ตัดวงจรเงินเบี้ยเลี้ยงและเงินรางวัลล่าช้า ทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนกีฬาพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เผยจาการสำรวจระบบโอนเบี้ยเลี้ยงตรงถึงมือนักกีฬา ฟีดแบคดีเยี่ยม 99 เปอร์เซ็นต์พอใจเป็นอย่างมาก ยันระบบดิจิทัลช่วยกำจัดปัญหาเอกสารซ้ำซ้อน และเงินค้างท่อ ที่เคยสร้างปัญหาให้วงการกีฬาได้ ส่น
นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เผยว่ากองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ในฐานะหน่วยงานปฏิบัติ ได้นำนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา คุณสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม โดยตัวท่านเองยกตัวอย่างเรื่องการจัดสรรเงินให้กับสมาคมกีฬา ซึ่งเรื่องนี้ท่านบอกว่าต้องทั่วถึงและเป็นธรรม และจะทำอย่างไรให้ราบรื่น เพราะตอนมีสมาคมกีฬาแแห่งประเทศไทย 95 สมาคม และสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดอีก 76 สมาคม ซึ่งเรื่องนี้เราจะต้องมีวิธีคิดอย่างไรให้สมาคมทุกสมาคมยอมรับได้ และให้ทุกฝ่ายยอมรับได้ และที่สำคัญต้องคาดหวังกับผลงานที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่าต้องตรงเป้าและแม่นยำ ตัวอย่างเช่น วันนี้มีสมาคมที่มีเป้าหมายอะไรบ้าง ที่จะมีโอกาสทำผลงานในโอลิมปิกเกมส์ได้อย่างชัดเจน ซึ่งกลุ่มนี้ก็จะมีโอกาสเข้าถึงงบประมาณได้มากกว่า เพราะฉะนั้นการจัดสรรงบประมาณจะผูกโยงกับผลสัมฤทธิ์เป็นลำดับแรก
ผู้จัดการกองทุนฯ ยังเผยอีกว่า เรื่องการบริหารจัดการกองทุนฯก็จะต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ซึ่งท่านรัฐมนตรีได้ให้การบ้านมา 8-9 เรื่อง ให้กองทุนนำนโยบายเหล่านี้ไปปฏิบัติใช้ ส่วนวันนี้เป้าหมายในปี 2569 เรายังเหลือระยะเวลาทำงานอีก 5 เดือน ก็จะมาแก้ไขปัญหาสมาคมที่ยังไม่รับการจัดสรรงบประมาณ ในระยะกลางปี 2570 ที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่า จะต้องทำให้ทั่วถึงและเป็นธรรม จะเริ่มต้นในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งเราก็มีเวลาอีก 4-5 เดือน ที่จะวางแผน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดสรรหลักเกณฑ์ วิธีการที่เป็นการยอมรับจากทุกฝ่าย และต้องผูกโยงกับผลสัมฤทธิ์ปีหน้า ยกตัวอย่าง เอเชียนเกมส์ โอลิมปิกเกมส์ เราจะจัดสรรอย่างไรให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายได้ และจะะต้องผูกโยงกับผลสัมฤทธิ์ให้ได้ วันนี้เราอาจจะทำแล้วให้เสร็จไป และผลสัมฤทธิ์ยังไม่ได้วัดว่าเป็นอย่างไร อันนี้ก็จะเป็นการบ้านต่อไป เป็นสิ่งที่ท้าทายที่กองทุนฯจะต้องไปทำงานกับทุกๆฝ่าย แล้วออกหลักเกณฑ์มา ก่อนจะนำไปชี้แจง และถือปฏิบัติกับทุกฝ่าย นี้คือตัวอย่างระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
“ส่วนฟีดแบคสำหรับการโอนตรงเบี้ยเลี้ยงและเงินรางวัลให้นักกีฬา ขอเรียนว่ามีด้วยกัน 2 ส่วน ส่วนที่หนึ่งตัวนักกีฬา ร้อยละ 99 พอใจ เพราะว่าได้รับเงินโดยตรง เพราะก่อนหน้านี้ส่วนนี้เป็นปัญหาในทุกครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากได้รับล่าช้า อย่างซีเกมส์ที่ผ่านมา ยังมีหลายสมาคมที่ได้รับไม่ครบถ้วน ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปดู ก็คือยังไม่ได้เบิก และพบว่าใช้ระบบแมนนวล เอกสารส่งแล้วส่งอีก แต่ตอนนี้โอนตรงใช้ระบบสารสนเทศมาใช้ สมาคมที่เบิกแล้วหลักฐานครบถ้วน ทำถูกต้องตามกระบวนการและขั้นตอนทุกอย่าง ก็จะสามารถเบิกได้ 100 เปอร์เซ็นต์โดยไม่มีปัญหา ในส่วนสมาคมกีฬาแห่งจังหวัด ซึ่งมีจำนวนนักกีฬากว่า 13,000 คน เบิกไปแล้วในงวดที่หนึ่งจำนวน 60-70 เปอร์เซ็นต์ ก็สามารถทำได้ อีก 30 เปอร์เซ็นต์ ยังแก้ไขเรื่องที่ผู้ฝึกสอนยังไม่ได้กดยอมรับลงในระบบ หรือตัวผู้ฝึกสอนกดยอมรับแล้ว ตัวนายกสมาคมยังไม่ได้กดยอมรับ ก็ถือว่ายังไม่เส็จสมบูรณ์ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อความแน่ใจว่ามีการฝึกซ้อมและมีการตรวจสอบด้วย ผมเรียนว่าในตัวของนักกีฬาฟีดแบคดีมากแต่ว่าการบริหารจัดการในส่วนอื่นๆยังมีปัญหอีกพอสมควร ซึ่งตรงนี้อยู่ระหว่างการประมวลและสรุปหลังกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ที่จังหวัดสุราษฯ ซึ่งในช่วงพฤษภาคมนี้จะสามารถสรุปเป็นภาพรวม เสนอคณะกรรมการบริหารกองทุนว่าโครงการนี้จะเดินหน้าต่อ แล้วมีอะไรต้องปรับปรุงบ้าง หรือจะกลับไปใช้ระบบเดิม”
“ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นมีเล็กๆน้อยๆ อาทิ ผู้ฝึกสอนไม่เข้าใจ ทำไม่เป็น เช่น กีฬาเยาวชนแห่งชาติ เรากำหนดไว้ 2 ช่วง 45 วัน ช่วงแรก 20 วัน ช่วงหลัง 25 วัน บางคนก็ลงไปเกิน ก็ต้องกลับไปแก้ไข หรือบางทีไม่ครบ ระบบให้ 20 วัน แต่กดไป 18 วัน อีก 2 วัน ทำอย่างไร ก็ต้องมาแก้ไขอีก ซึ่งก็ถือเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนนในระบบมากกว่า ทำให้ไม่สามารถที่จะโอนได้ หรือแม้แต่นักกีฬาที่อายุไม่ถึง 15 ปี ไม่สามารถที่จะเปิดบัญชีธนาคารได้ ก็จะต้องไปรับเงินสดที่สุราษฎร์ธานี ซึ่งธนาคารปฎิเสธที่จะเปิดบัญชีให้กับนักกีฬาบางคนที่เข้าข่ายเชื่อมโยงกับสแกมเมอร์ ซึ่งก็ถือเป็นหนึ่งในหลากหลายสาเหตุที่ระบบไม่สามารถทำการโอนได้ อย่างไรก็ตาม ผมยืนยันว่าเป็นปัญหาเล็กๆน้อยๆเท่านั้น ในส่วนของสมาคมกีฬาต่างๆ ความเห็นเกี่ยวกับระบบโอนตรง ถือว่ามีแบ่งเป็นสองมุมมอง บางส่วนมองว่าไม่สะดวก อยากให้กลับไปใช้ระบบเดิมดีกว่า ซึ่งก็แน่นอนว่าเป็นความเห็นที่เรารับฟัง แล้วเดี๋ยวจะมีสรุป ประมวลกันอีกรอบ อย่างไรก็ตามก็ต้องมาดูว่า คำว่า เบี้ยเลี้ยง เจตนารมย์สำหรับใคร แล้ววิธีการที่เราจ่ายนี้ ผลดี ผลเสีย เป็นอย่างไร“ นายทนุเกียรติ กล่าวทิ้งท้าย


