xs
xsm
sm
md
lg

กระแสศึกลูกหนังโลก 2026 ​

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วันนี้ถ้าจะพูดถึงปรากฎการณ์ที่เกี่ยวกับกีฬาสุดยอดระดับโลกและสังคมไทยให้ความสนใจมาอย่างยาวนานต้องยกให้มหกรรมศึกลูกหนังชิงแชมป์โลก หรือ FIFA World Cup 2026 ที่กำลังจะระเบิดขึ้นในระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน -19 กรกฎาคม 2569 โดยมีมหาอำนาจโลกอย่างสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก รับหน้าเสื้อผนึกกันเป็นเจ้าภาพ

สำหรับบ้านเราเมื่อกล่าวถึงศึกสุดยอดกีฬามหาชนรายการนี้ต้องยอมรับความนิยมชมชอบที่ได้ลุ้นและสัมผัสกับลีลาการโชว์เพลงแข้งของสุดยอดนักเตะระดับเวิร์ดคลาสเป็นที่ชัดเจนว่าไม่น้อยไปกว่าชาติใดๆ

ที่สำคัญตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาแฟนบอลทั้งขาประจำและขาจรต่างได้สัมผัสเกมการดลแข้งกันสดๆถึงหัวกะไดบ้านผ่านฟรีทีวีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

แต่ในครั้งนี้คอลูกหนังพันธุ์แท้ที่ต้องการจะลิ้มลองการดวลแข้งของ 48 ชาติดังทุกครั้งที่ผ่านมาหากส่องไปที่โอกาสและความเป็นได้ที่รัฐบาลภายใต้ “นายกหนู”ผู้ซึ่งเคยกล่าวว่าบอลโลกคนไทยต้องได้ดูก็ถือว่าความไม่แน่นอนกำลังจะมาเยือน

ขณะเดียวกันเมื่อพูดถึงความไม่แน่นอนของรัฐบาลกับการประสานงานซื้อลิขสิทธิ์ภายใต้มูลค่าที่ไม่ตอบโจทย์กับสภาวการณ์ความผันแปรทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามวันนี้ไม่ว่ารัฐบาลจะพยายามประสานกับภาคเอกชนให้ควักเม็ดเงินซื้อลิขสิทธิ์เพื่อสร้างความสุขให้คอกีฬาลูกหนังได้หรือไม่ ประเด็นนี้หากคิดเชิงบวกหรือมองด้วยความเป็นธรรมครั้นจะไปโทษรัฐบาลก็คงจะไม่เหมาะนัก

ในทางกลับกันโลกในยุคดิจิทัลเชื่อว่าการเข้าถึงช่องทางการสื่อสารโดยเฉพาะการสัมผัสกับเกมอันสุดยอดคอบอลไทยสามารถเข้าถึงได้เพียงแต่ว่าความมันส์และอรรถรสอาจจะต่างกับการลุ้นกันสดตลอดเกมหรือทั้งทัวร์นาเมนท์

อย่างไรก็ตามเมื่อพูดถึงฟุตบอลโลก 2026 ผนวกกับกระแสและความสนใจของคนไทยก็สอดคล้องกับผลการสำรวจความคิดเห็นของ KBU SPORT POLL ซึ่งศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ร่วมกับสถาบันการจัดการกีฬาเพื่อองค์กรกีฬา (WISDOM) และเพจ บี บางปะกง สำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “สังคมไทยกับกระฟุตบอลโลก 2026”เมื่อเร็วๆนี้

สำหรับการสำรวจดังกล่าวมีประชากรทุกเพศวัยจำนวน 1,103 คน ร่วมสะท้อนมุมมองในมิติต่างๆ เช่นเมื่อถามถึงความสนใจที่จะติดตามการแข่งขัน กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ สนใจ

​ขณะที่ช่องทางที่จะติดตาม ส่วนใหญ่เทไปที่สื่อสังคมออนไลน์ ตามด้วยโทรทัศน์ วิทยุกระจายเสียง หนังสือพิมพ์ และอื่นๆ

​ด้านหน่วยงานที่จะทำหน้าที่ในการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ส่วนใหญ่มองไปที่หน่วยงานภาครัฐและเอกชน

พร้อมกันนั้นโพลดังกล่าวยังถามถึงความคุ้มค่าและประโยชน์กับการใช้งบประมาณซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดมูลค่าประมาณ 1,500 บาท กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ มองว่าคุ้มค่าและมีประโยชน์ ขณะที่มองว่าไม่คุ้มค่าและไม่มีประโยชน์ก็มีให้เห็นเช่นกันเพียงแต่เปอร์เซ็นต์หรือน้ำหนักของคำตอบทั้งสองอาจจะต่างกันเท่านั้นเอง

​อย่างไรก็ตามจากผลการสำรวจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันฟุตบอลโลกเป็นหนึ่งในกีฬามหาชนที่คนไทยให้ความสนใจและติดตามผ่านสื่อและช่องทางต่างๆมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการแข่งขันในแต่ละครั้งคนไทยหรือคอลูกหนังพันธุ์แท้จะได้ชมผ่านการถ่ายทอดสดทางฟรีทีวี

​แต่วันนี้เมื่อความไม่แน่นอนที่คอบอลไทยจะได้สัมผัสกับเกมอันสุดยอดนี้หรือไม่ ก็เชื่อว่าอีกไม่นานคำตอบสุดท้ายภายใต้คนในรัฐบาลก็จะบอกกล่าวเล่าแจ้งกันอีกครา

รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร