xs
xsm
sm
md
lg

“สุรศักดิ์” แถลงนโยบายเดินหน้าแยกกระทรวงกีฬา เผยขอทบทวนปลดล็อคสนุกเกอร์-เสนอจัดยูธโอลิมปิก 2030

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 เวลา นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นประธานมอบนโยบายการขับเคลื่อนงานแก่ผู้บริหารระดับสูงและหน่วยงานในสังกัด ณ ห้องประชุมสุวรรณวิจิตร ชั้น 7 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมี นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานในสังกัดเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมกันวางทิศทางและขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของประเทศ

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ตนอยากขอให้ทุกหน่วยงานมุ่งมั่นดำเนินงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาล และแผนพัฒนาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเน้นย้ำการเตรียมความพร้อมในการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการ โดยการบูรณาการภารกิจด้านการท่องเที่ยวร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อเชื่อมโยงต้นทุนทางวัฒนธรรมเข้ากับการท่องเที่ยวอย่างไร้รอยต่อ ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรของรัฐ รวมถึงการสนับสนุนแนวคิดการจัดตั้ง “กระทรวงการกีฬา” เพื่อให้การกำหนดนโยบายด้านกีฬาเป็นไปอย่างชัดเจน ครอบคลุม และต่อเนื่องในทุกมิติ

ในด้านการกีฬา นายสุรศักดิ์ เปิดเผยว่า การจัดการแข่งขันระดับชาติ ระดับนาชาติ ต้องจัดให้ได้มาตรฐานสากลและคุ้มค่า ทั้งนี้ ประเทศไทยได้มุ่งใช้กีฬาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคนในชาติทุกช่วงวัย และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยวางกรอบการพัฒนาไว้บน 4 เสาหลัก ได้แก่ การส่งเสริมสุขภาพของประชาชน (Sport Health) การผลักดันกีฬาให้เป็นอุตสาหกรรมสร้างรายได้ (Sport Wealth) การยกระดับมาตรฐานการแข่งขันและศักยภาพนักกีฬาไทยสู่ระดับนานาชาติ (Sport Pride) และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาพัฒนาระบบกีฬา (Sport Future) เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต

หลังแถลงนโยบาย นายสุรศักดิ์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยเรื่องกีฬาได้เน้นให้ความสำคัญของผู้สูงอายุและเยาวชน รวมถึงสิ่งสำคัญคือการนำวิทยาศาสตร์การกีฬามาใช้ในการพัฒนากีฬาสู่ความเป็นอาชีพและความเป็นเลิศ ส่วนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพยูธโอลิมปิกเกมส์ 2030 ซึ่งไทยผ่านเข้ารอบสุดท้าย โดยมี 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย, ชิลี และปารากวัย นั้น เหลือขั้นตอนอีกนิดเดียว สำหรับไทยก็จะมีการพิจารณาความคุ้มค่ากับการจัดด้วย ซึ่งในมหกรรมนี้จะใช้งบราว 6-7 พันล้านบาท ในการจัด ซึ่งก็ต้องดูเยาวชน ประเทศ กีฬาไทยได้อะไรบ้าง ถ้าคุ้มค่า ก็เชื่อท่านนายกรัฐมนตรี กระทรวงเรา และคนไทยทุกคนก็อยากจะเดินหน้าเป็นเจ้าภาพ

รมว.กีฬาป้ายแดง ยังเผยต่อไปว่าเตรียมเดินหน้านโยบายแยกกระทรวงกีฬาออกมาให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตามจะต้องทำเรื่องนี้อย่างรอบคอบ ซึ่งก็จะมีการตั้งคณะทำงานเข้ามาศึกษาในเรื่องที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านข้อกฎหมาย กำลังคน งบประมาณ และทรัพย์สิน เพื่อไม่ให้เป็นภาระให้แก่กระทรวงใหม่ ส่วนการปลดล็อกสนุกเกอร์ โป๊กเกอร์ และกีฬาที่เกี่ยวข้อง พ้นจากบัญชี พ.ร.บ.การพนัน ยังต้องมีการทบทวนอย่างละเอียดอีกครั้ง เพราะยังมีทั้งมุมที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย จึงต้องใช้ความรอบคอบ