คอลัมน์ "TKO" โดย "น็อกเอาต์ แมน"
เรียกได้ว่าพลิกล็อกช็อกโลกสุดๆ สำหรับความสำเร็จของ แรมโบ้เล็ก ฉ.อจลบุญ ที่ได้นับจาก นาบิล อานาน 2 หน ในยกที่ 3 และ 4 ก่อนเข้าวินด้วยการเอาชนะคะแนนอย่างเป็นเอกฉันท์ คว้าแชมป์โลกมวยไทย ONE รุ่นเบนตัมเวต ไปครอง แบบหักปากกาเซียน
ไฟต์ดังกล่าวหากมองตามหน้าเสื่อแทบจะทุกสำนัก 99.99 เปอร์เซนต์ มองว่า นาบิล อานาน เหลือกว่า แรมโบ้เล็ก ด้วยประการทั้งปวง ชนิดที่เรียกได้ว่า "แทบไม่มีมุมให้สู้"
ด้วยฟอร์มการชกที่หาตัวจับยาก แถมส่วนสูง หรือช่วงชกที่ได้เปรียบคู่แข่ง บวกกับทักษะ และกระดูกมวยที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ของ นาบิล ก็แทบไม่มีใครอยากจะเชื่อว่าสุดท้ายผลที่ออกมานั้นเขาจะเป็นฝ่ายต้องปราชัย
จริงๆ ต้องชื่นชมการเตรียมตัวของ แรมโบ้เล็ก และค่ายซุปเปอร์บอน เทรนนิ่ง แคมป์ ที่ทำการบ้านกันมาเป็นอย่างดี รู้ว่า นาบิล จะมาไม้ไหน รับมือกับสถานการณ์บนเวทีได้ทุกยก แม้เปิดหัวยกแรกมาดูจะเป็นรอง แต่ก็ถือว่ามีมุมที่พอจะสู้ได้ บวกกับทีมงานยังเห็นถึงจุดอ่อนของคู่แข่ง ใช้จุดนั้นเป็นทีเด็ดเพื่อเล่นงานในที่สุด
แรมโบ้เล็ก ขึ้นไปชกแบบรัดกุมมากๆ ไม่ผลีผลาม ไม่เดินหน้าเข้าแลก อาศัยการตั้งรับที่เหนียวแน่นชนิดที่ไม่ได้ปล่อยให้คู่แข่งจู่โจมในจุดอันตราย ก่อนจะรอสวนกลับด้วยหมัดอันสุดคมจนเข้าเป้าหลายดอก
แผนการนี้มาสำเร็จในยกที่ 3 เมื่อ แรมโบ้เล็ก อาศัยจังหวะที่ นาบิล กำลังเดินหน้าบุกแบบเผลอๆ สวนหมัดเข้าไปที่ใบหน้าคู่ชกเต็มๆ จนเข่าลงไปแตะพื้น ก่อนที่ในยกที่ 4 จะรอดักจังหวะคล้ายๆ กัน จนสำเร็จ ได้นับไป 2 ครั้ง แทบจะแบเบอร์แล้วว่าจะเป็นฝ่ายเก็บชัยถ้าไม่ถูกน็อกเสียก่อน
สุดท้ายเข้ายกที่ 5 แรมโบ้เล็ก เก็บอาวุธแทบทุกอย่าง เดินถอยเพื่อรักษาทรงมวย ส่วน นาบิล ก็ดูเหมือนจะท้อหลังเสียไป 2 นับ แม้พยายามเดินต้อน แต่ก็ไม่สุด จนสุดท้ายเสียงระฆังดัง พร้อมกับเสียงเฮของกองเชียร์ แรมโบ้เล็ก ที่ดังลั่นสนามมวยลุมพินี
ถ้าไม่ได้ดูแค่ผลการชก หรือใบคะแนนหลังจบไฟต์ จะเห็นได้ชัดเจนว่า นาบิล ก็ยังมีทรงมวยที่เหนือกว่า มีความอันตราย และเป็นฝ่ายไล่ต้อนคู่แข่งเสียส่วนใหญ่ เพียงแต่ตัวของ แรมโบ้เล็ก วางแผนรับมือมาได้ดีเกินคาด
การปราชัยในหนี้ของ นาบิล อานาน ไม่ได้ทำให้เขาเสียศูนย์แม้แต่น้อย จะมองว่าเป็นการลงไป "ตั้งหลัก" หนึ่งก้าว ก่อนจะหาช่องเพื่อกลับมาเฉิดฉายในรุ่นแบนตัมเวตอีกครั้งเสียมากกว่า (หากไม่คิดไต่รุ่นขึ้นไปเสียก่อน)
นักชกแบบ นาบิล ไม่ได้หากันได้ง่ายๆ กำปั้นที่ตัวสูง ได้เปรียบช่วงชก แถมทักษะ หรือความเด็ดขาอของอาวุธที่หนักน่วง แถมมีความเร็วอยู่ในตัว ไม่ช้าอืดอาด กี่สิบปีจะเจอแบบนักสักคน
อย่างที่ นาบิล ออกมากล่าวหลังจบไฟต์ในทำนองว่า ตอนที่เขาพ่ายแพ้ เขาได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง มากกว่าตอนที่ชนะเสียอีก เขาก็ได้รู้ตัวตอนนี้ว่ามีจุดอ่อนอะไรบ้างที่ต้องไปปรับปรุง เพราะตอนเด็กๆ เขาก็เคยพ่ายแพ้มาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ก็เปรียบเสมือนกำไรอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ได้เห็นจุดบกพร่อง
บางทีการที่คนเราจะขึ้นสู่ยอดปิระมิด มันก็ต้องเจออุปสรรคกันบ้าง ดีเสียด้วยซ้ำที่ นาบิล พบเจอกับจุดอ่อนของตัวเองตั้งแต่ตอนนี้ เพราะการกลับมาครั้งหน้ามันอาจทำให้กำปั้นลูกครึ่งไทย-แอลจีเรีย รายนี้ แข็งแกร่งกว่าเดิมอีกก็ได้


