xs
xsm
sm
md
lg

รู้จัก "แซ็คคารี สิงห์ บินรงค์" กองหลังไทย-ออสเตรเลีย หล่อกระชากใจแม่ยก

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"แซ็ค" แซ็คคารี สิงห์ บินรงค์ กองหลังวัย 18 ปี เจ้าของส่วนสูง 187 เซนติเมตร จากสโมสร -บริสเบน สไตรเกอร์ เป็นหนึ่งใน 32 นักเตะ ชุดสู้ศึกชิงแชมป์อาเซียน รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ที่ นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม

โดยเพจ ฟุตบอลทีมชาติไทย ได้นำบทสัมภาษณ์ของเจ้าตัวมาให้อ่านกันดังนี้ "ตัวผมเป็นลูกครึ่ง ไทย-ออสเตรเลีย ครับ คุณพ่อผมเป็นคนไทย ส่วนแม่เป็นคนออสเตรเลีย พ่อผมเกิดที่จังหวัดตรัง ส่วนตัวผมเกิดและอยู่ที่ออสเตรเลียมาตั้งแต่เด็ก แต่ผมก็เดินทางไปมาระหว่างประเทศไทยกับ ออสเตรเลีย อยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในช่วง 1-2 ปีหลัง"

"ส่วนการเริ่มเล่นฟุตบอล ผมเริ่มเล่นตั้งแต่อายุ 4 ขวบ ตอนแรกก็แค่เตะเล่นกับคุณพ่อ ตามสนามหญ้าทั่วไปแถวบ้าน แต่หลังจากนั้นพออายุได้ 6 ขวบ ก็ได้เข้าอคาเดมี ที่ชื่อว่า โกลด์ โคสต์ อคาเดมี ซึ่งตอนนั้นก็ได้เล่นกับเพื่อนที่อายุมากกว่ามาตลอด"

"จนมาอายุ 13 ปี ผมก็ได้ย้ายไปอยู่บริสเบน โรร์ หลังจากนั้นในปี 2016 ผมก็ย้ายไปอยู่กับ บริสเบน สไตรเกอร์"

"ส่วนเรื่องตำแหน่ง ตอนแรกผมก็เล่นเป็นกองหน้ามาตลอด จนมาเข้าสู่ระบบอคาเดมี โค้ชบอกว่า ตัวผมสูง เขาเลยจับผมไปเล่นกองหลัง ซึ่งหลังจากนั้นผมก็เล่นเป็นกองหลังมาโดยตลอด ซึ่งนัดแรกที่เป็นกองหลัง โค้ชก็บอกเลยว่าผมเหมาะกับการเล่นตำแหน่งนี้มากกว่า แต่ก็มีบางช่วงที่ถูกจับไปเล่นมิดฟิลด์บ้าง แต่ส่วนหลักก็คือกองหลัง"

"ตอนนี้ผมก็เล่นอยู่กับทีม ใน NPL ยูธ ลีก ซึ่งเป็นลีกเยาวชน ที่รองมาจากลีกสูงสุดอีกทีหนึ่ง เรามีการแข่งขันตลอดปี และต้องเดินทางไม่ต่างจากลีกสูงสุดที่ต้องไปเยือนทีมนู้น ทีมนั้นทั่วประเทศเลยก็ว่าได้"

"แต่ทุกปีช่วงปิดลีก ผมก็จะมาที่ประเทศไทย ประมาณเกือบหนึ่งเดือน เพราะด้วยธุรกิจของพ่อผม ที่จะนำทีมอคาเดมีจากออสเตรเลีย มาเก็บตัวที่ประเทศไทย ในช่วงฤดูหนาว ผมก็จะมาด้วยเสมอ"

"ตัวผมเองก็เคยเข้าทดสอบฝีเท้าเพื่อเป็นเยาวชนของทีมชาติออสเตรเลียเช่นกัน แต่ก็ไม่ผ่าน เพราะส่วนใหญ่ที่ออสเตรเลีย เขาจะเน้นไปที่การดึงลูกครึ่งจากต่างประเทศมาเสริมทีม ทั้งจากสเปน, อังกฤษ หรือในทวีปแอฟริกา มากกว่าคนที่อยู่ในออสเตรเลีย ทำให้มันเป็นเรื่องที่ยากมาก และที่เหลืออีกส่วนใหญ่ก็เป็นคนที่อยู่ในระบบอคาเดมีของทีมชาติมาตั้งแต่เด็ก และไม่ค่อยมีเด็กออกเท่าไหร่ ซึ่งผมอาจจะเข้าไปช้าไป"

- การมาเข้าร่วมทีมชาติไทย

"ผมคิดว่าเป็นโอกาสที่ดี เพราะตัวผมเองก็เป็นคนไทยคนหนึ่ง โอกาสที่ได้มาอยู่ในแคมป์ครั้งนี้มันก็ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับตัวผม"

"ผมเองก็ต้องการติดทีมชาติไทยไปแข่งทัวร์นาเมนต์ให้ได้ และหวังว่าจะได้ติดต่อเนื่องไปในระยะยาว และได้เป็นส่วนหนึ่งในช่วยทีมไปฟุตบอลโลก ให้ได้"

- ฟุตบอลในอนาคตของแซ็ค

"ตอนนี้ผมก็อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ก็ใกล้จะจบ ม.6 แล้ว ก็เตรียมที่จะกลับมาอยู่ทีไทยอย่างถาวรเลย เพราะต้องมองหามหาวิทยาลัย และอาจจะเล่นฟุตบอลไทย"

"ผมเข้าใจว่าทุกคนอยากให้ผมเล่นในลีกระดับสูง แต่ความจริงแล้วออสเตรเลีย ฟุตบอลลีกยังไม่ได้เป็นอาชีพขนาดนั้น ด้วยค่าครองชีพที่สูง และ นักฟุตบอลหลายคนที่แม้จะอยู่ในลีกสูงสุด ก็ยังต้องทำงานอื่นควบคู่ไปด้วย ทำให้ผมมองว่าฟุตบอลลีกไทยนั้นมีควมเป็นมืออาชีพมากกว่า"

"ที่ออสเตรเลีย ฟุตบอลน่าจะเป็นกีฬาลำดับ 4 คนไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าไหร่ กีฬาอันดับ 1 ของออสเตรเลียก็คือรักบี้, AFL และ คริกเก็ต"

- เรื่องส่วนตัว

"สิงหาคมนี้ ผมก็จะเรียนจบ ม.6 แล้วครับ และน่าจะมาเรียนต่อที่ประเทศไทย"

"ตอนนี้ผมก็พยายามเรียนรู้ภาษาไทยอยู่ ผมเองก็พอพูดได้บ้าง แต่ยังมีปัญหาในเรื่องของการฟังที่ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ ที่ผ่านมา ก็จะมีครูชาวไทยที่ออสเตรเลีย มาติวให้ผมตลอด หนึ่งวันต่อสัปดาห์ ตอนนี้ผมก็พอพูดได้มากกว่าเบื้องต้นเล็กน้อย ส่วนครอบครัวส่วนใหญ่เวลาพูดคุยกันก็มักจะพูดเป็นภาษาอังกฤษ"

"ส่วนเรื่องความรักก็พอมีบ้างครับ แต่ก็ไม่ชัดเจนเท่าไหร่ ตอนนี้ก็ขอโฟกัสที่ฟุตบอลไปก่อน ส่วนเรื่องสเปค ก็คงเป็นผู้หญิงที่ตัวเล็กกว่าผมมากกว่า แต่สุดท้ายก็คงเป็นคนที่สนับสนุนผมได้ดี เข้าใจผม เป็นคนดี และสามารถสื่อสารกับผมรู้เรื่อง"

"อากาศที่เมืองไทย ผมยอมรับว่าร้อนมากกว่าที่ผมเจอ ผมพยายามปรับตัวให้ได้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องสไตล์การเล่นก็อย่างที่ทราบ ออสเตรเลียจะเน้นบอลยาวมากกว่าบอลสั้น นักเตะไทยหลายคนก็มีทักษะเบสิคที่ดีมาก ต่อบอลกันได้อย่างรวดเร็ว ตามที่ผมเจอ"

"ที่ออสเตรเลีย การเล่นฟุตบอลแทบจะใช้ทั้งตัวเลยก็ว่าได้ ทั้งในส่วนของหัวไหล่ที่ต้องปะทะกันตลอดเวลา หัวที่ต้องคอยโหม่งบอลตลอดเวลาเช่นกัน ซึ่งการเล่นที่นั่นต้องใช้ร่างกายและแรงปะทะเยอะมาก"

"ส่วนที่ไทย ส่วนใหญ่หลายคนก็จะตัวเล็กและใช้ความเร็ว การเคลื่อนไหวตลอดเวลาเอาชนะคู่ต่อสู้ ซึ่งมันก็แตกต่างกัน แต่ผมก็ต้องพยายามปรับตัวให้ได้ ซึ่งเพื่อนร่วมทีมหลายคนก็ช่วยเหลือผมได้เป็นอย่างดี ทั้งการพยายามสอนภาษาไทย พูดภาษาอังกฤษในสนามเพื่อช่วยผม ก็ต้องขอบคุณเพื่อนร่วมทีมทุกคนจริงๆที่ให้การต้อนรับผมเป็นอย่างดี บรรยากาศในทีมตอนนี้มันก็ยอดเยี่ยมจริงๆ"
กำลังโหลดความคิดเห็น...