สมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย และ สหพันธ์เซปักตะกร้อนานาชาติ (ISTAF) ออกแถลงการณ์ร่วม เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ถึงกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการแข่งขันเซปักตะกร้อชิงแชมป์โลก “ISTAF Sepaktakraw World Cup 2026” ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในรอบชิงชนะเลิศ ประเภททีมชุดชาย ระหว่างทีมชาติไทยกับทีมชาติมาเลเซีย โดยยืนยันให้ทุกฝ่ายรอผลการตรวจสอบเหตุการณ์ดราม่าในรอบชิงชนะเลิศตะกร้อเวิลด์คัพ 2026 ระหว่างไทยกับมาเลเซีย โดยย้ำว่าการพิจารณาจะดำเนินไปอย่างอิสระ โปร่งใส และเป็นธรรมตามกฎระเบียบของสหพันธ์
แถลงการณ์ระบุว่า ทั้งสององค์กรรับทราบถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ความคิดเห็น และรายงานข่าวที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจบการแข่งขัน แม้อาจมีมุมมองที่แตกต่างกันเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว แต่เชื่อว่าทุกประเด็นควรได้รับการพิจารณาผ่านกระบวนการที่เหมาะสม ภายใต้ธรรมนูญ กฎกติกา ข้อบังคับการแข่งขัน และขั้นตอนทางวินัยของ ISTAF
สมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย ยืนยันว่าให้ความเคารพต่อบทบาทของ ISTAF ในฐานะองค์กรกำกับดูแลกีฬาเซปักตะกร้อระดับนานาชาติ และยอมรับอำนาจของสหพันธ์ฯ ในการตรวจสอบและตัดสินกรณีที่เกิดขึ้นจากการแข่งขันที่ได้รับการรับรองจาก ISTAF
นายธนา ไชยประสิทธิ์ นายกสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย เผยว่า เชื่อมั่นในความเป็นอิสระ ความเป็นมืออาชีพ และความโปร่งใสของกระบวนการตรวจสอบของ ISTAF พร้อมมั่นใจว่าการพิจารณาจะดำเนินไปอย่างเป็นธรรม ปราศจากอิทธิพลทางการเมืองหรือแรงกดดันจากภายนอก โดยข้อเท็จจริง หลักฐาน และข้อเสนอแนะทั้งหมดจะได้รับการพิจารณาอย่างรอบด้านก่อนมีคำตัดสินใดๆ
ด้าน ดาโต๊ะ อับดุล ฮาลิม บิน กาเดอร์ เลขาธิการ ISTAF ยืนยันว่า สหพันธ์ฯ จะดำเนินการตรวจสอบอย่างอิสระ เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของกีฬาเซปักตะกร้อ และคุ้มครองผลประโยชน์ของสมาชิกทุกประเทศ พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้ชี้แจงอย่างเป็นธรรม"
นอกจากนี้ ทั้ง ISTAF และ TAT ยังขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย เจ้าหน้าที่ นักกีฬา ผู้สนับสนุน และสื่อมวลชน งดการคาดเดาหรือสรุปประเด็นล่วงหน้า ระหว่างที่กระบวนการตรวจสอบยังดำเนินอยู่ เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนและผลกระทบต่อวงการเซปักตะกร้อนานาชาติ
สำหรับประเด็นดังกล่าวจะนำเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการบริหาร ISTAF ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 เพื่อให้คณะกรรมการได้รับทราบข้อเท็จจริงและพัฒนาการทั้งหมด ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนและข้อบังคับของสหพันธ์ต่อไป
ทั้งสององค์กรย้ำว่า ยังคงมุ่งมั่นผลักดันการพัฒนา ความสามัคคี และอนาคตของกีฬาเซปักตะกร้อ ผ่านกระบวนการที่โปร่งใส เป็นธรรม และยึดหลักธรรมาภิบาลขององค์กรกีฬาเป็นสำคัญ


