คอลัมน์ "TKO" โดย "น็อกเอาต์ แมน"
ในช่วงที่ผ่านมาต้องยอมรับกันว่ารายการมวยไทยที่จ่ายค่าตัว และโบนัส ให้นักชกมากที่สุด หนีไม่พ้น "ONE ลุมพินี" รายการที่แตกแขนงออกมาจากองค์กร ONE ภายใต้การดูแลของ ชาตรี ศิษย์ยอดธง
รายการดังกล่าวการันตีว่านักมวยที่ขึ้นชกจะได้รับค่าตัวในเรตที่ต่ำที่สุดคือ 80,000 บาท ไม่รวมโบนัส นี่คือยอดค่าตัวของนักชกที่แทบไม่มีดีกรี หรือไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังอะไรมากมายนัก
แต่สำหรับนักชกที่สะสมบารมีจากในวงการมวย 5 ยก มาอยู่บ้าง มีดีกรีอดีตแชมป์ หรือโด่งดังพอประมาณ ค่าตัวในการขึ้นชก ONE ลุมพินี จะไม่ต่ำกว่า 120,000 บาท ไม่รวมโบนัส 350,000 บาท
ไม่แปลกใจว่าทำไมเหล่ากำปั้นแทบจะทั่วทุกสารทิศ อยากจะขึ้นชกในรายการนี้ เพราะพวกเขาไม่จำเป็นต้องชกทุกๆ 3-4 สัปดาห์ ไม่ต้องเจ็บตัวเยอะ แต่ได้ค่าตัวมากกว่าที่รับในวงการมวย 5 ยก เกือบ 10 เท่า ยังไม่นับว่าหากคุณต่อยได้ถูกใจ "บอสชาตรี" เรื่อยๆ ก็จะได้รับสัญญา ONE รายการใหญ่ ค่าตัวไม่ต่ำกว่า 4-5 แสนบาท และสามารถไต่เต้าไปในระดับของ "ซุปตาร์" ที่รับค่าตัวหลัก 1 ล้านบาท อีกด้วย
แถมการถูกหักนั้นก็เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่ ONE กำหนดไว้ ทางค่ายหักได้ แต่ห้ามหักเกินจำนวนเปอร์เซนต์ที่ทางรายการกำหนดเด็ดขาด ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาน้อยมากที่ ONE ลุมพินี จะมีดราม่าเรื่องการถูกหักค่าตัว หรือสิ่งอื่นใด ที่เรามักเห็นจากวงการมวย 5 ยก
ส่วนเรื่องการให้โบนัสจาก ชาตรี ศิษย์ยอดธง ก็เป็นไปตามความพึงพอใจของเจ้าของเงิน ไม่ได้มีระบุอยู่ในสัญญาว่าถ้าน็อกปุ๊บจะการันตีโบนัสปั๊บ เพราะหลักเกณฑ์การพิจารณาโบนัสของ "บอสชาตรี" ไม่เพียงแค่การปล่อยหมัดมั่วๆ จนน็อกคู่แข่งได้ แต่ต้องต่อยสวยงาม มีแม่ไม้มวยไทย แลกหมัดกันอย่างสนุก ไม่ถอย สังเกตะได้ว่าในช่วงหลังโบนัสใน ONE ลุมพินี จะออกยากขึ้น
อย่างไรก็ดีรายการคู่แข่งจากฟาดสนามราชดำเนิน อย่าง ราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีส์ ที่ปัจจุบันดูแลโดย "แบงค์" เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์ ทายาทค่ายมวยนครหลวงโปรโมชั่น เริ่มจ่ายค่าตัวให้นักมวยมากขึ้น แถมที่แตกต่างจากอีกศึก คือการการันตีโบนัสให้นักชก ไม่ว่าคุณจะน็อกคู่แข่งได้ด้วยวิธีใดก็ตาม
ช่วงหลังสืบทราบมาว่าค่าตัวที่ RWS จ่ายให้นักชกขั้นต่ำนั้น จะอยู่ที่ราว 4-5 หมื่นบาท สำหรับนักมวยที่แทบไม่มีดีกรี หรือเพิ่งแจ้งเกิด ซึ่งถ้ามีดีกรีขึ้นมาหน่อย ก็จะได้เพิ่มตามความโด่งดัง หรือตามจำนวนแชมป์ที่เคยประสบความสำเร็จ
ไฟต์ใหญ่ส่งท้ายปีของ RWS เมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา มีแต่นักมวยชื่อดังขึ้นชก โบนัส รวมค่าตัว แตกไปหลายล้านบาท มากที่สุดเท่าที่รายการนี้เคยจ่ายมาต่อหนึ่งไฟต์
หรือไฟต์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ด่วน99 อ.เพชรขุนศึก เอาชนะน็อก แหลมโพธิ์ ศิษย์คุณวสันต์ นอกจากจะป้องกันตำแหน่งแชมป์รุ่น 108 ปอนด์ของเวทีราชดำเนินได้สำเร็จ ยังรับโบนัสรวมกันเป็นมูลค่า 550,000 ไม่รวมค่าตัวที่คาดว่าได้รับเฉียด 1 แสนบาท ถึงขั้นที่ "เสี่ยโบ๊ท" แห่งค่ายเพชรยินดี ขึ้นแคปชั่นว่า "บอกแล้วต่อย RWS ก็รวยได้"
มาถึงจุดๆ นี้ มองว่าการแข่งขันกันที่การจ่ายเงินค่าตัว หรือเงินโบนัส แม้จะมีการถกเถียงกันจากแฟนหมัดมวยชาวไทย แต่ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีของเหล่านักชก ที่จะได้มีรายการได้แสดงฝีมือมากขึ้น ไม่ติดว่าจะต้องขึ้นที่รายการนี้เท่านั้นเพราะจ่ายค่าตัวเยอะกว่า ไปชกรายการรอง ก็ได้ค่าตัวเยอะประมาณหนึ่งเหมือนกัน
วลีที่ว่านักมวยก็เหมือน "หมาล่าเนื้อ" ยังใช้ได้เสมอตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ก็หวังว่าหลังจากนี้มวยไทยหลายๆ รายการ จะหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์จากพวกเซียนพนัน เพิ่มค่าตัวให้มากยิ่งขึ้น ไม่จำเป็นต้องทัดเทียมรายการ ONE แต่ให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อเป็นขวัญ และกำลังใจให้นักชกตั้งใจฝึกซ้อม ไม่โดนต่างชาติกินรวบในช่วงหลังก็พอ


