เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาสมาคมกีฬาสองล้อหรือสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯภายใต้การนำของ “เสธหมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมและรองประธานสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย (ACF) เพิ่งทำบุญในโอกาสวันสถาปนาครบรอบ 67 ปี ท่ามกลางคนในวงการกีฬาและแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมอย่างคับคั่ง
เมื่อพูดถึงสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยต้องยอมรับว่าสมาคมกีฬาจักรยานฯเป็นหนึ่งในสมาคมที่มีผลงานภายใต้การสร้างความสุขให้คอกีฬาและนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศอยู่เนืองๆ
หนึ่งในปรากฎการณ์ซึ่งถือว่าเป็นตัวชี้วัดที่จับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรมคือการเดินหน้าบ่มเพาะนักกีฬาภายใต้การจัดการแข่งขันทั้งในประเทศและนานาขาติอย่างต่อเนื่อง
วันนี้หากส่องไปที่การรายงานข่าวของสื่อมวลชนทุกแขนงจะพบว่า “เสธหมึก” และทีมงานผนึกพลังรุกคืบดัวยการนำกีฬาจักรยานไปสู่มวลชนเกือบทุกพื้นที่ของประเทศ
การสัญจรไปในพื้นที่ต่างๆของประเทศไทยสมาคมกีฬาสองล้อมีเข็มมุ่งเพื่อพัฒนาและยกระดับวงการกีฬาจักรยานไทยและนานาชาติภายใต้การจัดการแข่งขันในหลากหลายรายการ
และที่ถือว่าหนึ่งในเกมของการพัฒนาและยกระดับอย่างแท้จริงคือการเปิดโอกาสให้นักปั่นน่องเหล็กได้แสดงศักยภาพสู้ศึกในรายการจักรยานทางไกลนานาชาติ “ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์”
อย่างไรก็ตามวันนี้ต้องยอมรับว่าการเดินหน้าพัฒนาและต่อยอดกีฬาประเภทภายใต้ความมุ่งมั่นและทุ่มเทของผู้บริหารสมาคมซึ่งมี ”เสธหมึก“ เป็นจอมทัพหากพิจารณาถึงโอกาสของทัพนักปั่นน่องเหล็กไทยกับการคว้าชัยในรายการนานาชาติก็ถือว่าคอกีฬาคงจะเห็นทิศทางและอนาคตที่สดใส
ที่สำคัญจากการเดินหน้า ทุ่มเทและเสียสละของแม่ทัพและองคาพยพจากนี้ไปไม่ว่าศึกใดที่ทัพนักกีฬาเข้าร่วมคนไทยทั่วทิศคงจะมีความสุขที่ธงไตรรงค์ปลิวไสวในเกมนั้นๆ
สำหรับเกมแห่งความหวังและถือว่าน่าลุ้นยิ่งสำหรับทัพนักปั่นน่องเหล็กไทยคงต้องปักหมุดไปที่แดนปลาดิบ ซึ่งประเทศญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 หรือ “นาโกยาเกมส์2026” ระหว่าง 19 กันยายน-4 ตุลาคม ศกนี้
และเพื่อให้ความหวังและโอกาสเป็นจริงล่าสุด “เสธหมึก” จึงเตรียมการเก็บตัวนักกีฬาและดึงผู้ฝึกสอนมืออาชีพต่างชาติเข้ามาผนึกวางแผนและกำหนดกลยุทธ์ภายใต้การนำเทคนิคและนวัตกรรมใหม่ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ
บทสรุปสำหรับวงการกีฬาไทยถ้าผู้นำหรือนายใหญ่สมาคมนั้นๆมีวิชั่น มุ่งมั่น และมีจิตอาสาเพื่อเข้ามาพัฒนาโดยไม่หวังผลประโยชน์และทำนาบนหลังคน(นักกีฬา)
เชื่อว่าวงการกีฬาไทยจะก้าวไกลสู่มาตรฐานสากลและเท่าเทียมกับชาติที่ล้ำหน้าไปก่อนแล้ว
แต่สำหรับ“เสธหมึก”พลเอกเดชา เหมกระศรี นายทหารกล้าแห่งกองทัพไทยต้องยอมรับว่านี่คือ “จอมทัพ”และ“นักสู้ตัวจริงเสียงจริง”
และเพื่อประโยชน์ของวงการน่องเหล็กไทยภายความสุขของคนไทยและชื่อเสียงของประเทศ เชื่อว่าถึงแม้ทุกการก้าวเดินจะเป็นภาระที่หนักอึ้งภายใต้การเอาบ่าเข้ามารับก็ตาม
แต่คนอย่าง“เสธหมึก”และทีมงานก็พร้อมจะเดินหน้าและทุ่มเทอย่างไม่หยุดนิ่ง
ซึ่งจากความมุ่งมั่นของคนกีฬาที่ทำเพื่อกีฬาอย่างแท้จริงรายนี้วันนี้หากจะเอาอะไรๆมาฉุดก็เชื่อว่า“คนเหล็ก”อย่าง“เสธหมึก”ถ้าเป็นช้างก็คงจะฉุดก็ไม่อยู่
รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร


