xs
xsm
sm
md
lg

โหมโรง “ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก” ใครจะหยุด “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ฤกษ์โม่แข้งรอบแบ่งกลุ่มนัดแรกระหว่างวันที่ 17-18 กันยายนนี้ ดังนั้นเราจะมาพรีวิวทั้งหมด 8 กลุ่ม 32 ทีมว่าใครมีโอกาสมากน้อยแค่ไหนที่จะเข้ารอบน็อกเอาท์ รวมถึงคำถามที่ว่าใครจะหยุดแชมป์เก่าอย่าง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่ฟอร์มร้อนแรงต่อเนื่อง

กลุ่ม เอ : ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ฝรั่งเศส) รีล มาดริด (สเปน) คลับ บรูจ (เบลเยียม) กาลาตาซาราย (ตุรกี)
กลุ่มนี้แย่งแชมป์สายกันแค่ 2 ทีมจากนี้ไม่น่ามีอะไรพลิกโผ รีล มาดริด แชมป์ยุโรปสูงสุด 13 สมัย ต้องต่อสู้เพื่อกลับมายืนสู่จุดที่เคยยืนอีกครั้ง แต่ซัมเมอร์ที่ผ่านมาซื้อตัวได้ล้มเหลวบิ๊กเนมได้มาแค่คนเดียวคือ เอเดน อาซาร์ ขณะที่เป้าหมายอย่าง เนย์มาร์ ต้องมาเจอกันเอง เพราะดาวยิงซุปตาร์บราซิลวืดย้ายจาก เปแอสเช ร่วมทัพ บาร์เซโลน่า ล่าสุดเพิ่งได้ใจแฟนบอลด้วยการซัดประตูนาทีสุดท้ายเอาชนะ สตราสบูร์ก 1-0 ในศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศส ก็หวังว่าจะก้มหน้าก้มตาเล่นเรียกศรัทธาคืนมาโดยเร็ว ส่วนอีก 2 ทีมของสายนี้คือ คลับ บรูจ กับ กาลาตาซาราย คงแย่งที่ 3 กับเพื่อโควต้าปลอบใจไปเตะ ยูโรป้า ลีก

กลุ่ม บี : บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมนี) ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ (อังกฤษ) โอลิมเปียกอส (กรีซ) เรด สตาร์ เบลเกรด (เซอร์เบีย)
ถ้าย้อนไปก่อนหน้านี้หลายปีคงเลือกไม่ยากยกให้ บาเยิร์น แชมป์ยุโรป 5 สมัยคือตัวเต็ง ทว่าตอนนี้สตาร์หลายคนอำลาที่เหลืออยู่ก็โรยา ผิดกับ สเปอร์ส ยืนระยะได้ดีมาหลายฤดูกาล ส่วนปีที่แล้วอยู่สายแข็งกับ บาร์เซโลน่า, อินเตอร์ มิลาน และ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ก่อนเบียดเข้าที่ 2 ได้อย่างหวุดหวิดจนทะลุถึงรอบชิงได้สำเร็จ ดังนั้นปีนี้ "ไก่เดือยทอง" คือตัวเต็งอย่างไม่ต้องสงสัย ซัมเมอร์ที่ผ่านมาก็ได้ ตองกี เอ็นดอมเบเล่ กับ โจวานนี่ โล เซลโซ่ เข้ามาเสริม ส่วนอีก 2 ทีมที่เหลือคือ โอลิมเปียกอส กับ เรด สตาร์ เบลเกรด เหมือนกับกลุ่ม เอ คือแย่งกันเพื่อโควต้าปลอบใจไปเตะ ยูโรป้า ลีก อย่างไม่ต้องสงสัย

กลุ่ม ซี : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ) ชัคตาร์ โดเนตส์ค (ยูเครน) อตาลันต้า (อิตาลี) ดินาโม ซาเกร็บ (โครเอเชีย)
ปีนี้โชคดีอยู่สายเบาอีกแล้วสำหรับ แมนฯซิตี้ โดยฤดูกาลที่แล้วก็อยู่กลุ่มไม่หนักก่อนเข้าป้ายคว้าแชมป์กลุ่มอย่างไม่ยากเย็น ดังนั้นปีนี้ก็น่าจะไร้ปัญหาสำหรับลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ที่ค่อยไปลุ้นกันในรอบน็อกเอาท์ว่าจะจับสลากเจอใคร ปีที่แล้ว ชัคตาร์ ก็อยู่สายเดียวกันก่อนแพ้ยับแก่ "เรือใบสีฟ้า" ด้วยสกอร์ 6-0 กับ 3-0 ดังนั้นทีมจากยูเครนปีนี้อย่างเก่งคงทำได้แค่แย่งอันดับ 3 เพื่อตั๋ว ยูโรปา ลีก เหมือนเดิมเช่นเดียวกับ ดินาโม ซาเกร็บ ส่วนรองแชมป์กลุ่มอยากให้ให้มองที่ อตาลันต้า ที่ปีที่แล้วจบอันดับ 3 กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรที่มาเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ดังนั้นอาจจะสร้างเซอร์ไพรส์ก็เป็นได้

กลุ่ม ดี : ยูเวนตุส (อิตาลี) แอตเลติโก มาดริด (สเปน) ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น (เยอรมนี) โลโคโมทีฟ มอสโก (รัสเซีย)
รอบ 16 ทีมสุดท้ายฤดูกาลที่แล้ว 2 ทีมเต็งของกลุ่มนี้ในปีนี้ก็เจอกันก่อนที่ผลจะออกมา ยูเวนตุส รวม 2 นัดชนะ 3-2 ก่อนที่ "ม้าลาย" จะไปจอดรอบ 8 ทีมด้วยน้ำมือของ อาแจ๊กซ์ โดยปีแรกของ คริสเตียโน โรนัลโด้ กับยอดทีมอิตาลีในถ้วยยุโรปล้มเหลว แต่ปีนี้จะกลับมาใหม่พร้อมแข้งที่คว้ามาเสริมอย่าง มาไตส์ เดอ ลิกต์ ซึ่งภารกิจแรกคือต้องแย่งแชมป์กลุ่มกับ แอต มาดริด ที่เสีย ดิเอโก โกดิน กับ อองตวน กรีซมันน์ แต่ได้ ชูเอา เฟลิกซ์ มาเป็นตัวชูโรงแทน แต่ใครคิดว่าจะมีแค่ 2 ทีมนี้นั้นคิดผิด เพราะ เลเวอร์คูเซ่น พร้อมเข้ามาเป็นตัวสอดแทรก ซึ่ง "ห้างขายยา" มี ไค ฮาแวร์ทซ์ เป็นจอมทัพ ดูแล้วน่าจะเป็นอีกกลุ่มที่เบียดกันอย่างสนุก ขณะที่ โลโคโมทีฟ มอสโก คงเป็นได้เพียงไม้ประดับเท่านั้น

กลุ่ม อี : ลิเวอร์พูล (อังกฤษ) นาโปลี (อิตาลี) ซัลซ์บวร์ก (ออสเตรีย) เกงค์ (เบลเยียม)
ฤดูกาลที่แล้วก็เจอกันรอบแบ่งกลุ่มก่อนผลัดกันชนะบ้านใครบ้านมัน ส่วนปีนี้ก็เจอกันอีกครั้งได้ประลองกำลังกันไปเลยตั้งแต่นัดแรกว่าใครจะคว้าแชมป์กลุ่ม ซึ่งก็เป็นไฮไลท์เดียวที่ต้องจับตามองของสายนี้ โดย ลิเวอร์พูล หลังจากได้แชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 เมื่อปีที่แล้ว ปีนี้ออกสตาร์ทได้ดีในศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ที่ชนะ 5 นัดรวด ด้วยฟอร์มที่น่ากลัวเหมือนเดิม ขณะที่ นาโปลี ของ คาร์โล อันเชล็อตติ ปีที่แล้วไม่ผ่านรอบแบ่งกลุ่มดังนั้นปีนี้สายเบากว่าต้องแก้ตัวใหม่ ส่วนอีก 2 ทีมของสายนี้คือ ซัลซ์บวร์ก กับ เกงค์ แย่งกันไปเล่น ยูโรปา ลีก ให้ได้ก็ถือว่าเก่งแล้ว

กลุ่ม เอฟ : บาร์เซโลน่า (สเปน) โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (เยอรมนี) อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี) สลาเวีย ปราก (เช็ก)
ปีที่แล้ว อินเตอร์ ก็อยู่สายแข็งกับ บาร์เซโลน่า และ สเปอร์ส ซึ่งก็ไม่ผ่านเข้ารอบ ทว่าฤดูกาลนี้ "งูใหญ่" คุมโดยกุนซืออย่าง อันโตนิโอ คอนเต้ ดังนั้นอย่าหวังว่าใครจะมาเคี้ยวง่ายๆ เหมือนปีที่แล้ว ขณะที่ บาร์เซโลน่า เหมือนทีมยังไม่ลงล็อกในหลายๆ อย่างเพราะ ลิโอเนล เมสซี่ เจ็บช่วงออกสตาร์ทต้องรอเวลาประสานกับ อองตวน กรีซมันน์ และ หลุยส์ ซัวเรซ เพื่อให้ทีมกลมกล่อมกว่านี้ ตอนนี้ก็ใช้บริการ อันซู ฟาติ ดาวรุ่งวัย 16 ปีที่กำลังร้อนแรงไปก่อน ขณะที่ ดอร์ทมุนด์ ก็ยังคงแข็งแกร่งปีนี้ก็เสริมตัวปั้นเกมหลายต่อหลายคนเรียกได้ว่ามีออปชั่นมากมาย ทั้ง 3 ทีมนี้มีหนึ่งเดียวที่จะต้องอกหัก ขณะที่อีกทีมคือ สลาเวีย ปราก ก็คงมาเก็บประสบการณ์ในฐานะบ๊วยของกลุ่ม

กลุ่ม จี : เซนิต (รัสเซีย) เบนฟิก้า (โปรตุเกส) ลียง (ฝรั่งเศส) ไลป์ซิก (เยอรมนี)
กลุ่มเบาที่สุดในบรรดา 8 สายฤดูกาลนี้ ไลป์ซิก ปีที่แล้วจบอันดับ 3 บุนเดสลีกา ชนิดเบียดกับ บาเยิร์น มิวนิค และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สนุกทีเดียว ส่วนปีนี้ออกสตาร์ทขึ้นนำเมื่อพ้น 4 นัด นำโดยแนวรุกอย่าง ติโม แวร์เนอร์ จึงขอยกให้เป็นเต็งสายที่จะลิ่วน็อกเอาท์ ส่วน ลียง รอบแบ่งกลุ่มปีที่แล้วทำช็อกบุกชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับเล่นในบ้านแบ่งแต้มมาแล้ว ทว่าอย่าลืมว่าซัมเมอร์เสีย ตองกี เอ็นดอมเบเล่, นาบิล เฟคีร์ และ แฟร์ลองด์ เมนดี้ แม้ยังเหลือ เมมฟิส เดปาย กับ มุสซ่า เดมเบเล่ แต่ทรงบอลเปลี่ยนแน่นอน ปิดท้ายที่ 2 ทีมที่เหลือ เซนิต กับ เบนฟิก้า ที่เสียตัวรุกอย่าง ชูเอา เฟลิกซ์ ดูแล้วคงไม่อาจะสร้างเซอร์ไพรส์

กลุ่ม เอช : เชลซี (อังกฤษ) อาแจ๊กซ์ (ฮอลแลนด์) บาเลนเซีย (สเปน) ลีลล์ (ฝรั่งเศส)
มาถึงกลุ่มสุดท้ายถือว่าคู่คี่สูสีไม่น้อย ซึ่งทุกทีมดูจะพอใจที่เลี่ยงจ๊ะเอ๋กับทีมใหญ่ สายนี้แชมป์กลุ่มขอมุ่งเป้าไปที่ เชลซี แม้จำใจปล่อย เอเดน อาซาร์ สู่อ้อมกอดของ รีล มาดริด แถมติดโทษแบนซื้อนักเตะไม่ได้ รวมถึงกุนซืออย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด ประสบการณ์ก็ยังไม่มากพอ ทว่าขุมกำลังที่เหลือก็ยังแข็งแกร่ง แถมยังมีดาวรุ่งถูกดันเข้ามาเสริมหลายต่อหลายคน ด้าน อาแจ๊กซ์ ต้องขาย แฟรงกี้ เดอ ยอง และ มาไตส์ เดอ ลิกต์ หลังเข้ารอบตัดเชือกปีที่แล้ว ปีนี้กว่าจะเข้าแบ่งกลุ่มก็ต้องไปคัดเลือกชนิดที่ต้องลุ้นจนถึงนัดที่สองกว่าจะผ่าน อาโปเอล แต่ดูแล้วทีมดัตช์ก็น่าจะเบียดเข้าที่ 2 ขณะที่ ลีลล์ ขายดาวเด่น นิโคลัส เปเป้ ให้กับ อาร์เซนอล แลกกับเงินก้อนโต ซึ่งที่ผ่านมาก็ปั้นแข้งขายได้ราคาดีหลายต่อหลายราย ดังนั้นปีนี้ต้องฝากความหวังที่ตัวแทนอย่าง โจนาธาน อิโคเน่ ดาวยิงวัย 21 ปีที่เพิ่งก้าวไปติดทีมชาติฝรั่งเศสชุดใหญ่ทว่าก็เห็นจะเด่นแค่คนเดียว สุดท้าย บาเลนเซีย เป็นทีมเดียวที่ซัมเมอร์แทบจะไม่เสียแข้งซุปตาร์ประจำทีม กระนั้นก็ตามดูแล้วก็ยังไม่เห็นทีเด็ดมากพอ
กำลังโหลดความคิดเห็น...