วันนี้ถึงแม้การเลือกตั้งส.ส.จะผ่านไปแล้วก็ตาม และถึงวันนี้แม้กกต.ไม่สามารถประกาศผลได้อย่างสะเด็ดน้ำอันเนื่องมาจากข้อกังขาของมวลชนบางกลุ่ม
แต่ด้วยความคาดหวังของประชาชนที่ต้องการให้รัฐบาลใหม่เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศโดยเฉพาะการปัญหาปากท้องโดยเฉพาะเศรษฐกิจที่ดูเหมือนว่าเครื่องยนต์ขบวนนี้สะดุดและตกสเก็ดมาอย่างยาวนาน
อย่างไรก็ตามเมื่อกล่าวถึงมิติที่เกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจหากรัฐบาลใหม่มีสายตาที่แล้วคมก็อยากจะให้เห็นความสำคัญของ “กีฬา”
ที่น่าสนใจวันนี้ต้องยอมรับว่าประเทศที่เจริญแล้ว เขาจะผลักดันการขับเคลื่อนกีฬาให้เป็นหนึ่งในเส้นเลือดใหญ่ภายใต้อุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างมหาศาล
แต่ในทางกลับกันเมื่อส่องมาที่ไทยแลนด์แดนแห่งวิมานและความชื่นชอบของชาวตะวันตกต้องยอมรับว่าถึงแม้วงการกีฬาไทยโดยเฉพาะนักกีฬาจะผนึกพลังร่วมเสียสละหยาดเหงื่อด้วยการสร้างความสุขและสร้างชื่อให้ประเทศอยู่เนืองๆก็ตาม
กลับพบว่ารัฐบาลในหลายยุคที่ผ่านมามักจะหยอดน้ำผึ้งหรือคำหวานยกยอปอปั้นในลักษณะอวยให้นักกีฬาเคริบเคริมอยู่บ้างก็ตาม แต่ในเชิงปฏิบัติรัฐบาลไม่เคยนำมิติของการกีฬาให้เป็นหนึ่งในนโยบายหลักสำหรับนำไปสู่การแถลงต่อรัฐสภา
จากปรากฎการณ์ดังกล่าวส่งผลให้คนไทยที่มีกีฬาในหัวใจจึงมองว่ารัฐบาลส่วนใหญ่ที่ผ่านมาไม่ตระหนักและให้ความสำคัญกับการกีฬาของชาติ ถ้าจะมีบ้างก็อาจจะนำไปสอดแทรกไว้ในมิติทางด้านสังคม
ด้วยเหตุนี้กระมังในสภากาแฟของคนกีฬาจึงพูดกันว่า “กีฬาเปรียบเสมือนลูกเมียน้อย”
หันกลับมาที่รัฐบาลใหม่ ซึ่งขณะนี้ถ้าไม่เกิดวิกฤตหรือฟ้าผ่ากลางวันดูเหมือนว่าพรรคสีน้ำเงินภายใต้การนำของ “นายกหนู”คงจะนอนมาอย่างไม่มีพระนำ
ที่สำคัญขณะนี้ตัวเต็งแกนนำรัฐบาลก็กำลังกำหนดกลยุทธ์หรือกางตำราพิชัยสงครามสำหรับจัดพรรคหรือบุคคลเข้ามารับตำแหน่งภายใต้อำนาจและผลประโยชน์ซึ่งคาดว่าอาจจะลงตัวในเร็วๆนี้
เมื่อกล่าวถึงพรรคสีน้ำเงินกับการส่งเสริมการกีฬาหากย้อนไปในห้วงเวลาที่ผ่านมายิ่งในวาระการที่ประเทศไทยได้รับเกียรติจากชาติสมาชิกหรือมนตรีซีเกมส์ให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ 2025 พบว่ารัฐบาลในขณะนั้นโดยเฉพาะผู้นำไม่ค่อยแสดงให้เห็นถึงการลงมาสัมผัสหรือยกระดับการกีฬาของประเทศให้ก้าวไกลสู่สากลหรือตอบโจทย์ในยุคการเปลี่ยนแปลงได้มากนัก
และจากนี้ไปหนึ่งในมิติที่คนกีฬาต้องจับตาคือการจับวางผู้ที่จะมานั่งเก้าอี้เจ้ากระทรวงกีฬา ต่อกรณีหากส่องไปที่ผลการสำรวจของ KBU SPORT POLL โดยศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตภายใต้การผนึกกับสถาบันการจัดการกีฬาเพื่อองค์กรกีฬา (WISDOM) และเพจ บี บางปะกงได้สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศเรื่อง “รัฐบาลใหม่กับความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อการพัฒนากีฬาชาติ”
หนึ่งในเสียงสะท้อนสำหรับความคาดหวังที่มีต่อการพัฒนาการกีฬาของประเทศ พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คาดหวังให้รัฐบาลสนับสนุนและให้ความสำคัญในการนำมิติของการกีฬาเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของรัฐบาล รองลงมาให้ความสำคัญกับการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีที่กำกับการ
เมื่อถามถึงคุณลักษณะของรัฐมนตรีที่กำกับการกีฬา ส่วนใหญ่จะมุ่งให้เจ้ากระทรวงคนใหม่เป็นผู้ที่มีความรู้และเข้าใจในมิติที่เกี่ยวกับการกีฬา ตามด้วย มีความซื่อสัตย์สุจริต มีผลงานในเชิงประจักษ์จับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม
ขณะเดียวกันมิติที่ถือว่าเป็นหัวใจคือปัญหาทางที่ต้องการให้ปรับปรุงแก้ไข ส่วนใหญ่เทไปที่ปัญหาการทุจริตรองลงมา ปัญหางบประมาณการส่งเสริมกีฬา และปัญหาความล่าช้าในการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา เป็นต้น
จากผลโพลดังกล่าวหากรัฐบาลใหม่มีความจริงจังและจริงใจต่อวงการกีฬาชาติก็น่าจะนำผลการสำรวจไปเป็นฐานข้อมูลสำหรับเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาและยกระดับการกีฬาของประเทศ
และเหนืออื่นใด “การกีฬาของชาติ“จะก้าวทันโลกในยุคดิจิทัลได้มากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลใหม่ภายใต้จอมทัพและขุนศึกว่าจะหูตาสว่างมากน้อยแค่ไหน ก็เท่านั้นเอง
รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร


