สเตฟานี แฟร็ปปาร์ต ผู้ตัดสินหญิงอนาคตไกล ซึ่งจะทำหน้าที่ศึก ยูฟา ซูเปอร์ คัพ 2019 ระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ เชลซี ที่ประเทศตุรกี วันพุธที่ 14 สิงหาคม ยุติเส้นทางค้าแข้งด้วยวัย 18 ปี ก่อนหันมาจับนกหวีด
เชิ้ตดำชาวฝรั่งเศส ซึ่งตัดสินศึก ฟีฟา วีเมนส์ เวิลด์ คัพ 2019 รอบชิงชนะเลิศ ได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้ตัดสินหญิงดีสุดของโลกยุคปัจจุบัน
ล่าสุด แฟร็ปปาร์ต เตรียมสร้างประวัติศาสตร์ ในฐานะกรรมการหญิงคนแรก ซึ่งตัดสินระดับสโมสรยุโรปของฝ่ายชาย ที่กรุงอิสตันบูล นับเป็นรางวัลตอบแทน นับตั้งแต่เลือกเส้นทางผู้ตัดสิน ปี 2001
แฟร็ปปาร์ต วัย 35 ปี กล่าว "ฉันเล่นฟุตบอลที่บ้านเกิด เมืองวาล ดี อัวส์ จากนั้นพออายุ 13 ก็เริ่มสนใจเรื่องกติกาฟุตบอล ฉันเริ่้มทำหน้าที่ผู้ตัดสินอย่างรวดเร็ว และเมื่ออายุครบ 18 ปี ฉันต้องเลือกระหว่าง นักฟุตบอล กับ ผู้ตัดสิน"
แฟร็ปปาร์ต สร้างความฮือฮา ด้วยการเป็นผู้ตัดสินคนแรกที่ทำหน้าที่ศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศส ระหว่าง อาเมียงส์ กับ สตาร์สบูร์ก เดือนเมษายนที่ผ่านมา ตามรอย บิเบียนา สไตน์เฮาส์ ผู้ตัดสินหญิงคนแรกของ บุนเดสลีกา เยอรมัน เมื่อปี 2017
ขณะที่ นิโคล เปติญาต เชิ้ตดำหญิงชาวสวิส เป็นคนแรกที่เป่านกหวีดระดับสโมสรยุโรป ตัดสินเกม ยูฟา คัพ รอบคัดเลือก ปี 2004-2009
ด้าน โรแบร์โต โรเซตติ หัวหน้าผู้ตัดสิน สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟา) ยืนยัน แฟร็ปปาร์ต มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะได้รับโอกาสพิสูจน์ฝีมือ "สเตฟานี แสดงให้เห็นตลอดหลายปีที่ผ่านมาว่า เธอคือผู้ตัดสินหญิงที่ดีสุดคนหนึ่ง ไม่ใช่แค่ระดับทวีป แต่เป็นระดับโลก"
"เธอมีความสามารถสำหรับทำหน้าที่ทัวร์นาเมนต์สำคัญๆ อย่างที่เธอพิสูจน์มาแล้ว ในศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก" โรเซตติ ทิ้งท้าย


