xs
xsm
sm
md
lg

ถึงไม่ได้จัดบอลโลก ก็ต้องปรับปรุงสนาม / แมวดำ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


คอลัมน์ “สกอร์บอร์ด” โดย “แมวดำ”

ขณะที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย กำลังทำงานอย่างหนักในการหาหนทางนำทีมชาติไทย สู่ฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายให้ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะวางแผนพัฒนาฟุตบอลระดับเยาวชน ด้วยการเขียนแผนพัฒนาฟุตบอล พร้อมคลอดรูปแบบการเล่นแบบ "ไทยแลนด์เวย์" ออกมา แล้วจ้างทีมงาน "เอคโคโน่" มาทำงานร่วมวางแผนและคุมทีม แม้ที่ผ่านมาผลงานของทีมชาติทุกชุดจะไม่ค่อยสวยงามนัก แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับคือมีความพยายาม เพียงแต่ว่ายังไม่เข้าเป้าหรือ หากใช้คำพูดที่รุนแรงหน่อยว่า "มีความตั้งใจ แต่ว่ายังอ่อนหัด" ไม่รู้ว่าใจร้ายไปไหม?

ซึ่งสิ่งที่ผู้บริหารสมาคมฟุตบอลฯ ยุคนี้ผลักดันไม่ใช่แค่นำทีม "ช้างศึก" ไปลุยฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายเท่านั้น ความฝันใหญ่อีกสิ่งหนึ่งคือการได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ที่แม้ว่าเป็นโครงการที่ต้องใช้งบประมาณมหาศาลล้านแปดและยากที่ประเทศเกษตรกรรมอันมีความขยันจับจ่ายซื้อยุทธภัณฑ์ทางการรบจะรับหน้าจัดแต่เพียงหนึ่งเดียวได้ จึงเมียงมองหาชาติสมาชิกอาเซียนที่มีความต้องการคล้ายๆ กัน จนประสบพบเจอสายตากระเหี้ยนกระหือรือของเพื่อนบ้านอย่าง อินโดนีเซีย ที่เขาสนใจเป็นเจ้าภาพมานานมากแล้ว และพร้อมร่วมมือ โดยเริ่มปูทางมาตั้งแต่รับเป็นเจ้าภาพเอเชี่ยนเกมส์ 2018

ที่ผ่านมาเราอาจจะเคยเห็นแค่ 2 ชาติเท่านั้นที่เป็นเจ้าภาพร่วม ทว่าตอนนี้สถานการณ์ของการเป็นเจ้าภาพเปลี่ยนไป เนื่องจาก "ฟีฟ่า" มีนโยบายที่จะเพิ่มทีมที่เข้ารอบสุดท้าย จากเดิมกำหนดไว้ 32 ชาติ ขยับมาเป็น 48 ชาติ เริ่มตั้งแต่ฟุตบอลโลก 2026 เป็นต้นไป ซึ่งเมื่อเพิ่มจำนวนทีมในรอบสุดท้ายการเป็นเจ้าภาพแบบเดี่ยวๆ ของแต่ละชาติ แม้ว่าจะมีความพร้อมแค่ไหน ก็อาจเป็นภาระที่หนักมากเช่นกัน ดังนั้นในอนาคตเราน่าจะเห็นการเป็นเจ้าภาพร่วมหลายๆ ชาติมากขึ้น

และนี่เองทำให้ชาติอาเซียนที่ต้องการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2034 ก็แอบมีความหวังจะจับมือกันหลายๆ ชาติ เพื่อการนี้โดยเฉพาะ ซึ่งหากร่วมมือกัน งบประมาณในการสร้างสนาม รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งด้านการเดินทาง การสื่อสาร ก็ไม่ต้องรวมศูนย์อยู่ที่ประเทศเดียว จึงไม่หนักหนาสาหัสเหมือนอย่างที่กังวลกันในตอนแรก

แต่เมื่อมองจากการรับหน้าที่เจ้าภาพฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในเดือนมกราคมปีหน้า แค่การปรับปรุงสนามสโภช 700 ปี เชียงใหม่ ให้ทันการส่งมอบก็ทำไม่ได้แล้ว มันก็น่าหนักใจอยู่นิดๆ เหมือนกัน ขนาดว่าทราบเรื่องมาตั้งนานแล้วยังเสียฟอร์มกันได้

แม้ว่าส่วนตัวแล้วก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย แต่สิ่งหนึ่งที่ขอยกมือสนับสนุน คือการปรับปรุงสนามแข่งขันที่มีอยู่ในประเทศไทยเวลานี้ ส่วนใหญ่เป็นการก่อสร้างที่มีมานานมากแล้ว ด้วยรูปแบบสนามพิมพ์เดียวกันหมด ซึ่งในระยะเวลาปัจจุบันมันไม่สามารถรองรับความต้องการของแฟนกีฬาได้แล้ว เริ่มตั้งแต่ความปลอดภัย ในหลายๆ ด้าน ความเข้มงวดในเรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัย รวมถึงการแยกทางเข้า ทางออก ก็ยังผสมปนเปกันระหว่างทีมเหย้า ทีมเยือน บ่อยครั้งผู้บริหารทีมยังต้องมานั่งสแกนกองเชียร์ด้วยคำว่า "เสื้อแท้-เสื้อปลอม" อยู่เลย อีกทั้งห้องแต่งตัวก็เพียงแค่ 2 ห้อง เฉพาะทีมเหย้าทีมเยือน ห้องแถลงข่าวก็เล็กนิดเดียว สื่อมากันเยอะวันไหนได้ยืนยิ้มหน้าห้อง เพราะแน่นเข้าไปก็ไม่มีที่นั้ง แถมบางแห่งห้องน้ำก็ไม่เพียงพอต่อแฟนบอล พักครึ่งทีหละรอกันขาแข็ง พอรอนานก็กลับมาดูบอลครึ่งหลังไม่ทันเริ่มเกมอีก ฯลฯ

เอาเป็นว่าต่อให้ไม่ได้จัดฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ก็ทำให้มันดีสักทีเถอะ อย่างน้อยๆ เมื่อสนามกีฬามันสะดวกสบาย มีความปลอดภัย คนไทยก็จะได้หันมาใช้เวลาว่างเดินเข้าสนามกีฬาบ้างก็ยังดี....
กำลังโหลดความคิดเห็น...