xs
xsm
sm
md
lg

ผลโพลร้อยละ 57 มั่นใจ ช้างศึกทุบเติร์กเมนิสถาน ฉลุยรอบสุดท้ายฟุตบอล เอเชียนคัพ 2027

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



จากการที่นักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทยชุดใหญ่ จะแข่งขันฟุตบอลเอเชียนคัพ 2027 รอบคัดเลือกนัดสุดท้ายกับทีมชาติเติร์ก เมนิสถาน ในวันที่ 31 มีนาคม 2569 ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน KBU SPORT POLL โดยศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ร่วมกับสถาบันการจัดการกีฬาเพื่อองค์กรกีฬา (WISDOM) และเพจ บี บางปะกง สำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “โอกาสของทัพช้างศึกกับการเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลเอเชียนคัพ 2027”

สำหรับการสำรวจดังกล่าวดำเนินการผ่านระบบออนไลน์และสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ระหว่างวันที่ 26-28 มีนาคม 2569 โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นประชาชนทั่วไปซี่งมีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาคของประเทศจำนวน 1,127 คน แบ่งเป็นเพศชาย 685 คนคิดเป็นร้อยละ 60.79, เพศหญิง 324 คน คิดเป็นร้อยละ 28.76 และ LGBTQIA+116 คน คิดเป็นร้อยละ 10.47 ซึ่งผลการวิเคราะห์ในภาพรวมพบว่า
         
ความสนใจที่จะติดตามการแข่งขัน กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 84.50 สนใจ รองลงมา ร้อยละ 12.04 ยังไม่ตัดสินใจ และร้อยละ 3.46 ไม่สนใจ

โอกาสของทีมชาติไทยกับการที่จะผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลเอเชียนคัพ 2027 ส่วนใหญ่ ร้อยละ 57.26 เชื่อว่ามีโอกาสมาก รองลงมา ร้อยละ21.11 มีโอกาสน้อย, ร้อยละ 18.30 ไม่แน่ใจ และร้อยละ 3.33 ไม่มีโอกาส  

ปัจจัยที่ส่งผลต่อโอกาสในการเข้ารอบสุดท้ายของทีมชาติไทย ส่วนใหญ่ ร้อยละ 30.60 ศักยภาพและความสามารถของนักกีฬา รองลงมา 28.02 ศักยภาพและความสามารถของหัวหน้าผู้ฝึกสอน, ร้อยละ 16.00 ระยะเวลาในการเตรียมทีม, ร้อยละ12.05 การสนับสนุนของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯและแรงเชียร์ของแฟนกีฬา, ร้อยละ 10.92 การศึกษาศักยภาพและความพร้อมของทีมคู่แข่งขัน และอื่นๆร้อยละ 2.41

ผศ.ดร.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากผลการสำรวจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าถึงแม้เกมการแข่งขันนัดแรกทีมชาติไทยจะพ่ายต่อทีมชาติเติร์ก เมนิสถานคาบ้านถึง 1-3 และเป็นรอง “เฮดทูเฮด” ก็ตาม แต่กลุ่มตัวอย่างหรือแฟนลูกหนังพันธุ์แท้ชาวไทยส่วนใหญ่ก็ยังเชื่อว่าการเล่นในบ้านต่อหน้าแฟนบอลด้วย ทัพช้างศึกก็ยังมีโอกาสมากที่จะผ่านเข้ารอบสุดท้ายไปได้ และเมื่อพิจารณาถึงปัจจัยที่จะส่งผลต่อโอกาสของการเข้ารอบสุดท้ายกลุ่มตัวอย่าง ก็มองไปที่ศักยภาพและความสามารถของนักกีฬา รวมทั้งหัวหน้าผู้ฝึกสอนตลอดจนในระยะเวลาการเตรียมทีม

อย่างไรก็ตามการแข่งขันนัดสุดท้ายในวันที่ 31 มีนาคม ศกนี้ถือว่าเป็นนัดสำคัญและเป็นนัดชี้ชะตาของทัพช้างศึกไทยเพราะเกมนี้จะเสมอหรือแพ้ไม่ได้ทั้งสิ้น ดังนั้นการพบกับทีมชาติเติร์ก เมนิสถานในวันดังกล่าว เชื่อว่านักเตะทีมชาติไทยภายใต้การคัดสรรของกุนซือ “แอนโธนี ฮัดสัน” คงจะสู้อย่างสุดใจขาดดิ้นเพื่อสร้างความสุขให้คอกีฬาชาวไทย และเหนืออื่นใดคือการแย่งตั๋วใบสุดท้ายสำหรับกรุยทางไปสู้ศึกชิงแชมป์เอเชีย 2027 ระหว่างวันที่ 7 มกราคม - 5 กุมภาพันธ์ 2027 ที่ประเทศซาอุดิอาระเบียต่อไป