xs
xsm
sm
md
lg

“ลิเวอร์พูล” สิ้นสภาพแชมป์!! พ่าย “แมนฯ ซิตี” ยับเยิน 0-4

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ประตูย้ำชัย 4-0
“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เสียฟอร์มแชมป์ พรีเมียร์ ลีก แพ้ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี ยับเยิน 0-4 ที่สนาม เอติฮัด สเตเดียม คืนวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม

พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2019-20 นัดที่ 32
แมนฯ ซิตี 4-0 ลิเวอร์พูล

เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล จัดทีมแบบเต็มสูบ โรแบร์โต ฟิร์มิโน, ซาดิโอ มาเน และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เป็น 3 กองหน้า เยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี ที่มี กาเบรียล เฆซุส ประสานงาน ราฮีม สเตอร์ลิง และ ฟิล โฟเดน

ลิเวอร์พูล ทักทายจะแจ้งแค่ 4 นาที เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ก วางบอลยาวให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ วอลเลย์ด้วยซ้าย เอแดร์สัน นายทวาร ปัดไม่พ้นอันตราย โรแบร์โต ฟิร์มิโน ซ้ำเบาเกินไป ต่างฝ่ายต่างเน้นรัดกุม นาที 19 ซาลาห์ ลากตัดแล้วยิงหักข้อด้วยซ้ายตามสูตร ชนเสา

เข้าสู่นาที 25 แมนเชสเตอร์ ซิตี ปลดล็อกจากจุดโทษ โจ โกเมซ แหย่ขาสกัด ราฮีม สเตอร์ลิง ล้มลง เควิน เดอ บรอยน์ สังหารขึ้นนำ 1-0 และใช้เกมสวนกลับ นาที 35 ฟิล โฟเดน ไหลออกซ้ายให้ สเตอร์ลิง แตะหลบแล้วแปลอดขา โกเมซ หนีไปเป็น 2-0

สถานการณ์ ทีมเยือน ทรุดหนักนาที 45 เควิน เดอ บรอยน์ กัปตันทีม ชิ่งคืนให้ ฟิล โฟเดน แปสวน อลิสสัน นายทวาร ตามหลัง 0-3 เริ่มครึ่งหลัง สกอร์เกือบไหล นาที 51 เดอ บรอยน์ รับบอลกราบขวา ใส่พานให้ โฟเดน ยิงติด เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ก ตรงหน้าประตู

อย่างไรก็ตาม ซิตี ทิ้งห่าง 4-0 นาที 66 เควิน เดอ บรอยน์ ดึงจังหวะ ไหลเจาะด้านขวาให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ล็อกหลบ แอนดี โรเบิร์ตสัน แล้วแปด้วยซ้าย อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน พยายามสกัดแต่เอาไม่อยู่

ทีมจากย่านเมอร์ซีย์ไซด์ ชวดรางวัลปลอบใจ นาที 76 เนโก วิลเลียมส์ แบ็กขวาสำรอง เปิดมาเสาแรก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปั่นด้วยซ้าย เอแดร์สัน เหยียดรับติดมือ จบเกม แมนฯ ซิตี เก็บเพิ่มเป็น 66 แต้ม อยู่อันดับ 2 ส่วน ลิเวอร์พูล มี 86 แต้ม เท่าเดิม

รายชื่อ 11 ตัวจริง
แมนฯ ซิตี : เอแดร์สัน , เอย์เมอริค ลาปอร์ต , เอริค การ์เซีย , เบนจามิน เมนดี , ไคล์ วอล์คเกอร์ , เควิน เดอ บรอยน์ , อิลคาย กุนโดกัน , โรดรี , กาเบรียล เฆซุส , ราฮีม สเตอร์ลิง , ฟิล โฟเดน
ลิเวอร์พูล : อลิสสัน , เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ก , โจ โกเมซ , แอนดี โรเบิร์ตสัน , เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ , ฟาบินโญ , จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม , จอร์แดน เฮนเดอร์สัน , โรแบร์โต ฟิร์มิโน , ซาดิโอ มาเน , โมฮาเหม็ด ซาลาห์



“เดอ บรอยน์” สังหารจุดโทษ

“สเตอร์ลิง” ยิงทีมเก่า

“โฟเดน” ซัลโวปิดครึ่งแรก


กำลังโหลดความคิดเห็น...