หากย้อนกลับไปในอดีตคงไม่มีใครคาดคิดว่า “ฟุตบอล” จะพัฒนาการมาเป็นกีฬามหาชนที่คนทั่วโลกคลั่งไคล้
ขณะที่ประเทศเรานับแต่เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดินทร์ ณ อยุธยา) ได้นำกีฬาลูกหนังมาจากประเทศอังกฤษต้องยอมรับว่ากีฬาชนิดนี้ได้ความนิยมอย่างรวดเร็วจนนำไปสู่การก่อตั้งสมาคมกีฬาแห่งสยามขึ้นในปี 2459 และเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ FIFA เป็นชาติแรกในเอเชีย
จากเกมการเล่นเพื่อความสนุกสนานวันนี้ “กีฬาฟุตบอล” มีการพัฒนาการอย่างไม่หยุดยั้งที่สำคัญยังได้ขยายตัวและทะลวงเข้าไปในทุพื้นที่ของประเทศจนนำมาเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ธุรกิจที่สำคัญ ที่น่าสนใจด้วยความนิยมชมชอบผนวกกับวิวัฒนาการของเกมการแข่งขันในต่างประเทศภายใต้ลีกอาชีพที่คอกีฬาต่างเข้าถึงได้ง่ายวงการกีฬาลูกหนังบ้านเราจึงเติบโตเป็นหนึ่งในธุรกิจและอาชีพอย่างเต็มตัว
อย่างไรก็ตามการที่วงการกีฬาฟุตบอลบ้านเรามีการขยายตัวและเจริญมาจวบจนวันนี้ ต้องยอมรับว่าปัจจัยที่สำคัญคือ “VISION” หรือภาวะผู้นำของผู้ที่เข้าไปรับผิดชอบและบริหารจัดการ
สำหรับผู้นำองค์กร หรือ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลของบ้านเราหากย้อนไปในคราวที่องค์สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้าในหลวงรัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปดเกล้าฯให้ก่อตั้งและทรงรับเข้าอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ตั้งแต่แรกเริ่ม มีพระยาประสิทธิ์ศุภการ (หม่อนหลวงเฟื้อ พุ่งบุญ ภายหลังเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยารามราฆพ) เป็นนายกสภา จากวันนั้นถึงวันนี้ (25 เมษายน 2569) สมาคมกีฬาลูกหนังไทยมีอายุยืนยาวถึง 110 ปี
และนับจากนี้เมื่อวงรอบของสมาคมฯกำลังย่างก้าวสู่ปีที่ 111 แน่นอนโจทย์และการบ้านภายใต้ความคาดหวังของคอกีฬาที่ต้องการจะเห็นความเจริญก้าวหน้าโดยเฉพาะการประสบความสำเร็จของนักเตะทีมชาติทุกชุด
“นางฟ้าลูกหนัง”คุณนวลพรรณ ล่ำซำ “หญิงเล็กแต่ใจใหญ่” ผู้ซึ่งมีกีฬาลูกหนังในสายเลือดและในฐานะนายกสมาคมฯโดยการคัดท้ายหรือหนุนหลังของสภากรรมการและผู้เกี่ยวข้องคือผู้ต้องแบกรับความคาดหวัง
เมื่อกล่าวถึงนายหญิงของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯรายนี้หากย้อยไปในวันที่มีการเปิดโผว่าพร้อมจะอาสาเข้ามารับตำแหน่งความใจสนของคอกีฬาทั่วทิศภายใต้ความร้อนแรงใจของวงการกีฬาไทยก็กระหึ่มตามมา
ยิ่งวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นที่แสดงต่อสาธารณะด้วยแล้วความหวังและโอกาสที่วงการบอลไทยจะเปลี่ยนจากวงจรเดิมๆจึงเป็นหนึ่งบนโจทย์แห่งความท้าทายมาจวบจนวันนี้
และในโอกาสที่นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลท่านนี้ผงาดขึ้นนั่งบนเก้าอี้ใหญ่และก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 เชื่อว่าจากนี้ไปปัญหาหรือขวากหนามที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขรวมทั้งตำราพิชัยสงครามหรือยุทธศาสตร์ที่จะขับเคลื่อนการบริหารจัดการคงต้องทยอยและสื่อสารให้สาธารณรับทราบอย่างต่อเนื่อง
และหนึ่งในโจทย์ที่สำคัญซึ่งนายกและสภากรรมการต่างทราบดีหากย้อนไปในระหว่างวันที่ 27-29 มกราคม 2567 ซึ่งเป็นห้วงที่ KBU SPORT POLL โดยศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ได้สำรวจความคิดเห็นเรื่อง “ความคาดหวังและความเชื่อมั่นที่มีต่อนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลคนใหม่” รวมทั้งผลการสำรวจในโอกาสที่นายกผู้นี้ดำรงตำแหน่งครบ 1 ปี
พบว่าหนึ่งในมิติของความคาดหวังหรือเสียงสะท้อนของกลุ่มตัวอย่างหรือประชาชนผู้ตอบแบบสอบส่วนใหญ่ต้องการให้มีการวางรากฐานและโครงสร้างการพัฒนาในระดับเยาวชน
จากความคาดหวังในมิตินี้หากมีการถอดบทเรียนกรณีที่นักเตะช้างศึก U-16 ปี ไปตกรอบแรกในศึกชิงแชมป์อาเชียนล่าสุดที่อินโดนีเซีย จึงพอจะสรุปได้ว่าไม่ว่าสมาคมจะตาม “เวย์” ไหนก็ตาม การวางรากฐานในระดับเยาวชนจึงเป็นยุทธศาสตร์หรือแผนงานเร่งด่วนที่ควรจะดำเนินการ
การจัดตั้งศูนย์ฝึก 4 ภาค ภายใต้การผนึกพลังร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่มีสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมอย่างการกีฬาแห่งประเทศไทย กรมพลศึกษาและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงไม่น่าจะเหลือบ่ากว่าแรงวที่นางฟ้าลูกหนังจะขับเคลื่อน
ที่สำคัญวันนี้ผู้ฝึกสอนที่ผ่านการอบรมในระดับต่างๆซึ่งกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาก็พร้อมที่จะเป็นขุมกำลังหรือทัพหน้าให้สมารมเรียกใช้อยู่แล้ว
จากการปันความคิดหรือการเสนอแนวทางของผู้เขียนในวันนี้หากสมาคมฯเห็นว่าเป็นประโยชน์นต่อส่วนรวมและเพื่อวงการกีฬาลูกหนังไทยอย่างแท้จริง การขยับในโอกาสที่ผู้นำรับตำแหน่งย่างเข้าสู่ปีที่ 3
และในห้วงที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์มีการก่อตั้งครบรอบ 110 ปี และกำลังก้าวสู่ปีที่ 111 เชื่อว่าความคาดหวังที่คอกีฬาลูกหนังโหยหาที่จะเห็นความสำเร็จโดยเฉพาะผลงานของทัพทีมชาติทุกชุดคงจะไม่เกินเลยความสามารถของ “นางฟ้าลูกหนัง” มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ จอมทัพผู้มีกีฬาลูกหนังในสายเลือดไปได้
“เชื่อแป้ง”
รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร


