลังกัน”


