xs
xsm
sm
md
lg

พรีวิว "ช้างศึก" ไร้ "ชนาธิป" ดวล "ยูเออี" จัดเต็ม "โอมาร์-มับคูต" / "นิชิโนะ" วัดกึ๋น "มาร์ไวค์"

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"ช้างศึก" ทีมชาติไทย กำลังลงทำศึกใหญ่ ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง วันที่ 15 ตุลาคม 2562 เตรียมเปิดบ้านที่สนามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จ.ปทุมธานี ลงเล่นนัดที่ 3 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม จี รับการมาเยือนของ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี

ขุนพล "ช้างศึก" ภายใต้การกุมบังเหียนของ อากิระ นิชิโนะ ยอดเทรนเนอร์ชาวญี่ปุ่น
ลงเล่นไปแล้ว 2 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม ผลงานถือว่าพอใช้ เริ่มจากเปิดบ้านเสมอกับ
"ดาวทอง" เวียดนาม คู่รักคู่แค้น ไปแบบไร้สกอร์ 0-0 ก่อนที่จะบุกไปตบ อินโดนีเซีย 3
-0 เก็บชัยถึงแดนอิเหนาได้เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี ทำให้รั้งรองจ่าฝูงของกลุ่ม มี 4 คะแนน โดยเกมอุ่นเครื่องนัดล่าสุดเมื่อ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา เปิดลีโอ สเตเดียม เสมอกับ คองโก ทีมอันดับ 90 ของโลกจากทวีปแอฟริกา 1-1

สภาพความพร้อมของทีมในเกมนี้ อากิระ นิชิโนะ มีเรื่องให้ปวดหัวพอสมควรเมื่อไม่มี
ชนาธิป สรงกระสินธ์ ห้องเครื่องตัวความหวังที่ได้รับบาดเจ็บจากการรับใช้ต้นสังกัดใน
ประเทศญี่ปุ่น คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ทำให้ยอดทีมจากเกาะฮ็อกไกโด ตัดสินใจไม่
ปล่อยตัว "เมสซี่เจ" มาร่วมทัพช้างศึกในครั้งนี้

นอกจากนี้ "เจ้าเช็ค" สุภโชค สารชาติ ที่ซัดคนเดียว 2 ประตู ในเกมกับอินโดนีเซีย ได้รับบาดเจ็บจากการรับใช้ต้นสังกัด บุรีรีมย์ ยูไนเต็ด ต้องรอเช็คสภาพความฟิตกันจนถึงวินาทีสุดท้ายก่อนเกมจะเริ่ม ซึ่งจากการอัพเดตล่าสุด "เจ้าเช็ค" สภาพร่างกายฟิตเต็มร้อย พร้อมเป็นตัวเลือกลงสนาม เช่นเดียวกับ พรรษา เหมวิบูลย์ ที่ร่างกายกรอบมาจากการรับใช้ต้นสังกัด "ปราสาทสายฟ้า" สภาพไม่เต็ม 100 เปอร์เซนต์ รวมไปถึง ธีราทร บุญมาทัน แบ็คซ้ายตัวเก่งสังกัดโยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ในช่วงวอร์มก่อนเกมอุ่นแข้งกับคองโก จนทีมต้องเปลี่ยน 11 คนแรกในเกมนั้นกันให้วุ่น ก่อนที่สุดท้ายได้รับการยืนยันจากทีมแพทย์ว่า "เจ้าอุ้ม" อาการไม่น่าเป็นห่วง และจะฟิตทันในเกมนี้อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตามทีมได้รับข่าวดีในรายของ "เจ้ามุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา ที่สลัดเดี้ยงกลับมาช่วยต้นสังกัด เอสซีจี เมืองทองฯ และโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมจนสุดท้ายกุนซือแดนปลาดิบเรียกเจ้าตัวกลับไปติดทีมชาติอีกครั้ง และสามารถทำประตูคองโก ในเกมอุ่นเครื่องได้อีกด้วย ซึ่งเจ้าตัวถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกแดนหน้าของทีมชาติไทยในเกมที่จะรับมือยูเออี

อากิระ นิชิโนะ เฮดโค้ชทัพช้างศึก เผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ส่ง อนุรักษ์ ศรีเกิด ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน ไปสเก๊าต์การเล่นของ "ยูเออี" ในเกมล่าสุดที่พวกเขาเปิดบ้านชนะ อินโดนีเซีย 5-0 รวมไปถึงก่อนหน้านั้นได้ส่ง ธชตวัน ศรีปาน อีกหนึ่งผู้ช่วย ไปสเก๊าต์ฟอร์มของคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดของกลุ่มในเกมที่บุกเอาชนะ มาเลเซีย 2-1 ซึ่งถือเป็นการทำการบ้านที่ดีของทีมชาติไทยในการรับมือคู่แข่งในเกมนี้

"ตำแหน่งของชนาธิป ที่ผมยอมรับว่าไม่ใครทดแทนได้ ตอนนี้เราก็พยายามปรับแผนต่างๆ และลองทดสอบหลายอย่าง ทุกคนเองก็พยายามปรับตาม เราก็ต้องใช้เวลาที่เหลือทดลองให้หมดเพื่อหาวิธีที่ดีที่สุด"

"โดยส่วนตัว ผมไม่ได้มองถึงเรื่องสถิติเท่าไหร่ เพราะแม้ว่า เบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ จะเคยคุมทีมชนะทีมของเรามาก็จริง แต่ตอนนี้ทีมมีการเปลี่ยนแปลงทั้งในส่วนของนักเตะรวมถึงรูปแบบวิธีการ ผมเองก็ใหม่ เราก็ต้องพิสูจน์กันในวันแข่ง" นิชิโนะ กล่าว

ขณะที่คู่แข่ง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ภายใต้การคุมทีมของ เบิร์ด ฟาน มาร์ไวค์ เทรนเนอร์ชื่อดังชาวดัตช์ ทำผลงานได้อย่างสุดยอด เก็บชัยมา 2 เกมติดต่อกัน ด้วยการบุกไปเอาชนะ มาเลเซีย ถึงถิ่น 2-1 และล่าสุดเปิดบ้านต้อน อินโดนีเซีย ขาดลอย 5-0 เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา

สภาพความพร้อมในเกมนี้แทบไม่มีปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บของผู้เล่น เพลย์เมคเกอร์ตัวเก่ง อย่าง โอมาร์ อับดุลราห์มาน ฟิตเต็มร้อย พร้อมเป็นตัวเลือกลงสนามในเกมนี้ เช่นเดียวกับศูนย์หน้าตัวเก่ง อย่าง อาลี มับคูต ที่ช่วงหลังมักเป็นตัวแสบทำประตูใส่ทีมชาติไทยได้บ่อยครั้ง โดยเกมล่าสุดที่ถล่มอินโดนีเซีย "มับคูต" ยังกดแฮตทริคเหมาคนเดียว 3 ประตูอีกด้วย นอกจากนี้ยังมี อาเหม็ด คาลิล ดาวยิงตัวเก่งที่ช่วงหลังกลับมาโชว์ฟอร์มได้ดีอีกครั้ง

เบิร์ด ฟาน มาร์ไวค์ กุนซือยูเออี ให้สัมภาษณ์ว่า "ผมเคยคุมซาอุฯ ชนะไทยมาแล้ว ทั้งเหย้าทั้งเยือน ผมรู้จักพวกเขาดีเยี่ยมสำหรับทีมชาติไทย ไทยกับเวียดนามเป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านนี้ พวกเขาผ่านรอบแรกในเอเชี่ยนคัพได้สำเร็จ แต่สำหรับผมแล้ว ไม่มีปัญหา ยูเออี จะผ่านรอบนี้ด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม"

สถิติการเจอกันของทั้งคู่เท่าที่มีการจดบันทึก ดวลแข้งกันมาทั้งสิ้น 13 นัด สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ดูดีกว่า เอาชนะทีมชาติไทยได้ถึง 7 ครั้ง เสมอกัน 4 ครั้ง ขณะที่ "ช้างศึก" เคยเอาชนะยูเออีได้เพียง 2 ครั้ง ในเอเชียนเกมส์ 2002 ด้วยสกอร์ 3-1 และในฟุตบอลโลก 2006 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย เมื่อปี 2004 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ไทยเอาชนะไป 3-0 จากการทำประตูของ นนทพันธ์ เจียรสถาวงศ์, อานนท์ นานอก และเทิดศักดิ์ ใจมั่น

ขณะที่การเจอกันเกมล่าสุด ไทย เสมอกับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1-1 ในศึกเอเชียน คัพ 2019 รอบสุดท้าย และหากย้อนไปไกลกว่านั้นเล็กน้อยทั้งคู่ดวลการมาในการคัดบอลโลกเมื่อครั้งที่แล้ว ในยุคของ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เป็นเฮดโค้ช "ช้างศึก" เปิดบ้านเสมอ "ยูเออี" 1-1 และบุกไปพ่ายที่บ้านของเขาด้วยสกอร์ 1-3

คาดการณ์ 11 ตัวจริงทีมชาติไทย พบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ระบบ 4-2-3-1
ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (GK), นิติพงษ์ เสลานนท์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, มานูเอล ทอม เบียร์ห, ธีราทร บุญมาทัน, พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล, สารัช อยู่เย็น, เอกนิษฐ์ ปัญญา, สุภโชค สารชาติ, ศุภชัย ใจเด็ด, ธีรศิลป์ แดงดา


กำลังโหลดความคิดเห็น...