เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ห้องประชุมศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ นายจรูญ แก้วมุกดากุล รองอธิบดีกรมพลศึกษา รักษาราชการแทนอธิบดีกรมพลศึกษา เป็นประธานแถลงข่าวการแข่งขันกีฬานักเรียนคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 22 ประจำปี 2568 “แก่นคูนเกมส์”โดยมี นายคงกริช พงษ์พันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดขอนแก่น และ ดร.พัฒพงศ์ พงษ์สกุล ผู้อำนวยการสำนักการกีฬา ร่วมแถลง
กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ จังหวัดขอนแก่น จัดการแข่งขันกีฬานักเรียนคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 22 ประจำปี 2568 “แก่นคูนเกมส์” เพื่อเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนคนพิการ มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาอันเป็นส่วนหนึ่งของกรมพลศึกษาที่จะช่วยส่งเสริมให้คนพิการต่างๆ ในสถานศึกษาได้รู้จักออกกำลังกายด้วยการเล่นและแข่งขันกีฬา เพื่อนำไปสู่การพัฒนาสมรรถภาพทางกาย ทางอารมณ์ ทางจิตใจ และทางสังคม อีกทั้งช่วยส่งเสริมความมีระเบียบวินัยและช่วยพัฒนามาตรฐานกีฬานักเรียนคนพิการให้ทัดเทียมนานาอารยประเทศ อันเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนากีฬาสำหรับคนพิเศษของกรมพลศึกษา
สำหรับการแข่งขันกีฬานักเรียนคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 22 ประจำปี 2568 “แก่นคูนเกมส์”จะจัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 10-15 กุมภาพันธ์ 2568 ณ จังหวัดขอนแก่น โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 รุ่นอายุ คือ รุ่นอายุ 10 –15 ปี และรุ่นอายุ 16- 21 ปี มีการจัดแข่งขัน 9 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย กรีฑา, โกลบอล, เทเบิลเทนนิส, แบดมินตัน, เปตอง, ฟุตซอล (ชาย) , วอลเลย์บอลชายหาด, ว่ายน้ำ และ สแต๊ค มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมการแข่งขันกว่า 2,400 คน จาก 78 โรงเรียนทั่วประเทศ
นายจรูญ แก้วมุกดากุล รองอธิบดีกรมพลศึกษากล่าวว่า “นับเป็นข่าวดีสำหรับวงการกีฬาคนพิการเป็นอย่างยิ่ง ที่กรมพลศึกษากลับมาจัดมหกรรมกีฬานักเรียนคนพิการอีกครั้ง หลังจากที่ห่างหายไปถึง 5 ปี โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา กรมพลศึกษาได้ดำเนินการจัดการแข่งขันกรีฑาและว่ายน้ำ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนที่มีความพิการได้แสดงศักยภาพทางกีฬา”
“ปีนี้ กรมพลศึกษาได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม จึงสามารถจัดมหกรรมกีฬานักเรียนคนพิการในระดับประเทศได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยได้ร่วมมือกับจังหวัดขอนแก่นในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีความเห็นสอดคล้องกันในการกำหนดให้มีการแข่งขัน 9 ชนิดกีฬา โดยคาดหวังว่ามหกรรมครั้งนี้จะเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้นักกีฬานักเรียนที่มีความพิการได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ รวมถึงเป็นการพัฒนาทักษะด้านกีฬา ที่อาจนำไปสู่การต่อยอดสู่ระดับทีมชาติไทยในอนาคต และมหกรรมกีฬาครั้งนี้ยังมีส่วนช่วยส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาสมรรถภาพทางกายของนักเรียนคนพิการให้มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริมกีฬาที่ครอบคลุมและเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงกีฬาได้อย่างเท่าเทียม” รองฯจรูญ กล่าวเสริม