xs
xsm
sm
md
lg

อย่า “คลั่งกินคลีน” สุดโต่ง เหมือน “คลั่งการลดน้ำหนัก” / พลโทนายแพทย์ สมศักดิ์ เถกิงเกียรติ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


คอลัมน์ “Golf Healing” โดย “พลโทนายแพทย์ สมศักดิ์ เถกิงเกียรติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกประจำโรงพยาบาลพระมงกุฎ และ โรงพยาบาลรามคำแหง มีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยมากกว่า 30 ปี somsak_doctor@hotmail.com”

ไอ้เก่งก้มหน้าก้มตาดูอะไรว๊ะ? พี่หมอเอ่ยทักขณะเดินเข้ามาในคลับเฮ้าส์ “กำลังอ่านเรื่อง กินยังไงให้ผอมครับ...สูตรอาหารคลีน 30 เมนู...ลดน้ำหนักจาก 78 เหลือ 63 กิโลกรัม...สั่งตอนนี้ลด 50%... “พอๆมึงอย่าหาเรื่องหาโรคให้กูเหนื่อยอีกนะไอ้อ้วน!?

เรื่องของอาหารและการออกกำลังรูปแบบใหม่ๆ กำลังกลายเป็นกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ในปัจจุบัน เช่นการกินอาหารแบบคีโต แบบพาเลโอ การทำดีท็อกซ์หรือการทานน้ำผักคื่นช่าย ฝรั่งปั่น เป็นต้น เพื่อการมีรูปร่างที่ดีเหมือนดาราหรือคนดังที่ชื่นชอบ แต่ทางสมาคมศึกษาอาการผิดปกติที่เกี่ยวกับการรับประทานอาหารของสหรัฐอเมริกาเตือนว่า การยึดติดกับกระแสในโลกออนไลน์เหล่านั้นมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า “อาการคลั่งกินคลีน” ได้

สมาคมนี้ยังระบุว่า อาการคลั่งกินคลีน หรือ “orthorexia nervosa” เป็นอาการผิดปกติในการรับประทานอาหาร ซึ่งเป็นผลมาจากการมีความคิดวนเวียนเกี่ยวกับการกินอาหาร เพื่อสุขภาพมากจนเกินพอดี คล้ายกับอาการ “คลั่งการลดน้ำหนัก” หรือ “orthorexia nervosa” ปัจจุบันคลีนิคต่างๆในอเมริกาพบผู้ป่วยที่มีอาการคลั่งกินคลีนมากขึ้นซึ่งอาการนี้อาจนำไปสู่การขาดสารอาหารบางประเภท ทำให้ระบบการเผาผลาญ ทำงานผิดปกติ ฮอร์โมนบางชนิดลดลงผมแห้ง ผิวหนังแห้ง สูญเสียมวลกระดูก รวมถึงการมีปัญหาเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือด โดยอาการคลั่งกินคลีนนี้ถูกขับเคลื่อนโดยวัฒนธรรมแบบตะวันตก เช่น การนิยมรูปร่างสมบูรณ์แบบหรือการใช้ชีวิตประจำวันแบบเน้นที่สุขภาพมากเกินไป

ลินดา แฮมิลตัน นักจิตวิทยาด้านอาหารในนครยิวยอร์ก กล่าวว่า ความคล้ายกันของ “อาการคลั่งกินคลีน” และ “อาการคลั่งการลดน้ำหนัก” คือ ความหลงไหลในความสมบูรณ์แบบและความกระวนกระวายใจที่ไม่สามารถทำตามที่ต้องการได้ ซึ่งอาจประกอบกับความต้องการอยากจะผอมลงอย่างรวดเร็วและยังไม่พอใจกับรูปร่างของตน

ด้านผู้เชี่ยวชาญแห่งโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย John’s Hopkins ศาสตราจารย์ แองเจล่า กูอาร์ต้า บอกว่า ส่วนใหญ่ของผู้มีอาการนี้จะเริ่มต้นด้วยความตั้งใจ เพื่อที่จะทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับกลายเป็นการใช้แนวทางควบคุมอย่างเข้มงวดหรือสุดโต่ง จนเกินพอดี เช่น การเลือกรับประทานแต่อาหารออร์แกนิกและกลัวอาหารที่ผ่านการปรุงแต่ง รายงานของสมาคมศึกษาอาการผิดปกติที่เกี่ยวกับการรับประทานอาหาร ประเมินว่าปัจจุบันคนอเมริกัน 1 ใน 10 คนที่มีปัญหาลักษณะนี้ ซึ่งเป็นปัญหาในด้านสุขภาพ ผศ.กูอาร์ด้า แนะนำว่า การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพอย่างถูกวิธี คือ การเดินทางสายกลาง ไม่ควรควบคุมหรือปล่อยปละละเลยจนเกินไป ปริมาณพอดีและมีความหลากหลายให้ครบทุกกลุ่ม ข้อสำคัญอย่าลืมออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอด้วย
กำลังโหลดความคิดเห็น...