ผู้ประท้วงประมาณ 200 คน ล้อมรถบัสของนักฟุตบอลหญิง ทีมชาติอิหร่าน ที่โกลด์ โคสต์ เปล่งเสียง "ปล่อยพวกเขากลับบ้าน" หลังนักเตะคนหนึ่งส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ท่ามกลางความหวาดกลัวถูกจำคุก หรืออาจเสียชีวิตเมื่อกลับถึงบ้าน
ทีมฟุตบอลหญิง อิหร่าน เดินทางมาประเทศออสเตรเลีย เข้าร่วมศึกเอเอฟซี วีเมนส์ เอเชียน คัพ และพ่ายแก่ ฟิลิปปินส์ 0-2 คืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (8 มี.ค.) ที่ควีนส์แลนด์ จอดป้ายแค่รอบแบ่งกลุ่ม
จบเกมผู้ประท้วง 200 คน ล้อมรถบัสประจำทีม แล้วตะโกนว่า "ปล่อยพวกเธอไป" ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจผลักดันฝูงชนเพื่อเปิดทาง
ผู้ประท้วงกลุ่มหนึ่งถือธงที่มีรูปสิงโตและดวงอาทิตย์ ซึ่งมีมาตั้งแต่ก่อนการปฏิวัติอิสลาม 1979 และยังใช้เป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านระบอบการปกครองปัจจุบัน
ระหว่างเหตุการณ์วุ่นวาย ผู้เล่นอิหร่าน อย่างน้อย 1 คน ส่งสัญญาณ SOS ด้วยมือแบบสากล จากภายในรถบัส โดยใช้นิ้วโป้งสอดเข้าไปในฝ่ามือ แล้วกำมือ
จุดเริ่มต้นเกิดจาก ทีมฟุตบอลหญิงอิหร่าน ไม่ยอมร้องเพลงชาติก่อนคิกออฟแมตช์พบ เกาหลีใต้ เมื่อวันจันทร์ที่ 2 มี.ค.
สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่าน กล่าวหาว่า การประท้วงเงียบ ถือเป็นความอัปยศ, น่าละอาย และทรยศขั้นสูงสุด
โมฮัมหมัด เรซา ชาห์บาซี ผู้ดำเนินรายการ กล่าวออกอากาศ "ยามสงคราม ผู้ทรยศต้องได้รับโทษขั้นรุนแรง ใครก็ตามที่แสดงพฤติกรรมต่อต้านประเทศระหว่างสงคราม ควรได้รับโทษอย่างสาสม"
การตอบสนองของผู้ดำเนินรายการเกิดขึ้นนับตั้งแต่ สหรัฐอเมริกา ร่วมมือ อิสราเอล สังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของ อิหร่าน นำไปสู่สงครามยืดเยื้อ
ทั้งนี้ผู้กระทำการทุจริต และทรยศหักหลัง มีโทษถึงประห่ารชีวิต ตามกฎหมายอิหร่าน
As the bus carrying Iran’s women’s football team was leaving the stadium, the situation suddenly took a dramatic turn when from inside the bus the players began signaling “Help” in sign language.
— Throwback Iran (@Tarikh_Eran) March 8, 2026
This all started when they refused to sign the national anthem in their first game… pic.twitter.com/k2pVVPBiNb


