ทัพเบ่งกล้ามไทย ประเดิมศึกเพาะกายและฟิตเนสชิงชนะเลิศแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 20
วันแรก คว้ามา 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน โดยเหรียญทองได้จาก “พจน์” เจษฎา อรุณวิจิตร รองแชมป์เอเชีย ปี 2568 ที่คว้าแชมป์อาเซียนได้สำเร็จเป็นครั้งแรก เจ้าตัววางเป้าหมายต่อไป อยากคว้าแชมป์เอเชีย และแชมป์โลก
การแข่งขันกีฬาเพาะกายและฟิตเนสชิงชนะเลิศแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 20 ที่กรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยมี ดาโต๊ะ พอล ชัวประธานสหพันธ์กีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งเอเชีย และ ประธานสหพันธ์กีฬาเพาะกายและฟิตเนสโลก (WBPF) เป็นประธานเปิดการแข่งขัน ร่วมด้วย นายภูมิวรินทร์ ชุณหะวงษ์วริศ ประธานสหพันธ์กีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ นายศุกรีย์ สุภาวรีกุล เลขาธิการสหพันธ์กีฬาเพาะกายแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, เลขาธิการสหพันธ์กีฬาเพาะกายแห่งเอเชีย, รองประธานสหพันธ์ กีฬาเพาะกายและฟิตเนสโลก และ นายกสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย ร่วมพิธีเปิด
สำหรับรายการนี้ ไทยส่งนักกีฬาไปแข่งขัน 7 คน ผลการแข่งขัน วันแรก ปรากฏว่า ไทยได้ 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน โดยเหรียญทอง มาจาก สปอร์ตฟิสิคชาย รุ่นความสูงเกิน 170 ซม. “พจน์” เจษฎา อรุณวิจิตร รองแชมป์เอเชีย ปี 2568 ที่คว้าแชมป์อาเซียนได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ด้านเหรียญเงิน เป็นของ คุน โด ออง ซาน (เมียนมา) และเหรียญทองแดง สันติสุข ดวงแก้วมะนี (ลาว)
ส่วนอีก 2 เหรียญเงิน มาจาก เพาะกายชาย รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 65 กก. “ฟีฟ่า” เอกรัตน์ ศรีโสภา แชมป์เก่า ที่รอบนี้ได้แค่เหรียญเงิน โดยมี เฮน ซอ ลิน จากเมียนมา ได้เหรียญทอง และเหรียญทองแดง เป็นของ เหงียน ถั่น ดาด จากเวียดนาม
ด้านรุ่นสปอร์ตฟิสิคชาย รุ่นความสูงไม่เกิน 170 ซม.วัชรากร ด้วงเดช แชมป์เก่า ได้เหรียญเงิน โดย เนย์ มโย ทุ จากเมียนมา ได้เหรียญทอง และเหรียญทองแดง มูฮัมหมัด โจฮารี บิน อามีรรูดิน จากมาเลเซีย
“พจน์” เจษฎา อรุณวิจิตร เปิดเผยว่า ติดทีมชาติครั้งแรกมาปี 2023 ครั้งนี้ ดีใจมาก ที่สามารถคว้าแชมป์อาเซียนมาได้เป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้ได้รองแชมป์อาเซียน ปี 2023 ที่บาตั้ม อินโดนีเซีย และ ได้รองแชมป์เอเชีย ปี 2025 ที่ไทย การได้แชมป์อาเซียนครั้งนี้เป็นครั้งแรก ถือเป็นก้าวแรกที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จ ในก้าวต่อไป ที่ตั้งเป้าหมายว่าจะคว้าแชมป์เอเชีย และแชมป์โลกให้ได้


