“ป๊อก” วรงค์ ทิวทัศน์ อดีตเลขานุการ บริษัท ไทยลีก จำกัด และอดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลไทย ร่ายยาวถึงฟอร์มของทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ในเกมบุกเสมอจีน 0-0 ยันแม้จะไม่แพ้กลับมา แต่สิ่งที่สะท้อนผ่านรูปเกม คือ มาตรฐานการเล่นที่ตกลงไป ทีมไทยช้ากว่าคู่แข่งชัดเจน ซึ่งก็สะท้อนภาพของระบบฟุตบอลทั้งระบบที่อาจบอกได้ว่าไทยไม่ได้กำลังย่ำอยู่กับที่ แต่กำลังถอยหลัง
นายวรงค์ โพสต์ว่า ”ปกติผมไม่ค่อยโพสต์ในเวลาแบบนี้นัก
เพราะเป็นคนนอนเร็ว ตื่นเช้า ช่วงเวลาที่ชอบที่สุดคือช่วงเช้ามืด ระหว่างนั่งจิบกาแฟและใช้เวลาเงียบ ๆ คิด วิเคราะห์ และเขียนถึงเรื่องราวในวงการฟุตบอล
แต่คืนนี้ หลังจากดูเกมอุ่นเครื่องที่ทีมชาติไทยบุกไปเยือนจีน จนจบ 90 นาที มีความรู้สึกหนึ่งที่ชัดเจนมาก
นั่นคือ "ความเร็วของเกม"
ไม่ใช่แค่ความเร็วในการวิ่ง แต่คือความเร็วในการคิด ความเร็วในการตัดสินใจ ความเร็วในการส่งบอล และความเร็วในการเคลื่อนที่โดยไม่มีบอล
ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมไทยดูช้ากว่าคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด
และนี่ไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะในเกมนี้
มันคือภาพสะท้อนของระบบฟุตบอลทั้งระบบ
ผมเคยพูดเรื่องนี้บนเวทีดีเบตเกี่ยวกับอนาคตฟุตบอลไทยว่า ปัญหาสำคัญของฟุตบอลไทยไม่ใช่เรื่องพรสวรรค์ของนักเตะ แต่คือ "มาตรฐานการแข่งขัน"
นักเตะจะเก่งขึ้นไม่ได้ หากทุกสัปดาห์เขาไม่ได้ถูกบังคับให้เล่นในสภาพแวดล้อมที่เข้มข้นพอ
ฟุตบอลระดับนานาชาติในปัจจุบันไม่ได้วัดกันที่เทคนิคพื้นฐานอีกแล้ว เพราะมันคือมาตรฐานขั้นต่ำของนักเตะยุคใหม่
แต่วัดกันที่ว่า
ใครคิดเร็วกว่า ใครตัดสินใจเร็วกว่า ใครปรับตัวกับสถานการณ์ได้เร็วกว่า
และสิ่งเหล่านี้ไม่มีทางฝึกได้จากการซ้อมเพียงอย่างเดียว
มันต้องถูกหล่อหลอมจากเกมการแข่งขันที่มีคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง
หากนักเตะใช้เวลาทั้งฤดูกาลแข่งขันในเกมที่มีจังหวะช้า ความกดดันต่ำ และความเข้มข้นไม่มากพอ
เมื่อถึงวันที่ต้องเจอกับคู่แข่งระดับเอเชียหรือระดับโลก ร่างกายอาจตามทัน แต่สมองจะตามไม่ทัน
เพราะไม่เคยถูกบังคับให้ตัดสินใจภายใต้ความกดดันระดับนั้นมาก่อน
นี่คือเหตุผลว่าทำไม "ความเข้มข้นของลีก" จึงส่งผลโดยตรงต่อ "ผลงานทีมชาติ"
คำถามสำคัญคือ วันนี้ฟุตบอลไทยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากพอแล้วหรือยัง
เราใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการบริหารจัดการโปรแกรมการแข่งขัน การดำเนินงานด้านคลับไลเซนซิ่ง พิธีมอบรางวัล การประชุม การทำงานรูทีนต่าง ๆ
แต่เราใช้ทรัพยากรและบุคลากรมากพอหรือยังกับการพัฒนาคุณภาพการแข่งขันให้สูงขึ้นจริง ๆ
เรามีแผนยกระดับความเข้มข้นของลีกหรือไม่
เรามียุทธศาสตร์พัฒนานักกีฬาให้พร้อมสำหรับฟุตบอลระดับนานาชาติหรือไม่
เรามีตัวชี้วัดด้านคุณภาพเกมการแข่งขันที่ชัดเจนหรือไม่
หรือเรากำลังพอใจกับการทำให้ลีก "จัดได้ครบทุกนัด" โดยไม่ได้ตั้งคำถามว่า "คุณภาพของการแข่งขันดีขึ้นหรือไม่"
โลกฟุตบอลไม่เคยหยุดรอใคร
ในขณะที่เรากำลังถกเถียงเรื่องเดิม ๆ หลายประเทศกำลังลงทุนกับวิทยาศาสตร์การกีฬา ข้อมูลเชิงลึก การพัฒนาเยาวชน การพัฒนาโค้ช และการยกระดับมาตรฐานการแข่งขันอย่างจริงจัง
ดังนั้น สิ่งที่น่ากังวลที่สุดอาจไม่ใช่การเสมอจีนแบบไม่มีทรงในเกมอุ่นเครื่อง
แต่คือการที่เราอาจยังไม่ตระหนักว่า ปัญหาที่แท้จริงอยู่ลึกกว่าผลการแข่งขันใน 90 นาที
หากฟุตบอลไทยยังไม่มีแผนระยะยาวในการสร้างลีกที่เข้มข้นขึ้น มีคุณภาพสูงขึ้น และสามารถผลักดันให้นักเตะพัฒนาตัวเองได้ทุกสัปดาห์
เราไม่ได้กำลังย่ำอยู่กับที่
แต่กำลังถอยหลัง
เพราะในโลกของการแข่งขัน การไม่พัฒนา เท่ากับการถูกทิ้งห่าง
และเมื่อวันนั้นมาถึง สิ่งที่เราจะเสียไป ไม่ใช่แค่อันดับในฟีฟ่าแรงกิ้ง
แต่คือโอกาสในการแข่งขันของฟุตบอลไทยทั้งระบบ ตั้งแต่ระดับสโมสร ไปจนถึงทีมชาติไทยในอนาคต”


