คอลัมน์ “Final Whistle" โดย "ผู้เล่นคนที่ 12"
สาวก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีอันต้องหงุดหงิดส่งท้ายปี 2025 เมื่อทีมรักเปิดบ้านทำได้แค่เสมอบ๊วยอย่าง วูล์ฟส์ 1-1 ทำให้ดูแล้วตลาดเปิดเดือนมกราคมนี้น่าจะมีการปล่อยนักเตะออกไปพอสมควร เพราะหลายคนผลงานไม่เข้าตาเอาเสียเลย ส่วนจะมีใครบ้างนั้นเราได้รวบรวมมาฝากกันดังต่อไปนี้
ค็อบบี้ ไมนู - ย้อนไปนัดชิง ยูโร 2024 ไมนู ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเกมที่ อังกฤษ แพ้แก่ สเปน 1-2 ทว่าฤดูกาลนี้ในศึก พรีเมียร์ ลีก เขายังไม่ได้เป็นตัวจริงแม้แต่นัดเดียว เนื่องจาก อโมริม มักเปิดโอกาสให้กองกลางตัวเลือกอื่นก่อนเสมอ ดังนั้นแข้งวัย 20 ปีคงต้องย้ายทีมช่วงเดือนมกราคมนี้ หากยังหวังติดทัพ "สิงโตคำราม" ลุยศึก เวิลด์ คัพ 2026 แน่นอนว่าสาวก "เรด เดวิลส์" ต่างเสียดายความสามารถของเจ้าหนูรายนี้ที่ยังพัฒนาได้อีกเยอะ แต่ในแง่ของบอร์ดบริหารหากขายได้ในฐานะเป็นแข้งอะคาเดมี่กำไรก็จะได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยเพื่อให้ตัวเลขในบัญชีสามารถเปิดทางในการคว้าคนอื่นเข้ามาเสริมทัพแทน ทีมที่สนใจคว้าตัวมี เชลซี แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า นาโปลี จะจริงจังอยากได้มากที่สุด
โจชัว เซิร์กซี่ - ผลงาน 4 ประตูจาก 43 นัดบนเวที พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ หลังย้ายจาก โปโลญญ่า ด้วยค่าตัว 36.5 ล้านปอนด์เมื่อปี 2024 ถือว่าสอบตกอย่างร้ายแรงในฐานะตัวรุก แต่นักเตะวัย 24 ปีมีโอกาสย้ายกลับไปค้าแข้งเวที กัลโช เซเรีย อา อิตาลี อีกครั้งช่วงเดือนมกราคมนี้ โรม่า ติดต่อเข้ามาแล้ว โดยต้องการยืมตัวพร้อมออปชั่นซื้อขาดช่วงปิดฤดูกาล คาดว่าเจรจาเงื่อนไขส่วนตัวกับนักเตะเลือดดัตช์น่าจะไม่มีปัญหา จากนี้เหลือรอคุยกับทาง แมนฯยู ทันทีที่จบศึก แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์
ไทเรลล์ มาลาเซีย - แมนฯยู ได้แจ้งกับตัวนักเตะแล้วว่าสามารถย้ายทีมได้แบบฟรีทรานเฟอร์ในช่วงซัมเมอร์นี้เพราะไม่มีแผนที่จะต่อสัญญา ดังนั้นหากเดือนมกราคมนี้มีข้อเสนอยืมตัวหรือซื้อตัวเข้ามาก็พร้อมปล่อยทันที ถือเป็นดีลที่น่าผิดหวังในยุคกุนซือ เอริก เทน ฮาก ที่ซื้อจาก เฟเยนูร์ด เมื่อปี 2022 ด้วยค่าตัว 14.7 ล้านปอนด์ โดยแบ็กซ้ายรายนี้เพิ่งเป็นตัวสำรองลงเล่นไป 2 นาทีในเกมล่าสุดที่เปิดบ้านชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 1-0 ถือเป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้ที่ได้ลงเล่นนับรวมทุกรายการ โดยนักเตะวัย 26 ปีเพิ่งจะกลับมาซ้อมได้เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา หลังจากก่อนหน้านี้บาดเจ็บยาวและเคยมีช่วงปล่อยให้ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ยืมตัวใช้งานด้วย
แฮร์รี่ อามาสส์ - ถูกปล่อยให้ เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ ยืมตัวใช้งานเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาภายใต้สัญญาระยะสั้นเพียง 6 เดือนเท่านั้น ซึ่งก็ได้โอกาสลงเล่นถึง 19 นัด โดยทีมต้องการขยายออกไปแต่ก็ไม่มีอำนาจต่อรองมากนัก เนื่องจากรั้งท้ายของตาราง แชมเปียนชิป อีกทั้งทีมมีปัญหาวุ่นวายทั้งในและนอกสนาม ดังนั้น แมนฯยู อาจจะดึงตัวนักเตะวัย 18 ปีกลับมา เนื่องจากมีความสนใจอีกมากในช่วงเดือนมกราคมนี้ ส่วนโอกาสที่แบ็กซ้ายจากอะคาเดมี่จะถูกดันขึ้นชุดใหญ่ "ผีแดง" ตอนนี้นั้นยังไม่มีความเป็นไปได้เลย
โคบี้ คอลลิเยอร์ - แมนฯยู เรียกตัวกลับจากยืมตัวที่ เวสต์ บรอมวิช อัลเบียน ซึ่งผลงานไม่น่าประทับใจได้ลงเล่นเป็นตัวจริงบนเวที แชมเปียนชิป แค่ 3 นัดเท่านั้น แถมกลับมามีอาการบาดเจ็บที่น่องติดตัวมาด้วย แม้จะกลับมาแต่โอกาสลงสนามของกองกลางวัย 21 ปียังริบหรี่ไม่ว่าทีมจะขาย ไมนู ออกไปได้หรือไม่ก็ตาม แต่มีรายงานว่าหลายสโมสรใน แชมเปียนชิป พร้อมที่จะคว้าตัวไปร่วมทีมหากปล่อยให้ยืมตัวอีกครั้งในช่วง 6 เดือนหลังของฤดูกาลนี้
ดิเอโก้ เลออน - แบ็กซ้ายรายนี้ลงสนามให้ทีมชาติปารากวัยชุดใหญ่ไปแล้วและได้ลงเล่นให้สโมสรฟุตบอลในบ้านเกิดอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะย้ายมาอยู่กับ แมนฯยู ด้วยค่าตัวสูงถึง 7 ล้านปอนด์ด้วยวัย 18 ปี โดย อโมริม ตั้งใจที่จะให้โอกาสแบ็กซ้ายรายนี้อย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากยังไม่มีประสบการณ์ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ของอังกฤษเลย โดยมีออปชั่นยืมตัวในเดือนมกราคม แต่สต๊าฟฟ์โค้ชพิจารณาอยู่ว่าการให้เขาอยู่ในทีมเยาวชนอีก 2-3 เดือนจะเป็นประโยชน์มากกว่าหรือไม่ในการปรับตัว


