xs
xsm
sm
md
lg

กระชับวงล้อมปันความคิด “เกาให้ถูกที่คัน”​ ปัญหาเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เรื่องเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาสำหรับบ้านเราถือว่าเป็นหนึ่งในมิติที่เรื้อรังมานานและกระทบเป็นวงกว้างมาอย่างยาวนาน

ที่น่าสนใจล่าสุดมีการประชุมในวงหนึ่ง ”บิ๊กแน็ต” หรือ นายกองเอกชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยและผู้แทนสมาคมฯได้หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาสนทนากันอีกวาระหนึ่ง

ประเด็นที่ดูเหมือนว่าจะเป็นการมองต่างมุมระหว่างสมาคมกีฬาฯ (บางสมาคม) ซึ่งอยู่เบื้องหลังในการผลักดันและสนับสนุนกับตัวนักกีฬาผู้ที่เสียสละหยาดเหงื่อแรงงานเพื่อเกียรติและศักดิ์ศรีของประเทศ

เรื่องปัญญหาการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาใช่ว่าจะเกิดขึ้นในวันสองวันมานี้ แต่บ้านเราหากจะพิจารณากับประเด็นแห่งปัญหานี้ก็ดูเหมือนว่าเป็นปัญหาโลกแตกที่ผู้มีอำนาจโดยตรงไม่สามารถจะทลายกำแพงหรือผ่าตัดเพื่อให้ก้าวข้ามหลุมดำได้

การเบิกจ่ายล่าช้าและค่าตอบแทนนักกีฬาที่ไม่สอดคล้องกับสภาวการณ์การเปลี่ยนแปลงภายใต้การผันผวนทางเศรษฐกิจ

วงการกีฬาชาติอื่นจะเป็นอย่างไรคนนอกหรือชาวบ้านทั่วไปไม่อาจจะทราบได้

แต่วงการกีฬาไทยโดยเฉพาะผู้เกี่ยวข้องที่ได้รับผลกระทบไม่ว่าจะเป็นสมาคมกีฬาฯหรือนักกีฬาล้วนแล้วแต่โดนกันถ้วนหน้าเกือบทั้งสิ้น

หันกลับมาที่ค่าเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาไทยในรอบหลายปีที่ผ่านมาไม่ว่าฝนจะตกหรือตึกจะถล่ม สำหรับนักกีฬาบ้านเราได้รับวันละ 300 บาท

ในวงเงิน 300 บาท แยกส่วนเป็นค่าที่พัก 300 ค่าอาหาร 300 ค่าเบี้ยเลี้ยงรายวัน 300

ต่อกรณีค่าเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา ก่อนหน้านี้กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติโอนเงินในส่วนของนักกีฬาผ่านสามาคมต้นสังกัด แต่นักกีฬาบางคนมองว่าน่าจะจ่ายให้นักกีฬาโดยตรง

และแล้วเมื่อไม่นานมานี้เจ้ากระทรวงกีฬาคนปัจจุบันมีดำริหรือมอบเป็นแนวทางให้กองทุนฯโอนผ่านนักกีฬาโดยตรง

จากผลดังกล่าวนำมาซึ่งการหยิบยกมาสนทนาในการประชุมดังที่กล่าวตอนต้นโดยเฉพาะบางสมาคมยังนั่งยันนอนยันว่าควรโอนค่าเบี้ยเลี้ยงผ่านสมาคมเช่นเดิม

หนึ่งในเหตุผลที่สมาคมฯ(บางสมาคม)มองว่าควรโอนผ่านสมาคมโดยตรงดังเดิม อาทิ ค่าอาหาร เพราะหากให้นักกีฬาไปเต็มๆระหว่างค่าเบี้ยเลี้ยงฝึกซ้อมรายวันกับค่าอาหารรวม 600 บาท (อีก300 หักเป็นค่าที่พัก)ซึ่งในประเด็นนี้สมาคมมองว่านักกีฬาอาจจะบริโภคอาหารที่ขาดคุณภาพหรือไม่ครบตามหลักโภชนาการ

ด้านนักกีฬา (บางคน) เองก็มองต่างมุมกับสมาคม เพราะเขาเป็นมืออาชีพพอที่จะรับรู้ว่าควรบริโภคอาหารประเภทใดซึ่งจะส่งผลดีต่อตนเอง

การที่นักกีฬาและสมาคมฯต่างแสดงให้เห็นถึงเหตุและผลของตนเอง ผู้เขียนเห็นว่าบทสรุปที่จะนำไปสู่การหาทางออกและก้าวข้ามกำแพงแห่งปัญหาได้

คงต้องยกให้ กกท.ในฐานะผู้มีบทบาทที่จะเป็นสะพานเชื่อมโดยเฉพาะการเปิดเวทีกระชับวงล้อมปันคิด ภายใต้ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนทั้งสมาคมกีฬาและนักกีฬา

การฟังความรอบด้านด้วยเหตุและผลที่พิสูจน์ได้ในเชิงวิทยาศาตร์จึงน่าจะเป็นผลดีกับวงการกีฬาไทยโดยรวม

การขาดการฟังความรอบด้านและปล่อยให้ต่างฝ่ายต่างส่งเสียงสะท้อนแต่เพียงข้างเดียว โดยเฉพาะนักกีฬาที่ดูเหมือนว่าไม่มีเพาเวอร์พอและเสียงไม่ค่อยจะดังอาจจะยิ่งส่งผลต่อสภาพจิตใจและควรมมุ่งมั่นเพื่อชาติในภาพรวมได้

ดังนั้นวันนี้ถึงแม้เจ้ากระทรวงกีฬาจะเป็นผู้มีอำนาจเป็นเพียงรัฐบาลรักษาการก็ตาม

หากจริงจังและจริงใจต่อวงการกีฬาไทยด้วยการลงมาเปิดศาลไคฟงนั่งบันลังก์เป็นเปาปุ้นจิ้นหาข้อยุติก็อาจจะเป็นผลงานก่อนอำลาก็ว่าได้

หากตระหนักและเห็นว่าการเกาที่เห็นว่ายังไม่ถูกที่คันดังในรอบหลายนปีที่ผ่านมาและสามารถดับไฟแห่งปัญหาได้

ก็ถือว่าเกมนี้อาจจะจบลงโดยไม่ต้องอาศัยซีม่าโลชั่นก็น่าจะเป็นได้เช่นกัน

รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร