วันที่ 31 มีนาคม 2569 จะเป็นอีกวันที่มีความสำคัญยิ่งสำหรับวงการลูกหนังไทย ทั้งนี้เพราะในวันดังกล่าวทัพช้างศึกไทยชุดใหญ่จะลงสนามทำศึกเพิ่อคว้าตั๋วสู่รอบสุดท้ายเอเชียนคัพ 2027 กับนักเตะทีมชาติเติร์กเมนิสถานในเวลา 19.30 น. ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน
การทำศึกครั้งนี้ ถ้าจะซิวตั๋วเพื่อกรุยทางไปดวลแข้งในรอบสุดท้ายช่วงต้นปีหน้า ที่เมืองเศรษฐ๊น้ำมันซาอุดิอาระเบียได้ ทัพนักเตะไทยต้องชนะเท่านั้น
อย่างไรก็ตามการที่จะชนะนักเตะ ”มรกตสีเขียว” หรือทีมชาติเติร์กได้ ต้องยอมรับว่าอาจจะไม่ง่ายนัก ที่กล่าวเช่นนี้ เพราะการดวลกันนัดแรกในถิ่นของนักเตะเติร์กทัพช้างศึกภายใต้การกุนซือของ “มาซาทาดะ อิชิอิ” โดนเจ้าบ้านยัดความปราชัยให้ถึง 1-3 และเมื่อพิจารณาถึง “เฮดทูเฮด” ก็ยิ่งเห็นว่าทีมชาติไทยเป็นรองอยู่เช่นกัน
และที่สำคัญการพิสูจน์ศักดากันในวันที่ 31 มีนาคม ศกนี้ ทัพไทยไม่มีทางเลือก นอกจากต้องเก็บชัยให้ได้เท่านั้น
คำถามจึงมีอยู่ว่าเมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ โอกาสที่ทีมชาติไทยจะกรุยทางสู่รอบสุดท้ายจะมีมากน้อยแค่ไหน
จากโจทย์ดังกล่าวแน่นอนการบ้านและความกดดันจึงตกไปอยู่กับนักเตะและเฮดโค้ชอย่าง “แอนโธนี ฮัดสัน” รวมทั้งสมาคมกีฬาฟุตบอลฯอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อกล่าวถึงโอกาสของทัพช้างศึก กับการดวลแข้งในนัดสำคัญนี้ หากส่องไปที่เสียงสะท้อนของคอลูกหนังผ่านการสำรวจความคิดเห็นเรื่อง “โอกาสของทัพช้างศึกกับการเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลเอเชียนคัพ 2027” โดย KBU SPORT POLL มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตที่ผนึกกับ WISDOM และเพจ บี บางปะกง เมื่อวันวานที่ผ่านมาพบว่า
เมื่อถามถึงความสนใจที่จะติดตามการแข่งขัน กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ให้ความสนใจที่จะติดตามและมั่นใจว่าทัพช้างศึกมีโอกาสมากที่จะผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลเอเชียนคัพ 2027
ขณะเดียวกันเมื่อถามถึงปัจจัยที่จะนำไปสู่โอกาสสำหรับการเข้ารอบสุดท้าย แฟนบอลส่วนใหญ่มองไปที่
ศักยภาพและความสามารถของนักกีฬาผนวกกับศักยภาพและความสามารถของหัวหน้าผู้ฝึกสอนตามด้วยระยะเวลาในการเตรียมทีมตลอดจนการสนับสนุนของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯและแรงเชียร์ของแฟนกีฬาตามลำดับ
จากผลการสำรวจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าถึงแม้เกมการแข่งขันนัดแรกทีมชาติไทยจะพ่ายต่อทีมชาติเติร์กเมนิสถานคาบ้านมาแล้วถึง 1-3 และเป็นรอง“เฮดทูเฮด”ก็ตาม แต่แฟนลูกหนังพันธุ์แท้ส่วนใหญ่ก็ยังเชื่อว่าการเล่นในบ้านต่อหน้าแฟนบอลในชามอ่างราชมังคลากีฬาสานด้วยแล้วก็เชื่อว่าทัพช้างศึกยังโอกาสมากที่จะซิวตั๋วหรือคว้าชัยเหนือนักเตะ “มรกตสีเขียว”ได้
ดังนั้นเพื่อให้ทัพช้างศึกก้าวไปถึงดวงดาว ก็หวังว่าวันที่ 31มีนาคม ศกนี้ แฟนบอลชาวไทยทั้งในสนามและที่ชมเกมผ่านไทยรัฐช่อง 32 คงจะร้อยแรงใจและส่งแรงเชียร์ให้ทัพไทยกันให้กระหึ่มดังที่ผ่านมา
แต่เหนืออื่นใดอะไรที่ว่าแน่นอนก็อาจจะไม่แน่นอนยิ่งลูกเกมหนังในนัดชี้ชะตาด้วยแล้วโอกาสที่จะเป็นไปในทางลบหรือบวกก็อาจจะมีให้เห็นได้เช่นกัน
และเพื่อความสุขของคอกีฬาชาวไทยก็ขอภาวนาให้นักเตะไทยะทำได้และถ้าจะให้ดีไปกว่านั้นก็หวังว่าแฟนกีฬาจะไม่เห็น “นางฟ้าลูกหนัง” หรือนายใหญ่สมาคมลูกหนังต้องลุกมาโพสต์เสียใจในยามค่ำคืนดังที่ชบาแก้วพลาดหวังในการไปทำศึกชิงแชมป์เอเชีย 2026 ดังที่ผ่านมา


