xs
xsm
sm
md
lg

“ศุกรีย์” วางปี 2571 ลาเก้าอี้นายกฯเพาะกาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศุกรีย์ สุภาวรีกุล ประกาศเตรียมลาเก้าอี้ นายกสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย ในปี 2571 พร้อมเปิดหาคนสมัครใจเป็นนายกฯคนใหม่ ยันขอเวลาทำงานอีก 2 ปี เพื่อทำงานต่อเนื่องเน้นนโยบายผลักดันให้กีฬาเพาะกายปลอดสารโด๊ป แข่งแบบขาวสะอาด ในโอกาสครบรอบ 73 ปี สมาคมฯ

นายศุกรีย์ สุภาวรีกุล นายกสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย เป็นประธานในการประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2568 ที่ห้องเอฟเวอร์กรีน ชั้น 5 โรงแรมอเล็กซานเดอร์ หัวหมาก ถนนรามคำแหง เมื่อ 25 เม.ย.69 โดยการประชุมครั้งนี้ มีสมาชิกสโมสรเข้าร่วมประชุมครบตามที่กำหนด เกิน 2 ใน 3 โดยมาร่วมประชุม 20 สโมสร จาก 29 สโมสร ซึ่งในงานดังกล่าว ที่ประชุมได้แจ้งงบดุลของสมาคมฯ ในปี 2568 มี รายได้ ต่ำกว่า รายจ่าย 5,149,821.54 บาท

นายศุกรีย์ สุภาวรีกุล นายกสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในการประชุมครั้งนี้ มีสมาชิกมาร่วมประชุมครบตามที่กำหนด ส่วนสาระสำคัญในการประชุมครั้งนี้ มีเรื่องสำคัญที่ได้แจ้งให้สโมสรสมาชิกได้รู้รายละเอียดต่างๆ ที่สำคัญหลายเรื่อง จากการทำงานของ คณะกรรมการบริหารชุดนี้ ที่ผมเป็นนายกสมาคมฯ เข้าสู่ ปีที่ 10 แล้ว โดยเหลือการบริหารงานอีก 2 ปี ตนขอทบทวน ในเรื่องการทำงาน ของคณะกรรมการบริหารชุดนี้ ในเวลาอีก 2 ปีที่เหลือ ว่ามีข้อดีข้อเสียอะไร มีจุดไหนต้องแก้ไขบ้าง

”ผมทำงานในสมาคมกีฬาเพาะกายฯ มาเป็นเวลากว่า 30 ปี ตั้งแต่ปี 2533 ทำงานมาหลายตำแหน่ง จนล่าสุดมาเป็นนายกสมาคมฯ เป็นเวลา 10 ปี แล้วในเวลาที่เหลืออีก 2 ปี ก็อยากทำงานให้เต็มที่ แต่ในสมัยต่อไป อยากเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาเป็นนายกสมาคมฯ ผมมองว่าอยากเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ เกิดเป็นเป้าหมายใหม่ๆ ในการบริหารงาน“

”ปี 2571 ถึงจุดปล่อยวาง จากตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาเพาะกายฯ ใครอยากเข้ามาบริหารและรับตำแหน่งนายกสมาคมฯ ผมและสมาชิกสโมสร พร้อมสนับสนุน ส่วนตัวไม่ได้มองว่าจะมีใครมาเป็นทายาท เปิดโอเพ่นให้คนที่เหมาะสมและมีศักยภาพ พร้อมเข้ามาทำงานในตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาเพาะกาย คนใหม่ได้เลย การบริหารงานตอนนี้ ทางสมาคมฯ มี แนวคิดในการรณรงค์ ในเรื่องการห้ามใช้สารต้องห้าม ภายใต้การกำกับดูแลของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) อยากให้การแข่งขันเพาะกายแข่งขันแบบขาวสะอาด ไม่มีการใช้สารกระตุ้น“

”ทางสโมสรสมาชิกของสมาคมกีฬาเพาะกาย ได้แสดงเจตนารมย์ ต่อต้านการใช้สารต้องห้าม ในโอกาสครบรอบ 73 ปี ของสมาคมกีฬาเพาะกายฯ ในปี 2569 นี้
สาเหตุที่เพาะกาย ไม่ได้บรรจุในมหกรรมกีฬา อย่างซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ เนื่องจากเรื่องของการใช้สารกระตุ้น สหพันธ์กีฬาเพาะกายนานาชาติ ที่ได้รับการรับรองจัดเพาะกายในมหกรรมกีฬาต่างๆ โดนแบนจาก วาดา หรือ องค์การต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก“

”สำหรับสมาคมกีฬาเพาะกายของไทย ไม่ได้เป็นสมาชิกของสหพันธ์ฯ ที่วาดา แบน แต่เราเป็นสมาชิกของอีกสหพันธ์ฯ คือ สหพันธ์เพาะกายโลก ตอนนี้ ทาง สหพันธ์เพาะกายโลก เน้นหนักในเรื่องการป้องกันการใช้สารต้องห้ามอย่างจริงจัง ทุกประเทศที่เป็นสมาชิก ทำตามที่ องค์การต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกกำหนดไว้ ปัจจุบันทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้มีการรณรงค์อย่างจริงจัง ทุกการแข่งขัน แมตช์นานาชาติ ทุกรายการ ในอาเซียน เอเชีย และระดับโลก รวมทั้งการแข่งขันภายในของแต่ละประเทศ มีมาตรการในเรื่องการต่อต้านการใช้สารต้องห้ามอย่างจริงจัง“

นายศุกรีย์ เผยอีกว่า ปัจจุบัน การบริหารงานของสมาคมฯ ติดขัดเรื่องงบประมาณในการจัดการแข่งขันทั้งในประเทศ และส่งนักกีฬาไปแข่งขันต่างประเทศ ทำให้งบดุลของสมาคมฯ ติดลบ 5 ล้านกว่าบาท แต่ทางสมาคมฯ พยายามส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันทั้ง 3 รายการที่เป็นเป้าหมายหลักให้ได้ สำหรับโปรแกรมนานาชาติ 3 รายการสำคัญ ได้แก่ ชิงชนะเลิศแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 20 ที่เมียนมา วันที่ 14-18 พ.ค. ต่อด้วย ชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ครั้งที่ 58 วันที่ 4-10 ส.ค.ที่มาเลเซีย และ ชิงชนะเลิศแห่งโลก ครั้งที่ 17 วันที่ 3-9 ธ.ค.ที่ลาว จากนโยบายที่ทางสมาคมฯ ต้องการเผยแพร่ กีฬาเพาะกายไปทั่วประเทศไทย เพื่อให้คนไทยได้ออกกำลังกายและมีสุขภาพที่แข็งแรง ทำให้มีการอบรมในโครงการเพาะกายทุกวัยสดใสทุกวัน รวมทั้งการมอบอุปกรณ์กีฬาตามจังหวัดต่างๆ ทำให้เพาะกายเติบโตขึ้น